พระมารดาจึงได้ส่งขนมและน้ำอ้อยให้แก่พระกุมารเสวย ขณะนั้นหมู่แมลงวันได้กลิ่นน้ำอ้อย ก็พากันบินมาตอมพระกุมาร จุลนีราชกุมารทรงดำริว่า “เราจักเคี้ยวกินขนมนี้โดยไม่ให้มีแมลงวัน” ครั้นแล้วจึงทรงเลี่ยงไปหน่อยหนึ่ง แล้วหยดน้ำอ้อยลงสู่พื้น พร้อมกับค่อยๆไล่แมลงที่ห้อมล้อมพระองค์อยู่ แมลงวันเหล่านั้นแทนที่จะรุมตอมพระกุมาร ก็พากันไปรุมตอมน้ำอ้อยที่พื้นแทน
สตรีทั้งสามนางจึงรีบพากันไปกราบถวายบังคมพระเจ้าจุลนี แล้วทูลเรื่องราวทั้งหมดตามที่พวกตนได้เห็นมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะแปลความหมายในสิ่งที่พวกตนเห็นเหมือนอย่างที่พระนางนันทาเทวีตรัสไว้ จากนั้นจึงกราบทูลเสริมอีกว่า “ขอพระองค์อย่าได้ทรงลังเลพระทัยอยู่เลยเพคะ ทางที่ดีควรรีบฆ่ามโหสถเสียโดยเร็ว เพราะหากทรงชักช้าอยู่ก็จะมิทันการณ์นะเพคะ”
น้องอิ๊งค์ เล่าว่า “จากเรื่องเล่าในละคร ตอนนี้ได้กลายเป็นชีวิตจริงของหนูแล้วค่ะ เพราะหนูจะได้เป็นประธานกฐินสัมฤทธิ์แล้วค่ะ ซึ่งหนูจะพาเพื่อนๆดารานักแสดงรุ่นจิ๋ว ไปทอดกฐินที่วัดม่วง ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552 นี้ เวลา 9.00 - 12.00 น.
หลวงพ่อครับ กระผมอยากบอกคุณยายว่า “ชีวิตของพระเป็นเพียงเศษซากที่หลงเหลืออยู่ รอดพ้นจากความตาย ความพิกลพิการมาได้หลายครั้ง และสามารถอยู่สร้างบารมีได้จนทุกวันนี้ เพราะคุณยายช่วยต่อชีวิตให้ การสร้างอาคาร ๑๐๐ ปีคุณยายครั้งนี้ พระจะทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อตอบแทนพระคุณของคุณยาย
หลังสิ้นสุดคำอธิษฐาน ลูกก๊ากก็ออกอาการแสนรู้ขึ้นมาทันที เขาปีนข้ามจากเบาะหลังมาเบาะหน้า ราวกับมีคนกระซิบให้เขาทำอย่างนั้น ก๊ากเอามือมาแถวพวงมาลัยหน้ารถ ขณะที่สายตาทุกคนกำลังลุ้นว่าเขาจะทำอะไร ปรากฏว่า เขายื่นมือไปจับที่พวงมาลัยแล้วเอื้อมไปทางกุญแจ จากนั้นก็บิดมันให้ดับลง ทันใดนั้นเองล็อคอัตโนมัติทั้ง 4 ประตูก็ดีดขึ้น แล้วก็บังเกิดเสียงอุทานขึ้นว่า “อะไรกันนี่ คุณยายศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ คุณยายศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ”
“ คุณยายคะ..ช่วงนี้โรงพักวุ่นวายจังเลยค่ะ ตาแป๊ะ ที่เฝ้าโรงเจคลอง 7 แกหายสาบสูญไปไหนไม่มีใครทราบ หากันหลายวันแล้วไม่เจอ ญาติพี่น้องก็ไม่รู้แกหายไปไหน...”
ดอกทองกวาวถูกแสงจันทร์ในยามราตรีสาดส่อง จึงแลเห็นเหมือนชิ้นเนื้อสด ฝูงสุนัขจิ้งจอกเห็นดอกทองกวาวนั้นบานสะพรั่งอยู่ในยามราตรี ต่างก็พากันสำคัญว่าเป็นชิ้นเนื้อสด จึงพากันวิ่งกรูกันเข้าล้อมต้นไว้ตลอดทั้งคืน โดยหวังจะได้กินชิ้นเนื้อในวันรุ่งขึ้น
ขณะนั้น พระเจ้าจุลนีเสด็จขึ้นสู่พระคชาธาร พระองค์ทรงสวมฉลองพระองค์ด้วยเกราะแก้วประดับเพชรมณี พระหัตถ์ทรงศร ประทับสง่าเหนือคอพระคชาธารซึ่งทรงพละกำลังมหาศาล พลางมีพระบัญชาสั่งขบวนพลทุกกองทัพ ทั้งพลช้าง พลม้า พลรถ พลราบ และกองขมังธนู ประชุมพร้อมกันเพื่อเตรียมเผด็จศึกทันที
ฝ่ายอาจารย์เสนกะ พอเริ่มออกเดินเท่านั้น ก็รีบถอดผ้าโพกศีรษะออก ค่อยๆปลดผ้านุ่งออกแล้วบรรจงผูกใหม่ให้มั่นคง มโหสถเหลือบไปเห็นกิริยาของอาจารย์เสนกะ จึงเอ่ยถามว่า “ท่านเสนกะ ท่านมัวทำอะไรอยู่น่ะ” อาจารย์เสนกะ ก็หันมาตอบว่า “ข้าพเจ้าก็เตรียมจะเดินลงอุโมงค์น่ะสิ ถึงต้องเปลื้องผ้าโพกหัว แล้วยักรั้งให้มั่นคง จะเดินได้สะดวกๆอย่างไรล่ะ”