ตั้งแต่มีคนชวนมาทำบุญเลี้ยงพระ 3 หมื่นวัด เราปฏิเสธไม่ยอมมาวัดอีกเลย เพราะวัดนี้คนเยอะเกินไป มาแล้วเหนื่อย กลับก็ดึก แถมคนที่ทำบุญมากถึงจะได้นั่งหน้า ดูเหมือนแบ่งชั้นวรรณะ !!
รู้สึกวัดนี้เป็นพุทธพาณิชย์มากๆ ไม่อยากมา กลัวต้องทำบุญจนหมดตัว เราไปทำบุญวัดป่ากันดารๆ ปลื้มมากกว่า มีคนชวนติดจานดาวเทียม ก็รับมาเพราะเกรงใจ เราเลยดองจานไว้อย่างนั้น ไม่ยอมติดอยู่เป็นปี
ตัวเอง..เคยเป็นนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา เลยทำให้ฝังใจกลัวต่อเหตุการณ์ครั้งนั้นมากๆพอมารู้ว่าวัดพระธรรมกายมีนิสิตนักศึกษามามากกันขนาดนี้ เลยทำให้ปักใจเชื่อว่าวัดพระธรรมกายเป็นคอมมิวนิสต์แน่ๆ
ผมเชื่อว่าในอนาคต DOU จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างคนเก่งและคนดี คืนให้กับประเทศชาติและโลกใบนี้ เรียน DOU มีแต่ผลดี ไม่มีผลเสีย
สังคมของธรรมทายาทเป็นสังคมที่ดีมาก ไม่เหมือนสังคมนักเที่ยวที่ตอนแรกเหมือนจะสนุก แต่สุดท้ายก็มีแต่เรื่องเดือดร้อนทำให้ทุกข์ใจ
เกาะติดสถานการณ์ชวนบวชพระแสนรูปรุ่นเข้าพรรษา
เมื่อคิดจะลงสนาม ก็ต้องพยายามไปถึงเป้าหมายให้ได้ เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่งานพลิกฟื้นพระพุทธศาสนาในผืนแผ่นดินไทยเท่านั้น แต่จะเป็นงานพลิกโลกใบนี้ทั้งใบเลยทีเดียว ขอให้ลูกพระธัมฯทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วความสำเร็จเป็นอัศจรรย์ก็จะบังเกิดขึ้น
แล้วเหตุการณ์สำคัญในชีวิตนางภิกษุณีผู้เป็นมารดาก็เกิดขึ้น คือ นับตั้งแต่พระกุมารได้แยกจากนางไปถึง 12ปีนั้น นางได้แต่ร้องไห้ด้วยความคิดถึงบุตร มีความทุกข์เพราะความพลัดพราก ใบหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังเดินบิณฑบาตอยู่นั้น ได้เห็นพระกุมารกัสสปะในระหว่างทางจึงดีใจร้องเรียกลูก แล้ววิ่งเข้าไปหาแต่ได้เซล้มลง
ในแต่ละรอบของการนั่งสมาธิ เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมสามารถอยู่กับดวงสว่างสีทองและองค์พระนั้นได้นานทีเดียวครับ ยิ่งกว่านั้นผมมีความรู้สึกว่าแสงสว่างได้แผ่ขยายออกไปจากศูนย์กลางกายห่อหุ้มทั้งร่างกายของผมเอาไว้ ความสุขที่ผมได้รับในครั้งนี้ ผมไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบายให้เข้าใจได้ บอกได้แค่ว่าสุขมากๆครับ
ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ในผ้าเหลืองนี้นานวันเข้า ผมก็ยิ่งซาบซึ้งว่า ชีวิตพระเป็นชีวิตที่ประเสริฐที่สุด ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆ ครับ เหตุที่ทำให้ผมเข้าใจความ “ประเสริฐสุดซึ้ง” เพราะผมเคยใช้ชีวิตแบบ “แสบสุดอึ้ง” มาแล้วนั่นเอง เมื่อครั้งวัยรุ่น ผมดำเนินชีวิตตามกระแสโลก สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน ผม “สนุกสนาน” แต่พ่อกับแม่ “เศร้าสนิท” พร้อมนำเรื่อง “ปวดหัว” มาทำให้ท่าน “ปวดใจ” เป็นประจำ ผมรู้อยู่เต็มอกว่า ทำให้ท่านเสียใจ แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ไม่คิดกลับตัว เพราะคบคนพาลเป็นมิตร จึงเป็นพิษกับชีวี ผมหลงทำผิด “สูบ เสพ เสี่ยง” ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเมื่ออายุครบ 20 ปี แม่จึงเอ่ยปากว่า “บวชให้แม่หน่อยได้ไหม”