พอดีกับที่ลูกได้ดู DMC พระเดชพระคุณหลวงพ่อแนะนำว่า “ให้เราเล่นตัว ทิ้งสิ่งที่เห็นนอกตัวทั้งหมด ยอมดูความมืดดีกว่า” ลูกจึงทำตาม คราวนี้นั่งมืดเป็นปีๆเลยค่ะ เวลานั่งก็จะได้แต่ความสบาย เห็นแสงสว่างบ้าง แต่ก็นั่งทุกวันไม่เคยเว้น พอมาได้หลักการวางใจจากพระอาจารย์ที่บ้านสวนอุบลฯ ก็เลยเน้นความสบาย พอใจสบายก็ค่อยๆน้อมลงไปในตัว
นับตั้งแต่ลูกปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ ผลการปฏิบัติธรรมของลูกก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนชั่วโมงหยุดนิ่งของลูก ยิ่งนั่งทุกวัน ยิ่งหยุดนิ่งได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น ลูกจะใช้วิธีปรับอารมณ์ให้สบาย ปรับท่านั่งให้ถูกต้องเบาสบาย ขอเรียกว่า “ท่านางแบบ” เพราะจะเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับผู้ฝึกหัดใหม่ จากนั้นก็จะวางใจเฉยๆ ไม่คิดอะไร ไม่กำหนดนิมิต ปล่อยใจตามเสียงนำนั่งสมาธิของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปเรื่อยๆ
ลูกขอกราบเรียนด้วยความจริงจากใจว่า ประสบการณ์การนั่งสมาธิของลูกเจอแต่ 3ม. มาตลอด คือ มืด, เมื่อย, มึน ลูกพบกับความปวดเมื่อยร่างกายแบบสุดๆ ปวดศีรษะมาก ปวดต้นคอ ปวดกระบอกตา ปวดตามตัว เหมือนถูกทุบ มืดตื้อมืดมิด นึกนิมิตก็ลำบากยากเย็น แต่ลูกก็ไม่เคยย่อท้อ เมื่อมีเวลาลูกก็มาเข้าร่วมโครงการครั้งแล้วครั้งเล่า รวมเวลาแล้วมากกว่า 10ปี