เมื่อถึงเวลาสว่าง สีเหลืองทองของผ้ากาวพัสตร์ของพระภิกษุสงฆ์นับหมื่น ที่แปรแถวรับบิณฑบาต ช่างงดงามเป็นดั่งถนนทองคำอย่างแท้จริง เมื่อเพลง “ชีวิตสมณะ ภาษาจีน” ดังขึ้น ชาวจีนและชาวไทยต่างน้ำตาไหล ด้วยความปลื้มปีติ นำภัตตาหารใส่บาตรทั้งน้ำตา มีเจ้าของธุรกิจในย่านนั้นบอกว่า ตั้งแต่อยู่เยาวราชมาห้าสิบกว่าปี ไม่เคยทำบุญอะไรปลื้มเท่าวันนี้
นางอมราได้ยินพระนางเจ้าอุทุมเทวีตรัสทักทายสามีของ ตนเช่นนั้น ก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก จึงเหลียวมามองมโหสถผู้เป็นสามีด้วยสีหน้างงงวย แต่มโหสถกลับยิ้มให้นางอย่างปกติ เป็นเหตุให้นางยิ่งฉงนใจ พร้อมกันนั้นก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจมากมาย
แม้เป็นเศรษฐีแล้ว ยังต้องให้ทาน จะได้รวยข้ามชาติ ไม่ ใช่เกิดมาเสวยสมบัติอย่างเดียว ส่วนท่านที่ยังลำบากยากจน ต้องเริ่มให้ทานได้แล้ว จะรอให้รวยแล้วจึงทำทานไม่ได้หรอก ต้องทำทานไปเรื่อยๆ ถึงจะรวย งานทางโลกเราก็ทุ่มเททำกันไป งานบุญงานกุศลก็ทำกันไป ให้เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน
ฤดูใบไม้ผลิกำลังมาเยือนแอฟริกาใต้ ฝูงนก ฝูงกา กำลังสร้างบ้านใหม่ แต่ที่อัศจรรย์ใจก็คือว่า รังนกในดงหนาม ทำไมต้องเกาะกลุ่มกัน รัง เหมือนขานรับความอัศจรรย์ของ เลข5 จากประเทศไหนสักแห่ง ทำไม...ไม่ 3...ทำไม...ไม่ 4...หรือว่า 6...ทำไม...ต้อง 5 ทำไมนกน้อยสกุณา ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จะต้องเกาะกลุ่มกันเป็นโมดุล (Module)
ปกติของคนตระหนี่จะไม่ชอบให้ ทาน เพราะเขากลัวความจน กลัวว่าทรัพย์ที่ให้ไปจะสูญเปล่า แต่ผู้รู้กลับบอกว่า ยิ่งให้จะยิ่งได้ เพราะการทำความดีใดๆ ที่จะไม่ส่งผลนั้น เป็นไม่มี หากเริ่มดำรงตนอยู่ในสถานะของผู้ให้ ใจของเราจะสูงขึ้น เป็นอิสระจากความตระหนี่ และจะขยายออกไปอย่างไม่มีประมาณ เมื่อถึงขีดถึงคราวที่บุญส่งผลจะได้รับเกินควรเกินคาดทีเดียว แม้ตัวเรายังรู้สึกอัศจรรย์ในตัวเอง