แม้แต่สัตว์เดียรัจฉานในแคว้นกุรุ ยังประกอบด้วยการเจริญสติถึงเพียงนี้ ไม่ยอมเป็นผู้ประมาทในชีวิตแม้มีมรณภัยมาถึง เราทุกคนซึ่งได้โอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์ มีชีวิตที่ประเสริฐกว่า มีสองแขนสองขา มีสติปัญญา สามารถทำความดี ได้เต็มที่มากกว่า เราจึงควรดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท
ก่อนที่จะนั่งสมาธิก็รู้สึกว่า ตัวเองเหนื่อยเมื่อยล้า ความจำไม่ค่อยดี แต่ตอนนี้นั่งสมาธิแล้ว ความจำดีขึ้น เวลาทำการบ้าน ก็จะนั่งสมาธิก่อนทุกวัน ทำให้ทำการบ้านก็จะถูกทุกข้อ เพราะเรามีสติ เวลานั่งก็จะเอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย พร้อมทั้งภาวนา “สัมมา อะระหัง” ไปด้วย
ลูกรู้สึกเสียดาย ที่ได้รู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้ฝึกสมาธิ เอาเมื่อยามบั้นปลายของชีวิต แต่ยังนับว่าโชคดีที่ได้รู้ถึงกิจที่แท้จริงของการมาเกิด และได้รู้ก่อนที่จะต้องไปเกิด ทำให้ลูกรู้สึกไม่กลัวความตายเจ้าค่ะ ลูกอยากบอกทุกคนว่า “การฝึกนั่งสมาธิไม่ยากเลย สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีสติตลอดเวลา เอาสติข่มไว้ ถ้าคุมไม่อยู่ก็ หายหมด”
ผมตั้งใจว่า จะทำการบ้านของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง 10ข้อให้ได้ทุกวัน เพราะผมรู้ว่า ผลจากการทำการบ้าน และนั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผมมีสติมากขึ้น พบกับสันติสุขภายใน และสามารถแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้ครับ ผมไม่ใช่คนที่ฝันอะไรใหญ่โต แต่สิ่งที่ผมฝันคือการมีสันติสุขภายในอย่างนี้ตลอดไปครับ
ตัวอย่างของการใช้ปัญญารักษาตัวรอด มีสติปัญญาสามารถนำพาตนให้รอดพ้นภัยพิบัติได้ ดังนั้นปัญญาจึงเป็นรัตนะของนรชนทั้งหลาย โดยเฉพาะปัญญาที่จะช่วยนำพาเรา ให้หลุดพ้นจากทุกข์ในอบายภูมิ ให้ได้เวียนวนสร้างบารมีอยู่เฉพาะในสุคติภูมิอย่างเดียว
the Lord Buddha taught us not to associate with the fools, and we should associate with only the wise ones. Who are the wise ones that we should associate with and what is the good thing of associating with the wise people?
สำรวจอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ เทวดา และสัตว์ในภูมิภพต่างๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และความแตกต่างในอายุขัยภพต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ
ความประมาทนั้นสามารถบรรเทาได้ด้วยความไม่ประมาท คือค่อยๆ ถ่ายถอนความประมาทออกทีละน้อย แล้วเพิ่มพูนความไม่ประมาทเข้าไปแทนที่ เหมือนถ่ายเทน้ำเก่าอันขุ่นออกแล้วใส่น้ำใหม่ที่ใสสะอาดเข้าไป พยายามรักษาความไม่ประมาทที่ทำได้แล้วมิให้เสื่อมลงไปอีก กีดกันความประมาทที่ห่างไปแล้วมิให้เข้ามาอีก ดวงใจที่ห่างจากความประมาท อยู่ด้วยความไม่ประมาท มีสติระวังรอบคอบ ย่อมก่อให้เกิดปัญญา ปัญญานั้นว่องไว คล่องแคล่ว ปัญญานั้นสูงส่งดุจปราสาท กล่าวคือ ทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ สามารถเห็นสัตว์ทั้งหลายผู้เคลื่อนจากภพอยู่ (จุติ) และเกิดอยู่ (ปฏิสนธิ) เหมือนคนยืนอยู่บนปราสาท มองลงมาเห็นคนยืนอยู่เบื้องล่างรอบๆ ปราสาท อนึ่ง เมื่อคนทั้งหลายเศร้าโศกอยู่ เพราะพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักบ้าง เพราะพบกับความเสื่อมจากญาติจากโภคะบ้าง เพราะประจวบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักบ้าง บัณฑิตย่อมไม่เศร้าโศก เพราะได้มองเห็นความจริงเสียแล้ว มองเห็นความสุขและความทุกข์อย่างโลกๆ โดยความเป็นของเสมอกันคือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่มีตัวตน มีแต่กระแสอันไหลเชี่ยวแห่งกลุ่มธรรมอันหนึ่ง นักปราชญ์เช่นนั้นย่อมมองเห็นคนพาลเป็นผู้น่าสังเวช สงสารเหมือนผู้ยืนอยู่บนภูเขามองเห็นคนยืนอยู่ที่เชิงเขา
ความไม่ประมาท คือการมีสติกำกับตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำสิ่งใดๆ ไม่ยอมถลำลงไปในทางที่เสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี ตระหนักดีถึงสิ่งที่ต้องทำ ถึงกรรมที่ต้องเว้น ใส่ใจสำนึกอยู่เสมอในหน้าที่ ไม่ปล่อยปละละเลย กระทำอย่างจริงจังและดำเนินรุดหน้าตลอดเวลา