ตั้งแต่นั้นมา ในยามค่ำคืนดึกสงัด เสียงขับลำนำขับขานยกยอพระสิริโฉมของพระราชธิดาปัญจาลจันที ก็ดังกังวานแว่วมาจากต้นไม้ใหญ่ในพระนคร ครั้นใกล้รุ่งก็ปรากฏคล้ายเสียงกังสดาลดังก้องไปในอากาศ แล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆหายเงียบไป ชาวปัญจาลนครทั้งหลาย เมื่อได้ยินเสียงเพลงขับเลื่อนลอยมาแต่ไกลในยามราตรี ไพเราะเสนาะจับจิตจับใจยิ่งนัก ก็พากันพิศวง งงงวยไปตามๆกัน และครั้นรุ่งสางก็ยังได้ยินเสียงกังสดาลดังกังวานแว่วอีก
มุสิละกราบทูลว่า ตนมีความสามารถพอๆ กับอาจารย์ จึงไม่ขอรับเงินเดือนที่ต่ำกว่าอาจารย์ ขอให้พระองค์พระราชทานเท่ากับอาจารย์เถิด พระราชาตรัสว่า เจ้าอย่าพูดอย่างนั้น ธรรมดาอาจารย์ต้องได้รับมากกว่าศิษย์ มุสิละก็ ไม่ยอม จากนั้นก็ออกไปประกาศให้มหาชนไปเป็นสักขีพยาน ในการประลองฝีมือการดีดพิณระหว่างตนกับอาจารย์
เมื่อเราประสบปัญหาของชีวิต ก็ควรอยู่ในศีลในธรรม แล้วค่อยๆ แก้ไขปัญหานั้นเป็นเรื่องๆ ไป ด้วยปัญญาอันชาญฉลาด ทำได้อย่างนี้ชีวิตก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ ส่วนมโหสถบัณฑิตเมื่อได้ยศศักดิ์ยิ่งใหญ่แล้ว จะใช้ยศศักดิ์นั้นอย่างไร โปรดติดตาม
มาตลีเทพบุตรพาพระเจ้าเนมิราชชมวิมารของชาวสรรค์ที่ประดับประดาอย่างโอฬาร พรั่งพร้อมทั้งอุทยาน และสระโบกขรณี วิมานทอง ๗ หลัง วิมานแก้วสูง ๒๕ โยชน์ เสาของวิมานหลายร้อยต้นล้วนเป็นแก้ว ๗ ประการ ยอดเสาทุกต้นประดับด้วยกระดิ่งที่ห้อยระย้า มีธงทองธงเงินโบกพลิ้วปลิวไสว
ชายคนหนึ่ง...มีนิสัยแปลกประหลาด กล่าวคือ ในวัยเด็ก เขาชอบรับประทานดินหมกที่เตาหุงข้าว และชอบทานข้าวสารดิบเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เขายังมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ สะดุ้งผวาตื่น ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เด็กจนอายุ 16 ปี ทำให้สุขภาพแย่ ปวดศีรษะ ตัวเหลือง เฉื่อยชา จนต้องพึ่งยาของโรงพยาบาลประสาท จนกระทั่งเขาเข้าวัดพระธรรมกาย อาการเหล่านี้ก็ได้ทุเลาลง...เป็นเพราะบุพกรรมใด เขาจึงเป็นเช่นนี้...และกับคำถาม...การทำหน้าที่ด้านใช้เสียงพูด และร้องเพลงธรรมะ มีโบนัสอะไรเป็นพิเศษ ที่สร้างความรื่นรมย์บนวิมานบ้าง...