การนั่งสมาธิไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากทำอย่างถูกวิธีตามหลักวิชชา แม้มาจากต่างที่ต่างวัยต่างภาษา แต่สิ่งที่ได้พบเหมือนๆกัน นั่นคือความสุข
โครงการปฏิบัติธรรมธุดงค์แก้ว อยู่กลด หมดทุกข์ พบสุขแท้จริง เริ่มตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2553
ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนา แต่มีน้อยคนที่รู้ว่า ความสุข คืออะไรและอยู่ที่ไหน ที่จริงแล้วความสุขมีอยู่ในตัวเรานี่เอง และสามารถค้นพบได้ง่ายๆโดยไม่ต้องเดินทางไปหาที่ไหน และไม่ต้องทุ่มเททรัพย์สินเงินทองอะไรไปแลกมา เพียงแค่นั่งลงแล้วหลับตาทำสมาธิภาวนา ก็จะพบความสุขที่ประณีตยิ่งๆ ขึ้นไปได้ ซึ่งหลายๆคน ที่ทำสมาธิภาวนาอยู่เสมอกล่าวว่า “ไม่นึกเลยว่านั่งสมาธิแล้วจะมีความสุขถึงขนาดนี้”
คำร้อง: ตะวันธรรม ทำนอง/เรียบเรียง: คนิณ มณีไพโรจน์ ขับร้อง: ปิ๊ง, นิ้ง, ฟางข้าว
การอบรมในครั้งนี้ดีมากๆ ผมได้ฝึกทุกอย่างและยังได้นั่งสมาธิอย่างเต็มที่อีกด้วย โอ...พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ วันแรกที่นั่งสมาธิ ขนาดว่าซ้อมมาแล้วนะครับ มันก็ยังเมื่อยสุดๆ ผมปวดไปหมด ทั้งแขน ขา บ่า ไหล่ ลำตัว และหัวเข่า และวันที่สองความปวดเมื่อยก็ยิ่งทับทวี จนรู้สึกว่ากระดูกแทบจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ นั่งไปสักพักความชาก็มาเยือน ผมชาไปหมดทั้งตัว แต่เพราะอยากเข้าถึงธรรม ผมจึงคิดว่า “ตายเป็นตาย”
ผมรู้จักพระพุทธศาสนาจากการอ่านพระคัมภีร์เท่านั้น ยังไม่เคยลองปฏิบัติอย่างจริงจังเลยสักที จึงยังไม่รู้จักแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร ผมจึงตัดสินใจมาบวชเป็นพระภิกษุแบบเถรวาท เพื่อศึกษาคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหมือนดั่งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนมาตลอดว่า จะรู้จักพระพุทธศาสนาที่แท้จริงได้ ต้องลองทำตามที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติ
เมื่อปล่อยใจเข้าไปสู่สภาวะภายในของกายนั้น ก็เกิดมีดวงแก้วใสสว่างมาก มีสภาพเป็นดวงแก้วที่ซ้อนๆกันอยู่เป็นสายหลายดวงมาก ตรงกลางของแต่ละดวงเป็นท่อกลวงเชื่อมต่อกัน ใจกระผมเหมือนถูกดูดเข้าไปในดวงแก้วที่ซ้อนๆกันนั้น เหมือนกับตนเองได้เข้าไปอยู่ในกลางดวงสว่าง มันช่างเป็นสภาวะใจที่สงบสุขอย่างพิเศษมาก
วันแห่งความรัก ไม่เพียงแต่หนุ่มสาวเท่านั่นที่มอบความรักให้กัน แต่เรายังสามารถมอบความรักให้ทุกคนบนโลกใบนี้ได้ โดยไม่แบ่งเชื่อชาติ ศาสนา ซึ่งทุกคนย่อมรู้จักกับความรัก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักความรักที่แท้จริง วันนี้ DMC NEWS มีรายงานพิเศษความรักที่แท้จริงมาให้ชมกัน
ดิฉันเก็บอารมณ์ และความชอกช้ำไว้กับตัวเอง ต่อมา มันก็หนักขึ้นๆ จนท่วมท้นหัวใจ ดิฉันโกรธ หดหู่ เหงา มากขึ้น และยอมจำนนให้ชีวิตอยู่กับการดื่ม การไม่รับประทานอาหาร และการทรมานตัวเองในรูปแบบต่างๆ ดิฉันฉุนเฉียวง่ายและว้าวุ่นใจอยู่เสมอๆ และรู้ว่าไม่มีทางที่จะรู้สึกดีขึ้น เพราะดิฉันอยู่กับอารมณ์ดังกล่าว ดิฉันแพ้ตัวเองอย่างแท้จริง