ในพุทธันดรที่ผ่านมา ท่านมหาเสนาบดีได้เกิดอยู่ในตระกูลของข้าราชการระดับสูง หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เมื่อท่านเติบใหญ่ขึ้นก็ได้ไปศึกษาวิชาทหารประจำแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช
แม้ในยามที่หลวงปู่ท่านป่วย แต่ท่านก็มีเมตตา อานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน แค่เป่ากระหม่อมให้ เมื่อไปแข่งก็ได้แชมป์กลับมาเป็นอัศจรรย์
วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2554 ซึ่งเกือบจะถือเป็นวันโลกาวินาศของครอบครัวลูกเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะในช่วงค่ำ อยู่ๆ ก็มีกลิ่นไหม้ ลอยมาเตะจมูกอย่างแรง จนลูกและสามีเดินทำจมูกฟึ้ดฟัดๆ หาต้นเหตุของกลิ่นกันอลหม่าน
ถึงแม้ว่าคุณแม่ของลูกในภพชาตินั้นจะสำนึกผิด แต่บาปอกุศลกรรมที่ท่านได้ทำไว้ ได้ถูกตั้งเป็นผังที่รอคอยการส่งผลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ในสมัยพุทธกาลองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงประทับอยู่ ณ พระเชตะวันมหาวิหารเผยแผ่ธรรมะคำสอนให้แก่เหล่าพุทธสาวกได้ซึมซับในพระธรรมคำสอน ด้วยพระปัญญาบารมีของพระองค์ได้ทำให้เหล่าภิกษุในพระเชตวันต่างรู้สึกเลื่อมใสและเคารพนับถือเป็นยิ่งนัก
ตอนที่ลูกสาวคนที่ ๒ อายุ ๒ ขวบ เคยถูกรถกระบะชน กระเด็นเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถแต่ไม่เป็นอะไร มีแผลถลอกที่หลังนิดหน่อยเท่านั้น มีคนบอกว่าเจ้าแม่จามเทวีคร่อมร่างเขาอยู่จึงทำให้ไม่เป็นอะไร
สามีของลูกสมัยเขายังเด็ก อายุ ๓ ขวบ มีนิสัยประหลาด คือ ชอบเด็ดพริกจากต้นมากินเล่นเหมือนขนม ผู้ใหญ่ห้ามแล้วห้ามอีก ก็ยังแอบเด็ดกินบ่อยๆ จนผู้ใหญ่ต้องแอบบี้ลูกมะเขือพวงทาพริกไว้ จึงเลิกกิน
ในอดีตชาติ โยมพ่อของลูกมักจะแกล้งบริวารคนสนิทที่ขี่ม้าออกไปด้วยกันจนทำเขาตกม้า บาดเจ็บเล็กๆน้อยอยู่เป็นประจำ
พระเชตะวันมหาวิหาร ณ เวลาในพุทธกาลสมัยหนึ่งยังมีพระภิกษุผู้มีศิลปะในการตัดเย็บ ย้อมสี ปะ ชุนจีวร ฝีมือดีจนเป็นที่ยอมรับในหมู่สงฆ์ ภิกษุรูปนี้ชาญฉลาดในการทำจีวรให้งาม ภิกษุสงฆ์ทั้งหลายพากันขนานนามตามความหมายนั้นว่า พระจีวรวัฒฑกะ
ในระหว่างที่ไก่ชนของทั้งสองฝ่ายกำลังจิกตีกันอยู่นั้น กลุ่มของโยมพ่อของลูกกับกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ต่างก็เริ่มมองหน้าหาเรื่องกัน