แพลงกิ้งคือการนอนคว่ำหน้า แขนวางไว้ข้างตัว เหมือนท่าแกล้งตาย โดยผู้ที่จะทำท่านี้จะต้องนอนลงบนพื้น หรือถ้านอนคว่ำบนสิ่งของแปลกๆ จะดูน่าสนใจมากขึ้นและจะทำให้รูปนั้นเป็นที่กล่าวขาน
...ในปัจจุบัน กระแสการทำท่า “แกล้งตาย” (Planking) กำลังเป็นที่ฮือฮาทั่วไปทั้งในโลกอินเตอร์เน็ต รวมถึงในนิตยสารหลายฉบับ วันนี้เราลองเกาะกระแสในเรื่องดังกล่าวกันนะคะ..
พระราชาได้เสด็จไปยังพระราชอุทยาน ก็ทรงมองหาเจ้ากิ้งก่าตัวนั้น “ มโหสถ เจ้ากิ้งก่าตัวนั้นมันหายไปไหนสะแล้วล่ะ ” “ มันอยู่บนเสานั้นแหละพระเจ้าค่ะ ” เจ้ากิ้งก่านั้น แม้เห็นว่าพระราชาทรงเสด็จมา ก็ไม่ได้ลงจากปลายเสาค่าย เพื่อทำความเคารพพระราชาเช่นเดิม ด้วยเพราะมันเข้าใจว่าตนเองมีทรัพย์เสมอพระราชา มันจึงทำตนเสมอพระราชาด้วย
วัดพระธรรมกายลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้รับเชิญให้ไปแนะนำการนั่งสมาธิแก่นักธุรกิจในเมืองโว้คกิ้ง
หลายประเทศรวมทั้งไทย ได้ชมปรากฏการณ์ "จันทรุปราคา" หรือ เงามืดบดบังดวงจันทร์ โดยประชาชนในแต่ละพื้นที่เกือบทั่วโลก ให้ความสนใจแหงนหน้าดูปรากฏการณ์ดังกล่าวบนท้องฟ้า
ธรรมดาว่าคู่หนุ่มสาวเมื่อร่วมเดินทางย่อมสนทนา ปราศรัย ชี้ชวนกันชมนกชมไม้เพื่อบรรเทาความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หนทางที่ว่าไกลก็จะเป็นเหมือนใกล้เพราะมีคนรู้ใจเป็นสหายร่วมทาง แต่สำหรับปิงคุตตระแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เขากลับพยายามเร่งก้าวเดินเพื่อจะให้ถึงมิถิลานครโดยเร็ว จนทิ้งห่างนางไป
ทรงดำริพลาง มีพระดำรัสถามว่า “พ่อมโหสถ เธอจำกิ้งก่าตัวนี้ได้ไหมเล่า” “จำได้อย่างแน่นอนพระเจ้าข้า” มโหสถทูลตอบ “เธอดูซิ ประหลาดไหมเล่า เจ้ากิ้งก่าตัวนี้ เมื่อก่อนพอมันเห็นเรา ก็วิ่งลงมาซบแทบพื้นดิน ครั้งนั้นเธอเคยบอกเราว่ามันแสดงความเคารพเรา แต่มาวันนี้ ทำไมดูมันช่างกระด้างกระเดื่องเช่นนั้น เธอทราบหรือไม่ว่า เพราะเหตุอันใด มันจึงยังคงเกาะนิ่ง เชิดหัวชูคออยู่เช่นนั้น”
ท้าวเธอทรงผินพระพักตร์ไปทางเหล่าราชบุรุษ ตรัสพลางแย้มพระสรวลว่า “เออ....พวกเจ้าจงดูนี่สิ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็ยังรู้จักทำความเคารพ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง แล้วพวกเจ้าล่ะ จะสู้มันได้รึ” พวกราชบุรุษได้ฟังเช่นนั้น ก็หันมามองหน้ากันเลิกลั่ก