สามเณรสีวลี เอตทัคคะในทางผู้มีลาภมาก
สามเณรสีวลีเจริญด้วยลาภสักการะ เพราะในอดีตชาติได้ถวายน้ำผึ้งสดแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระวิปัสสีและหมู่สงฆ์ ด้วยผลบุญที่ได้ถวายทานแก่บุคคลผู้มีจิตบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยความเคารพเลื่อมใสส่งผลให้สามเณรสีวลีเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
สามเณรศูนย์อบรมวัดสมานราษฏร์ จ.ชลบุรี ออกเดินบิณฑบาตรโปรดสาธุชน
สามเณรศูนย์อบรมวัดสมานราษฎร์ จ.ชลบุรี ได้ออกเดินบิณฑบาตโปรดสาธุชนวันแรก ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ได้จัดเตรียมข้าวสาร อาหารแห้งและปานะ รอใส่บาตรอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อได้เห็นอากัปกิริยา สงบ เสงียม สง่างาม ของสามเณรผู้ฝึกตัวมาดีแล้ว ก็ยิ่งทำให้เกิดจิตเลื่อมใสอย่างมากแด่ผู้พบเห็น แม้สามเณรอายุยังน้อย และบวชได้ไม่นาน แต่ก็สามารถฝึกตนได้อย่างดี สมเป็นหน่อเนื้อแห่งพระชินสีห์ อย่างแท้จริง
เห็นสมณะ
การเห็นสมณะของผู้มีจิตเลื่อมใสนั้น อาจแบ่งออกได้เป็น ๓ ระดับ คือ...
สามเณรนิโครธ ผู้จุดให้พระเจ้าอโศกมหาราชหันมานับถือและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ประมาณ ๓๐๐ ปีหลังพุทธปรินิพพาน มีสามเณรน้อยรูปหนึ่งนามว่า สามเณรนิโครธ อายุเพียง ๗ ขวบ ได้ออกบวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์สามเณรน้อยมีผิวพรรณผ่องใสและเป็นผู้ที่ฝึกตนเป็นอย่างดีจึงมีบุคลิกที่สงบเสงี่ยมสง่างามน่าเลื่อมใสยิ่งนัก ทำให้พระราชาคือ พระเจ้าอโศกมหาราชเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในทันทีที่เห็นสามเณรเดินผ่าน
พระพากุลเถระ ตอน สร้างมหากุศลใหญ่ในสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้า
ในยุคของพระวิปัสสีพุทธเจ้า พระพากุลเถระได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ กรุงพันธุมวดี ต่อมาได้ออกบวชเป็นดาบสฤๅษี และบำ เพ็ญเพียรจนได้ฌาน จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านได้ทราบข่าวการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ไปเข้าเฝ้าเพื่อฟังธรรมแล้วเกิดจิตเลื่อมใส ทำให้ท่านถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ อีกทั้งยังหมั่นมาฟังธรรมและคอยดูแลอุปัฏฐากพระศาสดาตามโอกาสสมควร
เกาะติดสถานการณ์ธุดงค์ธรรมชัยเส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ 4 (5 มกราคม พ.ศ. 2558)
ขณะนี้กระแสข่าวธุดงค์ธรรมชัย ดังไปทั่วทั้งภพสามแล้วค่ะ ด้วยภารกิจอันสำคัญของกองพันเนื้อนาบุญ และกองพลจักรพรรดิดาวรวยที่ทำหน้าที่กันอย่างดีเยี่ยม ทำให้เกิดภาพอัศจรรย์ ที่คนทั่วโลกเห็นแล้วต้องตะลึง ถึงกับร้อง “โอ้ว ว้าว” ยังความศรัทธาเลื่อมใสให้เกิดในพระพุทธศาสนาค่ะ
สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ
เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตน จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส และได้กล่าวชื่นชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใส ประทับยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า พราหมณ์ใด ยังความร่าเริงให้เกิดขึ้นแล้ว สรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัป
รัตนะภายใน
ชนทั้งหลายย่อมแสดงธรรมกาย และไม่อาจทำบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้นให้กำเริบได้ ใครได้เห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
พระรัตนตรัยเป็นเยี่ยม
บุญอันเลิศ คือ อายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สุขและกำลัง ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมอันเลิศ เลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ คือเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เลิศ ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลอันเยี่ยม เลื่อมใสในพระธรรมที่เลิศอันปราศจากราคะ เป็นที่เข้าไปสงบระงับและเป็นสุข เลื่อมใสในพระสงฆ์ผู้เลิศ เป็นนาบุญชั้นเยี่ยม ให้ทานในท่านผู้เลิศ ผู้มีปัญญาตั้งมั่นแล้วในธรรมอันเลิศ ให้ทานแก่ท่านผู้เป็นบุญเขตอันเลิศ จะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ย่อมเข้าถึงสถานที่อันเลิศ บันเทิงใจอยู่
ถึงพระรัตนตรัย ไม่ไกลนิพพาน
ท่านทั้งหลายจงรับไตรสรณคมน์ จงรับศีลห้า ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ท่านทั้งหลายจงดูเราเป็นตัวอย่าง รักษาศีลแล้ว แม้ทุกท่านก็จักได้บรรลุอรหัตโดยไม่นานเลย เราเป็นผู้มีวิชชา ๓ บรรลุอิทธิวิธี ฉลาดในเจโตปริยญาณ เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถึงสรณคมน์