ตายก่อน ตายขณะ ตายหลัง - ตาย

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.181 ตายก่อน ตายขณะ ตายหลัง - ตาย

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

ตายก่อน ตายขณะ ตายหลัง - ตาย

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสได้เข้าวัดครั้งแรกตั้งแต่ปี พศ 2524 และได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยความตั้งใจ ต่อมา ได้ชักชวนคุณแม่ให้มาทำหน้าที่กัลยาณมิตรเช่นกัน ทั้งสองได้ร่วมกันชักชวนหมู่คณะ ญาติมิตร จากจังหวัดกาญจนบุรี มาร่วมงานบุญใหญ่ของวัดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่งานทอดกฐินในปี 2524 เป็นต้นมา

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ส่งเคสได้เข้าวัดและพบทางสว่าง ได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตร และได้ชวนคุณแม่เข้ามาทำบุญด้วยกัน คุณแม่เป็นผู้ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในบุญอย่างยิ่ง ท่านได้ร่วมทำบุญทุกบุญกับวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ธุดงค์ ปฏิบัติธรรมพิเศษ หรือการมาวัดทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนและงานบุญใหญ่ต่างๆ ไม่เคยขาด นอกจากนี้ คุณแม่ยังชอบทำบุญตักบาตรเป็นประจำทุกวัน แม้วันใดที่ท่านต้องมาวัด คุณแม่ยังเตรียมอาหารสำหรับใส่บาตรพระเณรในวัดต่างๆ ให้คนที่บ้านใส่บาตรแทนเสมอ นี่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสั่งสมบุญของคุณแม่

จวบจนเดือนตุลาคม ปี พศ 2544 คุณแม่ได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ท่านมีอาการช็อกหมดสติ และเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน แพทย์ได้ทำการรักษาอาการเบื้องต้นจนดีขึ้น แต่ยังต้องรอสังเกตอาการทางสมองซึ่งอาจต้องใช้เวลานาน ลูกๆ จึงตัดสินใจขอให้คุณแม่ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช แม้ในระหว่างการรักษาตัว คุณแม่จะพูดไม่ได้ตั้งแต่ล้มป่วย แต่ท่านยังคงรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยการลืมตา เมื่อคุณแม่รับทราบว่าต้องย้ายโรงพยาบาล ท่านถึงกับมีน้ำตาไหลออกมา หลังจากย้ายออกจากโรงพยาบาลเดิมได้เพียงวันเดียว ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี 2544 คุณแม่ก็สิ้นลมลงด้วยอายุ 73 ปี ในระหว่างที่คุณแม่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผู้ส่งเคสซึ่งเป็นลูกสาว ได้ใช้โอกาสนี้พูดคุยกับคุณแม่เพื่อชวนให้ท่านนึกถึงบุญต่างๆ ที่เคยทำมา และยังได้เปิดเทปบทสวดมนต์ให้ท่านฟังอยู่ตลอด

ในเวลาเดียวกันนั้น มีเรื่องราวที่น่าแปลกใจเกิดขึ้น คนงานในไร่อ้อยของคุณแม่ได้เห็นคุณแม่แต่งตัวสวยงาม เดินอยู่ในไร่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่คุณแม่ยังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ต่อมา ในวันที่คุณแม่สิ้นลม ลูกๆ ได้รับกายหยาบของคุณแม่กลับมาที่บ้านในจังหวัดกาญจนบุรี ในคืนนั้นเอง ประมาณตี 3 ได้มีคนเห็นคุณแม่เดินข้ามถนนกลับเข้าไปในบ้าน

นอกจากเรื่องราวของคุณแม่แล้ว ผู้ส่งเคสยังมีคำถามเกี่ยวกับบุคคลในครอบครัวที่ล่วงลับไปแล้วอีกสองท่าน คือ คุณพ่อและพี่ชาย คุณพ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ปี พศ 2506 คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า คุณพ่อเดินทางไปดูงานที่ไร่ยาสูบ ซึ่งเป็นที่ของลูกหนี้ของท่าน คุณพ่อบังคับให้ลูกชายคนโต ซึ่งก็คือพี่ชายของผู้ส่งเคสเอง ขณะนั้นอายุประมาณ 14-15 ปี ร่วมเดินทางไปด้วย เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คนพายเรือจ้างที่รับข้ามฟาก ได้แกล้งทำเรือล่มตามการว่าจ้างของลูกหนี้รายนั้น เป็นเหตุให้ทั้งสองพ่อลูกจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด พี่ชายผู้ที่จมน้ำตายไปพร้อมกับคุณพ่อนี้ สมัยมีชีวิตอยู่ เป็นคนมีความประพฤติเรียบร้อย มีระเบียบวินัย เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี มีจิตใจโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ และรักน้องๆ ทุกคน ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ ได้ปฏิบัติตาม

บุคคลสุดท้ายที่ผู้ส่งเคสกล่าวถึงคือพี่สาว ซึ่งผู้ส่งเคสมีความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณอย่างมาก เพราะพี่สาวผู้นี้ได้เกื้อหนุนให้ผู้ส่งเคสได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ จนกระทั่งสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้สำเร็จ และที่สำคัญที่สุด การได้มาเรียนที่กรุงเทพฯ นี้เอง เป็นเหตุปัจจัยให้ผู้ส่งเคสได้พบกับทางสว่าง คือ วัดพระธรรมกาย พี่สาวของผู้ส่งเคสได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อปี พศ 2539 ขณะอายุได้ 44 ปี

จากเรื่องราวเหล่านี้ ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามหลายข้อที่ต้องการคำตอบ เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายและวิบากกรรมที่เกิดขึ้น

คำถาม

  1. การที่คนงานเห็นคุณแม่แต่งชุดสวยเดินอยู่ในไร่อ้อยขณะที่ท่านป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะเหตุใดท่านจึงไปปรากฏที่นั่นได้
  2. หลังจากคุณแม่ละโลกไปแล้ว มีคนเห็นท่านเดินกลับเข้าบ้าน เป็นคุณแม่จริงหรือไม่ ปัจจุบันท่านไปอยู่ที่ไหน และมีความเป็นอยู่เป็นอย่างไร
  3. คุณพ่อมีวิบากกรรมใด จึงต้องเสียชีวิตด้วยการจมน้ำ และเหตุใดจึงต้องพาลูกชายไปตายด้วยกัน ปัจจุบันท่านทั้งสองไปอยู่ที่ไหน
  4. บุญที่ลูกได้อุทิศส่วนกุศลไปให้คุณแม่ คุณพ่อ พี่สาว รวมถึงญาติมิตรและกัลยาณมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งลูกได้ระลึกถึงนั้น ท่านเหล่านั้นได้รับส่วนบุญส่วนกุศลหรือไม่ และมีความเป็นอยู่เป็นอย่างไรกันบ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

กุมารทองภาค 1 ตอนขอมาอยู่ด้วย

คุณพ่อคุณแม่ตอนนี้อยู่ที่ภพภูมิใด บุญที่ท่านทำไว้ส่งผลอย่างไร มีความสุขดีหรือไม่ และได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่

นี่สำคัญนะ พ่อแม่ต้องสอนลูกให้รู้จักพุทธศาสนา ไม่ใช่เพื่อใครเลย

เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม

มีลูกเป็นอุบาสิกาก็ดีอย่างนี้

เมื่อคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว ท่านไปอยู่ที่ไหนและมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง

เด็กวิทย์พิศวง

เหตุใดบุตรชายคนที่ 2 จึงเสียชีวิตตั้งแต่ในท้อง ตายแล้วไปไหน จะติดวิบากกรรมในการเสียชีวิตหรือไม่ และจะแก้ไขอย่างไร เขาได้รับบุญสร้างพระและบุญอื่นๆ หรือไม่

สามล้อคนเกือบรวย

คุณพ่อคุณแม่ของ ผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวและบุญทุกบุญที่ลูกและครอบครัวได้อุทิศส่วนบุญให้หรือไม่ มีอะไรจะฝากบอกสามี (คุณพ่อของ ผู้ส่งเคส) และตัว ผู้ส่งเคส หรือไม่

เอาความจนมาเร่ขาย

เป็นเพราะวิบากกรรมใด ลูกสาวและเลขาถึงได้ถูกบังคับเอาตัวไป ชาย 3 คนนั้นมีวิบากกรรมร่วมกันมาอย่างไร จุดเริ่มต้นของวิบากกรรมนี้เกิดเมื่อไหร่ ทำอย่างไรถึงจะตัดวงจรวิบากกรรมนี้ได้ ลูกสาวและเลขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าเสียชีวิตแล้วชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร ทำไมถึงฝันเห็นบ่อยๆ และบุญต่างๆ ที่ทำให้อย่างสร้างพระธรรมกายประจำตัว ช่วยลูกสาวอย่างไรบ้าง มีข้อความฝากมาไหม และเคยเกิดเป็นแม่ลูกกันมาก่อนหรือไม่.

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา