ดิฉันไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัย นอนบนเตียงของคนตาย ที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า ดิฉันเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ บันเทิงอยู่ เพราะทานของท่านพระสารีบุตร ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันมาครั้งนี้เพื่อจะไหว้ท่านพระสารีบุตรผู้เป็นนักปราชญ์
สตรี บุรุษ คฤหัสถ์หรือบรรพชิต ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง ใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
วิบากกรรมของคนแต่ละคน ต่างมีวิบากกรรมต่างกันไป บางคนป่วยไม่รู้สาเหตุ นั่ง ๆ หลับ ๆ บางคนตกงานตลอด บางคนลำบากมาก บางคนลูกไม่ดี หากินไม่คล่อง
บุคคลใดเอาของหอมทาพื้นพระคันธกุฎี ด้วยผลของกรรมนั้น ไม่ว่าเขาจะเกิดในชาติใดๆ จักเป็นผู้มีกลิ่นกายหอมทุกชาติไป จักเป็นผู้เจริญด้วยกลิ่นคือคุณแห่งศีล จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วจักปรินิพพาน เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตจำนงไว้
เสาร์ที่ 8 ตุลาคม 2554 นี้ขอเรียนเชิญผู้มีบุญทุกท่านมาร่วมกันปล่อยปลาดุกไข่ 200 กิโลกรัม พบกันเวลา 13.30 น. ณ วัดมะขาม จ.ปทุมธานี
ปล่อยปลาประจำเดือนกันยายน กับเว็บไซต์ DMC.tv ปรารภเหตุวันคล้ายวันละสังขารคุณยายอาจารย์ 10 กันยายน
สัตว์ทั้งหลายไม่ควรที่สมณะใช้สอย เราควรแปลงเป็นสิ่งที่ใช้สอยได้ จึงให้ตีราคาม้าสินธพซึ่งมีกำลังวิ่งเร็วดังลม แล้วได้ถวายของที่เป็นกัปปิยะที่สมณะสามารถบริโภคใช้สอยได้เท่ากับราคาม้า ได้มอบกัปปิยภัณฑ์แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เราเข้าถึงในกำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ม้าอาชาไนยอันมีกำลังวิ่งเร็วดังลม สวยงามองอาจ ย่อมเกิดขึ้นแก่เรา และมีพาหนะที่วิเศษล่วงพาหนะของชนทั้งหลายในโลก
เราได้เสวยสมบัติในเทวโลกถึง ๓๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และเป็นพระราชาประเทศราชอันไพบูลย์ โดยเวลาสุดจะคณานับ เพราะการถวายทานด้วยศรัทธานั้น เราจึงเป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ เราท่องเที่ยวไปในสองภพเท่านั้น คือในเทวดาและมนุษย์ คติอื่นเราไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดี
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทานมิใช่จักมีผลมาก ด้วยการถึงพร้อมแห่งไทยธรรมอย่างเดียว ที่แท้ทานจักมีผลมาก ก็ด้วยความถึงพร้อมแห่งจิตที่เลื่อมใส และความถึงพร้อมแห่งทักขิไณยบุคคล เพราะฉะนั้น ทานวัตถุเพียงข้าวสักทัพพีหนึ่งก็ดี เพียงผ้าเก่าผืนหนึ่งก็ดี เพียงเครื่องลาดทำด้วยหญ้าก็ดี เมื่อบุคคลมีจิตเลื่อมใสแล้ว ตั้งไว้ในทักขิไณยบุคคล ทานนั้นก็จักมีผลมากรุ่งเรืองมาก แผ่ไพศาลมาก
นอกจากพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก ปากคน ๑ นหุต บุรุษไรเล่าผู้สามารถจะกล่าวอานิสงส์ของการถวายที่อยู่อาศัยได้