เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกประหลาดอย่างมาก เนื่องจากเกิดหิมะตกในพื้นที่แถบทะเลทรายอะทาคาม่าในปริมาณมาก ซึ่งพื้นที่นี้ไม่มีหิมะตกมานานกว่า 20 ปี
ลูกลืมตาขึ้นมาดูโลก ท่ามกลางความประหลาดใจของผู้เป็นแม่และคนรอบข้าง เพราะลูกใจร้อน รีบกระโจนตัวออกมาก่อนเวลาอันควรถึง 3 เดือน ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1กิโลกรัม และส่วนสูงยาวกว่าไม้บรรทัดแค่ 4เซนติเมตร
โดยรูปลักษณ์แล้ว เปรตกับอสุรกายมีความคล้ายกันมาก แต่ว่าอสุรกายนั้นจะมีรูปร่างที่พิลึกประหลาดมากกว่า อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็ยากที่จะแยกให้เห็นความแตกต่างได้ ในการพิจารณาจึงให้ดูที่ลักษณะของทุกขเวทนาที่ได้รับ ความทุกข์ทรมานของเปรตนั้น เนื่องมาจากความหิว ความอดอยากเข้าครอบงำเป็นหลัก ส่วนอสุรกายนั้น มีความทุกข์ทรมานเพราะความกระหายน้ำเป็นหลัก สัตว์ในภูมิทั้ง 2 นี้ ต้องประสบกับความลำบากในการครองชีวิตอย่างแสนสาหัส เพราะว่าเขาเป็นสัตว์ในอบายภูมิ คือ ภูมิที่มีแต่ความชั่วร้าย ไม่มีความสุขนั่นเอง
ป้ามีอาการประหลาดอย่างหนึ่ง คือพออากาศเริ่มหนาว ท่านจะเป็นบ้า มีอาการคลุ้มคลั่ง วิบากกรรมใด จึงทำให้เป็นบ้าเฉพาะฤดูหนาว
รูปถ่ายของแม่มีอายุประมาณ 80 ปี ตอนถ่ายเป็นภาพขาวดำ ต่อมาในช่วงไม่กี่ปีหลังนี้ มีปรากฎการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คือ ภาพดอกไม้บานจากสีขาวดำ กลายเป็นสีชมพูกับสีเหลืองแซมกันอย่างสวยงามแทบทุกดอก ผ้าม่านกลายเป็นสีฟ้า เครื่องประดับกลายเป็นสีทอง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครไประบายตกแต่งเลย ปรากฏการณ์บนภาพนั้นเกิดจากอะไร?
คราวนี้ก็ลองอดทนดู พอทนนั่งไปได้สักพัก สภาวะอารมณ์ที่ยากจะอธิบายก็เกิดขึ้น คือ ตัวของผมถูกดูดวูบไปเลย พอดูดไปวัตถุประหลาดก็เกิดขึ้นมา เป็นดวงกลมๆใหญ่มากเหมือนดวงจันทร์ ผมรู้สึกเบาๆลอยๆเหมือนกับตัวเองเป็นดวงกลมดวงนั้น ความเจ็บปวดต่างๆหายไป
ตอนนั้นลูกคิดแต่เพียงว่า การนั่งธรรมะนั้นเหมือนกับแม่ไก่กกไข่เท่านั้น ทำไปเบาๆ ไม่ได้คิดอะไร ลูกได้เซตใจให้เป็นซีโร่ (ศูนย์) ไม่คิดเรื่องอะไรทั้งสิ้น สักพักใจของลูกก็ไปรวมที่ศูนย์กลางกายเป็นดวงเดียว ลูกประหลาดใจว่าการรวมใจเป็นหนึ่งมันง่ายอย่างนี้เองหรือ
รั้งนั้นผมป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ B มีอาการหนักมาก แพทย์บอกว่า “รักษาหายแต่ไม่หายขาด มีโอกาสเป็นอีก” แต่ด้วยอานุภาพของคุณยายทำให้ผมหายจากโรคนี้ ไม่กลับมาเป็นอีกเลย จนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่บอกว่า “โรคนี้ไม่มีโอกาสหาย” ประหลาดใจมาก ว่าหายได้อย่างไร? ผมขอโอกาสเล่าโดยย่อนะครับ
ทรงดำริพลาง มีพระดำรัสถามว่า “พ่อมโหสถ เธอจำกิ้งก่าตัวนี้ได้ไหมเล่า” “จำได้อย่างแน่นอนพระเจ้าข้า” มโหสถทูลตอบ “เธอดูซิ ประหลาดไหมเล่า เจ้ากิ้งก่าตัวนี้ เมื่อก่อนพอมันเห็นเรา ก็วิ่งลงมาซบแทบพื้นดิน ครั้งนั้นเธอเคยบอกเราว่ามันแสดงความเคารพเรา แต่มาวันนี้ ทำไมดูมันช่างกระด้างกระเดื่องเช่นนั้น เธอทราบหรือไม่ว่า เพราะเหตุอันใด มันจึงยังคงเกาะนิ่ง เชิดหัวชูคออยู่เช่นนั้น”
ขอเดชะพระบารมีปกเกล้า ข้าพระพุทธเจ้าให้คนจัดการวิดน้ำและลอกโคลนเลนในสระโบกขรณีขึ้นแล้ว แต่จนป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่พบแก้วมณีนั้นเลย พระพุทธเจ้าข้า ท้าวเธอก็ทรงเห็นด้วยว่าประหลาดจริงเชียว ธรรมดาเงากับตัวก็ย่อมจะอยู่คู่กัน มีเงาก็ต้องมีตัว เมื่อมีแสงแก้วก็ต้องมีดวงแก้ว แต่นี่เห็นแสงแว้บวับ แต่พอจะหา กลับไม่พบ เป็นไปได้อย่างไรกัน