ผู้ใดพอใครถามถึงเรื่องทุกข์ของตน ก็บอกเขาเรื่อยไป ทั้งที่ไม่ใช่กาลอันควร ผู้นั้นจะมีแต่มิตรชนิดเจ้าสำราญ ส่วนผู้หวังดีต่อเขาก็มีแต่ทุกข์
ย้อนไปในสมัยพุทธกาล ณ พระเชตวันมหาวิหารอันเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังมีกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีซึ่งเป็นสหายกันประมาณ 30 คน ถือของหอม ดอกไม้และผ้า คิดกันว่าจะเข้าเฝ้าฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา จึงได้พากันไปยังวิหารเชตวันและได้นั่งพักในโรงนา คมาฬกะ วิสาลมาฬกะ เพื่อรอเข้าเฝ้าพระพุทธองค์
ราชสีห์ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำ วันหนึ่งมันเดินไปกินน้ำในสระ ซึ่งเป็นที่รวมของบรรดาสัตว์ทั้งหลาย เพื่อมากินน้ำ ระหว่างน้ันมันมองเห็นหมูตัวหนึ่งเที่ยวหากินอยู่ริมสระ มันจึงเดินหลบไป กลัวหมูจะเห็น และเกรงว่าวันถัดไปหมูจะไม่กล้ามาที่สระน้ำอีก เจ้าหมูเหลือบไปเห็นเข้าพอดี ก็เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าราชสีห์กลัวตน จึงวิ่งเข้าไปท้าทายขอต่อสู้กับราชสีห์
เมื่อยุ่งเรื่องของคนอื่นไม่ดีอย่างไร? การเคารพถึงสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น คำว่าไทยมุงกับสังคมไทย ความสนใจเรื่องคนคนอื่น ต้องอัพเดตข่าวสารเสมอๆ จะไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่นก็ไม่ได้ จะมีวิธีคิดเรื่องนี้อย่างไร? ในต่างประเทศ การเคารพสิทธิส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญเเค่ไหน? จะมีวิธีใด? ที่ทำให้เราหันมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
“นายโคบาลย่อมต้อนโคทั้งหลาย ไปสู่ที่หากินด้วยท่อนไม้ ฉันใด ความแก่ชราและความตายย่อมต้อนอายุ ของสัตว์ทั้งหลายไป ฉันนั้น” (ขุ.ธ.)
พ้นพรรษาฤดูหนึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร อันพระเจ้าพิมพิสารถวายให้ พระองค์ทรงปรารภ พระเทวทัตผู้พยายามปลงพระชนม์แก่ภิกษุสงฆ์ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเทวทัตพยามยามฆ่าเรา ใช่ว่าแต่ครั้งนี้ก็หาไม่ แม้ครั้งก่อนก็พยามยามฆ่าเรามาแล้ว”
ก่อนเข้าวัดลูกตกระกำลำบากมาก มีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ โดยรับจ้างเย็บผ้ามีรายได้แค่วันละ 79 บาท ส่วนสามีก็เป็นแค่ลูกจ้างในร้านตัดผม ที่มีรายได้ไม่แน่นอน บางทีก็ได้แค่ 65 บาทต่อวันเท่านั้น ซึ่งเราต้องเอารายได้ทั้งหมดมาเลี้ยงลูกอีก 3 คน และต้องส่งให้แม่สามีด้วย
คนโบร่ำโบราณกล่าวไว้ว่า “สวดมนต์เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน” ซึ่งเป็นคำที่ถ่ายทอดมา จากประสบการณ์จริงในการประพฤติปฏิบัติของผู้คนในอดีต ซึ่งก็เป็นผลเช่นนั้นจริง ๆ แม้แต่ ในปัจจุบัน การภาวนาก็ยังมีผลอันมหัศจรรย์แก่ชีวิตมนุษย์ราวกับได้กินยาแสนวิเศษกันเลยทีเดียว ดังเรื่องราวตัวอย่างของนักภาวนาเหล่านี้...
วันนี้พระครูท่านได้เมตตาให้สัมภาษณ์ว่า “อาตมามาร่วมงานวันคุ้มครองโลกเกือบทุกปี พอเห็นพระมารวมตัวกันเยอะๆ แล้วรู้สึกปลื้ม เพราะเป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนายังมีความเข้มแข็งมั่นคงอยู่ ตรงจุดนี้อาตมาต้องขอขอบคุณในน้ำใจของหลวงพ่อธัมมชโยมากๆ
“พวกเธอจงเชื่อเถิด ขึ้นชื่อว่ามิตร ย่อมเกื้อกูลต่อกันเสมอ แม้มิตรนั้นจะตกต่ำในฐานะ แต่เมื่อจิตใจร่ำรวยดังนี้ มิตรอย่างเราก็ต้องอนุเคราะห์ให้ทรัพย์เป็นทุนกับเขายิ่งๆ ขึ้นไป”