จากตอนที่แล้ว พระราชโอรส ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กไปแล้วโดยปริยาย ก็ได้พาพวกเด็กๆ ไปเที่ยวงานเทศกาลในส่วนอื่นๆ ต่อ โดยมีท่านมหาเสนาบดี พร้อมกับเพื่อนๆ ของท่าน ตามไปด้วย แล้วทั้งหมดก็เดินมาถึงบริเวณพิธีที่สำคัญที่สุดในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ นั่นก็คือการชิงช่อดอกไม้
มหาเถรสมาคมอนุมัติยกวัดร้างเป็นวัดมีพระจำพรรษา 9 วัด พร้อมทั้งอนุมัติสร้างวัด 40 แห่ง และเปลี่ยนชื่อวัดอีก 2แห่ง
เป็นเรื่องที่ต้องขยายกับความสุดอัศจรรย์ ท้าความเชื่อ ที่มิได้เกิดขึ้นในเมืองไทย แต่ไปเรียกเสียงฮือฮาถึงถิ่นเพื่อนศาสนิก นั่นคือ ประเทศบรูไน ดาลุสซาราม อดีตเมืองพุทธ ที่ปัจจุบันมีน้ำมันถูกโคตรๆ และมีคนไทยอยู่กว่า 5,000 คน
หากมองอุปนิสัย ชาวบังคลาเทศนับว่าเป็นคนโอบอ้อมอารี ห่วงใยซึ่งกันและกัน ถ้ามีแขกมาเยี่ยม เจ้าของบ้านจะต้อนรับด้วยน้ำใสใจจริง แถมจะไม่ยอมให้กลับวันนั้น ต้องชักชวนให้พักค้างต่อหลายๆวัน หากเป็นชาวพุทธจะพาแขกไปกราบพระประจำหมู่บ้านก่อนด้วย
ทรงคาดการณ์ว่า นี้จะต้องเป็นเส้นพระเกศาของพระราชสวามี พระองค์ทรงปลงพระเกศาแล้วก็ทรงเปลี่ยนชุดเป็นบรรพชิต สละเครื่องราชาภรณ์วางไว้แล้วก็เสด็จลงจากพระราชวังไป ก็ทรงทราบได้ว่า “บรรพชิตรูปนั้น คงไม่ใช่พระปัจเจกพุทธเจ้าเสียแล้ว จะต้องเป็นพระราชสวามีสุดที่รักของเราอย่างแน่นอน”
สิ่งที่ได้ยากที่สุดกลับเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้ด้วยใจ นั่นก็คือความสุขที่แท้จริงที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง เป็นสิ่งที่ชาวโลกมักมองข้ามกัน เพราะมัวเอาใจไปติดอยู่กับสิ่งของนอกตัวซึ่งเป็นเครื่องล่อให้ติดอยู่ในภพ ทั้งสาม
โอมาน เปิดรับศาสนาอิสลามตั้งแต่ ค.ศ.600 ซึ่งตรงกับช่วงศาสดายังมีชีวิตอยู่ โดยมีนิกายหลัก คือ อีบาดี้ เป็นแบบอนุรักษ์นิยมปานกลาง (ซึ่งแยกออกมาจากนิกายสุหนี่และนิกายชีอะห์) โดยมีจุดเด่น คือ การเลือกผู้นำศาสนา จากการเห็นพ้องต้องกันของคนในชุมชน