บั้งไฟพญานาค เรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้เกิดขึ้นในวันมหาปวารณา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือตรงกับวันออกพรรษาของประเทศลาว ซึ่งวันออกพรรษาของไทย ถึงก่อนวันออกพรรษาของลาวหนึ่งวัน
เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก แต่ก็แปลกทั้งที่ไม่รักแม้จะมีลูกด้วยกัน แต่เธอก็ยังมีความหึงหวง เมื่อสามีไปติดพันหญิงอื่น เมื่อเขาตายจากไป เธอก็รู้สึกวังเวง อ้างว้าง...เธอเคยปฏิบัติธรรมจนเห็นภาพนิมิตต่างๆมากมาย ปัจจุบันเธอได้มาปฏิบัติธรรมกับหมู่คณะ เธอรู้สึกว่า ตัวเองอยู่บนทาง 2แพร่ง ไม่รู้จะไปทางไหน ไม่รู้จะทำอย่างไร
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อมนุษย์กินข้าว นามว่า "เปเล่" ผู้เป็นดวงตะวันของโซโลมอน ต้องเดินทางเข้าป่าลึกไปพร้อมกับ "ทอมมี่ ทิลา" อดีตมนุษย์กินคน ไปสู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในป่าลึก เด็กๆ เข้ามารุมมองเปเล่อย่างประหลาดใจ ราวกับว่าไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนในชีวิต หรือว่าเด็กๆ มองเห็นเปเล่เป็นอาหารอันโอชะ โรงเรียนของอดีตมนุษย์กินคนสอนอะไรกันแน่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามอ่านต่อได้ที่นี่
หลังจากนั้นเราก็ย้ายไปอยู่ตุรกี ตอนนั้นลูกอยากดู TV ช่องไทย ซึ่งอาเหม็ดก็พยายามจูนให้ ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญที่เขาเปิดเจอช่อง DMC และบังเอิญยิ่งกว่านั้น คือภาพที่ปรากฏหน้าจอขณะนั้นคือ ภาพองค์พระธรรมกาย อาเหม็ดตื่นเต้นมากรีบเรียก “นี่ๆคุณรีบมาดูเร็ว องค์พระแบบนี้แหละที่ผมเห็นที่พังงา”
แต่เมื่อผ่านความไม่คิดไปได้ ก็จะไปเจอแสงสว่าง มีความสุขมาก เมื่อได้อยู่ในภาวะนี้ รู้สึกว่า เวลาผ่านไปครู่เดียว เหมือนตัวผมไม่มีลมหายใจ ไม่มีตัวตน แล้วผมก็ได้เห็นดวงใสสว่าง ใหญ่กว่าดวงดาว เป็นทั้งความสว่าง ความขาว ความใส และความเย็น สว่างเหมือนเวลากลางวัน ขาวเหมือนเป็นประกายวาววับบริสุทธิ์ ใสเหมือนน้ำค้างใสๆ ความเย็นที่ไม่ใช่อุณหภูมิเย็นๆ แต่เป็นความเย็นที่สงบเยือกเย็นไม่เร่าร้อน
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชาวโซโลมอนจะรักพวกพ้องและกลุ่มมาก และถูกปลูกฝังเรื่องความกตัญญูที่มีต่อบรรพบุรุษมาตั้งแต่อดีต โดยถือเป็นหน้าที่ของลูกคือ เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าต้องดูแล เมื่อท่านตายต้องบูชา โดยจะนำบรรพบุรุษที่เสียชีวิตแล้วฝังในที่ใกล้ๆ บ้านไว้เพื่อให้ลูกหลานได้บูชาเพราะเชื่อว่าจะทำให้ตัวเองมีพลังและโชคดี สามารถรบชนะศัตรูได้ และถ้าใครแต่งงานแล้วห้ามนอกใจเด็ดขาด ถ้าหากจับได้จะต้องถูกจับฆ่าและกินทันที ทั้งชายและหญิง