ข้อความต้นฉบับในหน้า
หากชีวิตลำเค็ญ
ก็จะเห็นคุณค่าของความรวย
หากรวยมากๆ
ก็มักไม่เข้าใจรสชาติของความลำเค็ญ
แต่ป้าคนนี้ ได้รับแต่ความลำเค็ญ
จนไม่คิดว่าตัวเองจะรวย
07/08 1
มาในวันนี้ป้าเหรียญรวย จึงทำแต่บุญ
เพื่อไม่ให้กลับไปสู่ความลำเค็ญ
ป้าเหรียญ สกุลเกศทิพย์ เจ้าของร้านขายแล้ว
ที่ตลาดไท ที่ปลูกแห้วไว้ขายจนเป็นที่รู้จักอย่างมาก
ในอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
“ป้าเป็นคนสุพรรณบุรี มีพี่น้อง 5 คน เราต้อง
อยู่กันอย่างอัตคัดขัดสน ตั้งแต่เล็กต้องเร่ร่อนกันไป
เรื่อยๆ เพราะไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ที่ดินทำกิน
ก็ไม่มี พ่อแม่ก็มีอาชีพที่ไม่แน่นอน ต้องรับจ้างเขา
ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งป้ามาแต่งงาน ชีวิตก็ไม่ได้
สบายขึ้นเลย ต้องไปรับจ้างเขาแบกไม้จากโรงเลื่อย
รับจ้างหุงข้าว รับจ้างขนทราย ใช้พลั่วตักทรายจน
เต็มรถคันใหญ่ๆ ได้เงินคันละ ๑๐ สลึง คันหนึ่งก็
ต้องทำกันเป็นชั่วโมง บางทีรถขนทรายเข้าตอนตี
ที่ ๒ ก็ต้องรีบออกไปขนให้เสร็จ ทำงานเหงื่อโทรม
กายทั้งวัน ไม่เป็นเวล่ำเวลา ป้าต้องช่วยสามีทำงาน
เนื่องจากรายได้ไม่พอใช้ เพราะเขาเป็นแค่ช่างไม้
ได้เงินวันละแค่ ๒๒ บาท
๑
ชีวิตป้าขัดสนมาก จนมาก จนสุดท้ายป้ากับ
สามีต้องเปลี่ยนอาชีพมารับจ้างยาเรือที่รั่ว เราได้เงิน
ค่ายาเรือลำละ ๑๐๐ บาท แต่ ๑ ลำเราใช้เวลาทำ
๑๐
เพราะ
ถึง วันถึงจะเสร็จ ช่วงนั้นลำบากที่สุด
เราต้องเลี้ยงลูกถึง ๓ คน ข้าวแต่ละมื้อก็กินกันอย่าง
อดๆ อยากๆ คือ ข้าว ๑ ถ้วย ขยำกับไข่ต้ม ๑ ใบ
ต้องแบ่งให้ลูกกินถึง ๓ คน
ตอนนั้นครอบครัวป้ายังไม่มีบ้านอยู่ ต้องมา
อาศัยอยู่อย่างแออัดในบ้านพักคนงานที่เขาสร้างให้
เราต้องนอนบนไม้กระดานด้านๆ เพราะเสื้อสักผืน
เราก็ยังไม่มีปัญญาที่จะซื้อปูให้ลูกนอน
ต่อมาไม่นานนัก...สามีป้าก็มาล้มป่วยเสียชีวิต
ตอนนั้น... ทุกคนในครอบครัวของเราเสียใจกันมาก
หน่าซ้ำยังไม่รู้อนาคตว่าพวกเราจะเอาอะไรกินสภาพ
ป้าตอนนั้นกลายเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวที่ต้องเลี้ยงลูก
ถึง ๔ คน เพราะเสาหลักของครอบครัวตายจาก
พวกเราไปแล้ว อีกทั้งลูกคนที่ ๔ ของป้าก็เพิ่งคลอด
ได้แค่ ๓
เดือนเท่านั้น ช่วงนั้นป้าก็ต้องไปรับจ้าง
เขาทําทุกอย่าง คือตั้งแต่เช้าก็ต้องรีบไปเก็บผักบุ้ง
รับจ้างปอกแห้ว ทำขนมขาย ทำเสร็จก็ใส่รถเข็น