คำที่กล่าวว่า “โยมเห็นพระแล้วโยมก็ปลื้ม พระเห็นโยมแล้วพระก็ปลื้ม” ขอยืนยันว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่ได้มองพระภิกษุค่อยๆเดินอย่างสง่างาม ผ่านตรงหน้าไปทีละรูปทีละรูป ก็ยิ่งทำให้ใจฟูขึ้น...ฟูขึ้น ตลอดเวลาเลยทีเดียว เห็นแล้วก็อดกลั้นความรู้สึกที่จะหลั่งน้ำตาแห่งความปีติออกมาไม่ได้ ทั้งปลื้ม ทั้งชื่นใจในเวลาเดียวกัน
กระทั่งวันที่ 23 กันยายน วันที่ลูกได้ชิตังเมปิดโมดูล ลูกปลื้มมากโดยเฉพาะคำอวยพรของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ลูกได้เข้าถึงธรรม ครั้นลูกกลับมาบ้านอธิษฐานจิตขอพรจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ จึงตั้งใจเพิ่มชั่วโมงนั่งธรรมะ จากวันละ 1ชั่วโมง เป็น 2ชั่วโมง
ผมนึกอะไรไว้กลางกาย สิ่งนั้นก็จะใสสว่างไปหมด มหัศจรรย์มากครับ นอกรอบ ผมจะรักษากาย วาจา ใจ ได้บริสุทธิ์ หรือถ้าผมได้ยินได้ฟังใครพูดไม่ดี ผมก็จะไม่สนใจฟัง ผมจะหันมาตรึกดวงแก้ว องค์พระ และภาวนาสัมมาอะระหังแทน
ในอดีตสามีของเธอเป็นคนที่ตึ๋งหนืดมากๆ ทั้งเรื่องอาหารการกินและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ต้องกินอย่างที่เขาต้องการให้กิน เสื้อผ้าก็ต้องใส่ของที่บ้าน ที่เขาเอามาให้ ลูกสาวก็ต้องใส่ของที่เขาเอามาบริจาค เธอก็กล้ำกลืนฝืนทน ทำใจว่า ไหนๆก็มาแล้ว รักครั้งนี้เราลิขิต เราเลือกเอง คำว่ารักแม้มันจะร้ายกับเราแค่ไหน จะไปโทษใครไม่ได้ เมื่อถูกเลี้ยงด้วยลำแข้ง ก็ต้องซับน้ำตาด้วยลำแขนของตัวเอง และแล้วครอบครัวของเธอก็ถึงจุดเปลี่ยนเมื่อสามีของเธอจูน พบช่อง DMC ช่องนี้ช่องเดียว ครอบครัวของเธอจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ???
ครั้นเทวดาที่สิงสถิตอยู่ที่เศวตฉัตรของพระราชา ไม่ได้สดับธรรมเทศนาของพระโพธิสัตว์หลายวัน และรู้ว่ามโหสถถูกกลั่นแกล้ง คนดีเทวดาต้องคุ้มครองรักษา พระราชาพระองค์นี้เป็นคนหูเบา มีปัญญาน้อย ไม่รู้จักเลือกใช้คนให้เป็น อาศัยกินบุญเก่าเท่านั้นถึงได้มาบังเกิดเป็นพระราชา เทวดาจึงคิดหาวิธี ที่จะให้มโหสถกลับมาอยู่ในราชสำนักตามเดิม เพื่อตนจะได้ฟังธรรมของมโหสถอีก