ข้อความต้นฉบับในหน้า
พวกเราเถิด” ทันใดนั้น ชาวเมืองสาวัตถีก็พา
กันบริภาษพวกนั้นว่า
“พวกท่านสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบ้าน-
นอก ขาดความเป็นผู้ดี เป็นคนเชื่อถือไม่ได้
กำหนดวันไว้แล้ว ดูหมิ่นเสียไม่มาตามกำหนด
เชิญกลับไปตามทางที่มากันนั่นแหละ พวกเรา
ยกเจ้าสาวให้คนอื่นไปแล้ว” พวกชาวบ้านนอก
ก็พากันทะเลาะกับชาวเมือง ครั้นไม่ได้เจ้าสาว
ก็ต้องพากันกลับไป
ธิดาให้แก่คนอื่น
รุ่งขึ้น ชาวเมืองพากันมาขอรับเจ้าสาว
ชาวชนบทก็พากันกล่าวว่า “พวกท่านขึ้นชื่อว่า
เป็นชาวเมือง แต่ขาดความเป็นผู้ดี กำหนดวัน
ไว้แล้วแต่ไม่มารับเจ้าสาว เพราะพวกท่านไม่มา
เราจึงยกให้คนอื่นไป” ชาวเมืองกล่าวว่า “พวก
เราถามอาชีวกดู ได้ความว่าฤกษ์ไม่ดี จึงไม่มา
ท่านจงให้เจ้าสาวแก่พวกเราเถิด”
ชาวชนบทแย้งว่า “เพราะพวกท่านไม่
มากัน พวกเราจึงยกเจ้าสาวให้คนอื่นไปแล้ว
เรื่องที่อาชีวกกระทำอันตรายงานมงคล
ของมนุษย์เหล่านั้น ปรากฏว่ารู้กันทั่วไปใน คราวนี้จักนำตัวเจ้าสาวที่ให้เขาไปแล้วมาอีกใต้
ระหว่างภิกษุทั้งหลาย และภิกษุเหล่านั้นประชุม อย่างไรเล่า?” เมื่อคนเหล่านั้นโต้เถียงกันไป
กันในธรรมสภานั่งพูดกันถึงเรื่องนั้น พระบรม โต้เถียงกันมาอยู่อย่างนี้ ก็พอดีมีบุรุษผู้เป็น
ศาสดาทรงทราบเรื่องก็ตรัสว่า
บัณฑิตชาวเมืองคนหนึ่งไปชนบทด้วยกิจการบาง
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้ อย่าง ได้ยินชาวเมืองเหล่านั้นกล่าวว่า “พวก
เท่านั้นที่อาชีวกนั้นทำการขัดขวางงานมงคลของ เราถามอาชีวกแล้วจึงไม่มาเพราะฤกษ์ไม่ดี” ก็
ตระกูลนั้น ในกาลก่อนก็ได้กระทำแล้วเหมือน พูดว่า
กัน” แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาเล่าให้ฟังว่า
“ฤกษ์จะมีประโยชน์อะไร เพราะการได้
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวย เจ้าสาวก็เป็นฤกษ์อยู่แล้วมิใช่หรือ?” แล้วกล่าว
ราชสมบัติในกรุงพาราณสี ชาวพระนครพากัน ต่อไปว่า “ประโยชน์ผ่านพ้นคนโง่ ผู้มัวคอย
ไปสู่ขอธิดาของชาวชนบท กําหนดวันแล้วถาม ฤกษ์ยามอยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์
อาชีวกผู้คุ้นเคยกันว่า
“พระคุณเจ้าผู้เจริญ วันนี้ผมจะกระทำ
งานมงคลสักอย่างหนึ่ง ฤกษ์ดีไหมขอรับ” อา
ชีวกนั้นโกรธอยู่แล้วว่า คนพวกนี้กำหนดวัน
เอาตามพอใจตน บัดนี้กลับถามเรา คิดต่อไป
ว่าในวันนี้เราจักทำการขัดขวางงานของคนเหล่า
นั้นเสีย แล้วกล่าวว่า
“วันนี้ฤกษ์ไม่ดี ถ้ากระทำการมงคล ก็
จักพากันถึงความพินาศใหญ่” คนเหล่านั้นพา
กันเชื่ออาชีวกจึงไม่ไปรับเจ้าสาว ชาวชนบท
ทราบว่าพวกนั้นไม่มา ก็พูดกันว่า “พวกนั้น
กำหนดวันไว้วันนี้แล้วก็ไม่มา ธุระอะไร
จักต้องคอยคนเหล่านั้น” แล้วก็ยก
๓๘
ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรได้” พวกชาวเมือง
ทะเลาะกับพวกนั้นแล้วก็ไม่ได้เจ้าสาวอยู่นั่นเอง
เลยพากันจากไป
เรื่องการถือฤกษ์ยามเราต้องพิจารณา
กันอย่างถี่ถ้วน เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วนั่น
แหละถือว่าเป็นฤกษ์ยามที่ดี และยิ่งเมื่อปรา
รถที่จะสร้างความดีแล้ว เวลานั้นนั่นแหละ
เป็นเวลาที่ดีในทุกๆ โอกาสทีเดียว เหมือน
พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายเมื่อปรารภเหตุอะไร
แล้วท่านก็จะทําบุญสร้างบารมี ท่านทำอย่างนี้
มาตลอดระยะเวลายาวนานนับภพนับชาติไม่
ถ้วนนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันนักขัตฤกษ์หรือวันมหา
อ่านต่อหน้า ๑๒
kalyanamitra.org