
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.414 หย่าร้าง 5 รุ่น ตระกูลเดียว
ออกอากาศ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2547
หย่าร้าง 5 รุ่น ตระกูลเดียว
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเล่าว่าครอบครัวของตนเองประสบปัญหาการหย่าร้างมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย รุ่นคุณพ่อคุณแม่ รุ่นของพี่น้องหลายคน รวมถึงตัวผู้ส่งเคสเอง และยังลามไปถึงรุ่นลูกและรุ่นหลาน รวมแล้วถึง 5 รุ่นที่มีเหตุให้ต้องแยกทางกัน การที่ต้องเผชิญปัญหาครอบครัวที่แตกแยกอยู่หลายครั้งในชั่วชีวิต ทำให้ผู้ส่งเคสรู้สึกอยากทราบสาเหตุและวิธีแก้ไขตามหลักพระพุทธศาสนา
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวเริ่มขึ้นในอดีตเมื่อคุณพ่อของผู้ส่งเคสซึ่งมีอาชีพขับรถขนไม้ซุงไปส่งตามโรงเลื่อยเป็นคนเจ้าชู้มาก ไปถึงที่ไหนก็มักจะมีผู้หญิงใหม่ไปเรื่อยๆ ต่อมาคุณพ่อกับคุณแม่ก็ทะเลาะกันบ่อยขึ้น คุณพ่อพูดจาดูถูกคุณแม่และหนีไปมีภรรยาใหม่ นานๆ จึงจะกลับมาสักครั้ง ปล่อยให้คุณแม่ต้องรับภาระเลี้ยงลูกๆ ถึง 6 คนเพียงลำพัง คุณแม่ต้องขยันทำงานหนักมาก ทั้งขายผัก ขายปลา และฆ่าไก่ด้วยตัวเองเพื่อไปขายที่ตลาดเช้า พอสายก็ไปทอดกล้วยแขกขาย ตกค่ำกลับบ้านก็ต้องมารับจ้างซักผ้า หัวใจของแม่เต็มไปด้วยความกลัวว่าลูกทั้ง 6 คนจะอดอยาก
หลังจากอดทนทำงานหนักอยู่ระยะหนึ่ง คุณแม่ก็ตัดสินใจพา ลูกทั้ง 6 คนย้ายไปอยู่จังหวัดอุดรธานี ที่นั่นคุณแม่ได้เข้าไปทำงานเป็นแม่บ้านรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าให้กับทหารในค่ายทัพอเมริกาชื่อ ค่ายรามสูร ที่ค่ายแห่งนี้ คุณแม่ได้พบกับทหารอเมริกันใจดีคนหนึ่งซึ่งมีความรักและสงสารในความลำบากของคุณแม่ ท่านจึงขอคุณแม่แต่งงานด้วย ลูกๆ ทั้ง 6 คนเรียกสามีชาวอเมริกันคนใหม่ของแม่ว่า "ป๋า"
ป๋าเป็นคนใจดีมาก เป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ รักคุณแม่และครอบครัวของท่าน ป๋ารับคุณแม่และลูกอีก 3 คนไปอยู่ประเทศอเมริกาด้วยกัน ชีวิตของคุณแม่มีความสุขขึ้นมากเมื่อได้อยู่กับป๋า ป๋าสนับสนุนส่งเสริมให้ลูกๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ คุณแม่ใช้ชีวิตอยู่กับป๋าได้ประมาณ 10 ปี ป๋าก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตในขณะที่อายุได้ 35 ปี (แสดงว่าตอนแต่งงานป๋าอายุ 25 ปี) ป๋าผู้ใจดีก็จากโลกไปเมื่ออายุ 35 ปี
เมื่อย้อนกลับไปถึงเรื่องราวในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ได้แยกทางกันตั้งแต่ผู้ส่งเคสยังเด็ก ชีวิตจึงอยู่กับคุณแม่และคุณยายมาตั้งแต่เล็กจนโต เวลาที่คุณยายโมโห ท่านมักจะด่าว่าพวกตนเองเป็นศัตรูกันมาหลายร้อยชาติ เรื่องนี้มีเหตุมาจากในอดีตที่คุณพ่อเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทและทำร้ายคุณยายจนคุณยายฟันหัก คุณแม่และคุณยายยังคงมีความอาฆาตพยาบาทจองเวรจองกรรมกับคุณพ่อมาโดยตลอด แม้กระทั่งทุกวันนี้ การจองเวรไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลย แถมยังเกิดโทษซะอีก เพราะมันไม่ช่วยให้ฟันคุณยายที่หักงอกขึ้นมาได้ คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่าการโกรธเคืองหรือจองเวรนั้นมีแต่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์
ตัวผู้ส่งเคสเป็นลูกคนที่ 3 ในครอบครัว ชีวิตการแต่งงานของผู้ส่งเคสก็ไม่ราบรื่น การแต่งงานครั้งแรกมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน เมื่อลูกสาวอายุได้ 8 เดือน ผู้ส่งเคสกับสามีก็หย่าร้างกันไป ต่อมาก็ได้หาพ่อบ้านในอุดมคติใหม่ โดยคิดว่าครั้งนี้จะต้องดีกว่าเก่าอย่างแน่นอน จึงมาแต่งงานเป็นครั้งที่ 2 และมีลูกชาย 1 คนได้ 8-9 เดือน ก็ต้องแยกทางกับสามีคนที่ 2 อีก
ผู้ส่งเคสยังคงไม่สิ้นความหวังในชีวิต จึงหาพ่อบ้านในอุดมคติเรื่อยมา จนได้มาอยู่ที่ประเทศอเมริกา และได้แต่งงานเป็นครั้งที่ 3 กับชาวอเมริกัน มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ผู้ส่งเคสมีปากเสียงกับสามีชาวอเมริกันคนนี้บ่อยครั้ง จนกระทั่งลูกสาวอายุได้ 5 ขวบ จึงตัดสินใจแยกทางกันในที่สุด การแต่งงานครั้งนี้ เหมือนกับแต่งเพื่อจะแยกทางกันเลย
ก่อนที่ผู้ส่งเคสจะตั้งท้องลูกสาวคนเล็ก คุณแม่ของผู้ส่งเคสได้ฝันเห็นคุณยายมาบอกว่าจะมาเกิดใหม่เป็นลูกสาวคนเล็กของผู้ส่งเคส คุณยายยังบอกคุณแม่ด้วยว่าชาตินี้ท่านก็จะมาเกิดเป็นผู้หญิงเหมือนเดิม คุณแม่จึงบอกผู้ส่งเคสว่าอย่าไปทำแท้งนะ เพราะคุณยายจะมาเกิด นั่นเป็นความเชื่อที่ได้รับรู้มา ต่อมาไม่นาน ผู้ส่งเคสก็ตั้งท้องและคลอดลูกออกมาเป็นลูกสาวจริงๆ สิ่งที่ทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเป็นคุณยายมาเกิดจริงคือ ดวงตาข้างขวาของลูกสาวมีอาการตาเข ซึ่งเป็นข้างเดียวกับตาเขของคุณยาย
เมื่อผู้ส่งเคสพาลูกสาวไปทำบุญที่วัด ลูกสาวจะมีความสุขมาก ทำให้ผู้ส่งเคสนึกถึงชีวิตของคุณยายขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านจะทำบุญ ตักบาตร ไปวัดไม่เคยขาดเลย ผู้ส่งเคสเคยสังเกตเห็นลูกสาวนั่งไหว้พระประธาน แล้วทำเสียงออกมาจากปาก ดูแล้วคล้ายกับตอนที่คุณยายนั่งสวดมนต์ ทำวัตรเช้าเวลาตี 4 ตี 5 แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ส่งเคสเสียใจมากคือ ลูกสาวมีอาการไม่สมบูรณ์ทางสติปัญญา ฝรั่งใช้คำว่า special need ปัจจุบันลูกสาวคนเล็กอายุ 9 ขวบแล้ว
ผู้ส่งเคสได้แต่งงานและหย่าร้างถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับตนเอง เพราะตระกูลของผู้ส่งเคสมักมีเหตุให้ครอบครัวต้องแยกทางกันเสมอ ไล่เรียงตั้งแต่รุ่นคุณตาที่ทิ้งคุณยายไปมีภรรยาใหม่ คุณพ่อที่ทิ้งคุณแม่ไปมีภรรยาน้อยหลายคน พี่สาวคนโต พี่สาวคนที่ 2 ตัวผู้ส่งเคสเอง และน้องชายคนที่ 6 ที่แต่งงานมีลูกแล้วก็ต้องเลิกกัน ลูกชายคนโตของผู้ส่งเคสก็มีภรรยาแล้วมีลูกด้วยกันแล้วก็เลิกกัน หลานชายคือลูกชายของพี่สาวคนโต เมื่อแต่งงานมีลูกแล้วก็เลิกกับภรรยาอีก แล้วก็ไปแต่งงานใหม่ รวมแล้วตระกูลของผู้ส่งเคส 5 รุ่น คือ รุ่นตา ยาย รุ่นพ่อ แม่ รุ่นพี่น้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน ล้วนมีการหย่าร้างด้วยกันทั้งนั้น เคสนี้เป็นเรื่องที่น่าศึกษา
นอกจากปัญหาการหย่าร้างแล้ว คุณแม่ของผู้ส่งเคสยังประสบปัญหาด้านสุขภาพอย่างหนัก ท่านเคยถูกผ่าตัดถึง 8 ครั้ง ครั้งที่ 1 ผ่าตัดเนื้องอกข้างมดลูก ครั้งที่ 2 ผ่าตัดไส้ติ่ง ครั้งที่ 3 ผ่าท้องคลอดลูกชายคนที่ 6 ครั้งที่ 4 ผ่าตัดนิ่ว ครั้งที่ 5 ผ่าตัดนิ่วอีกครั้งเนื่องจากมีอาการอักเสบ ครั้งที่ 6 ผ่าตัดมดลูกทิ้ง ครั้งที่ 7 ผ่าตัดมดลูกอีกครั้งเนื่องจากเลือดไหลไม่หยุด ครั้งที่ 8 ล่าสุด คุณแม่เป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ หมอต้องผ่าตัดลำไส้ทิ้งไป 1 ศอก หมอชาวอเมริกันบอกว่าคุณแม่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 ปี คุณแม่จึงคิดว่าไหนๆ ก็จะตายแล้ว ขอD กลับมาตายเมืองไทยดีกว่า การมาอยู่เมืองไทยในครั้งนั้นทำให้คุณแม่ได้พบกับยอดกัลยาณมิตรที่ชวนให้มาทำความรู้จักกับวัดพระธรรมกาย
คุณแม่ได้มาทำบุญที่วัดและนั่งสมาธิทุกวันอาทิตย์ไม่เคยขาด แม้จะมีข่าวโจมตีวัดพระธรรมกายมากมาย คุณแม่ก็ถูกเพื่อนบ้านหาว่างมงาย แต่ท่านก็ไม่เคยใส่ใจกับคำกล่าวหาเหล่านั้น กลับมุ่งมั่นทำบุญเต็มที่ สมัยนั้นมีการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ คุณแม่ได้ทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวภายนอกองค์พระธรรมกายเจดีย์และทำบุญในทุกๆ บุญ คุณแม่เล่าว่าเวลาท่านนั่งสมาธิครั้งแรก ได้เห็นหลวงปู่ วัดปากน้ำ อยู่ในดวงผุดซ้อนๆ ขึ้นมา แต่ดวงยังไม่ใส ทั้งๆ ที่ขณะนั้นยังไม่รู้จักหลวงปู่เลย
คุณแม่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยจนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 ปีครึ่ง ท่านก็แปลกใจว่าทำไมยังไม่เสียชีวิตสักทีตามที่หมอวินิจฉัยไว้ แถมยังแข็งแรงดีกว่าเดิมเสียอีก ท่านจึงตัดสินใจกลับไปอยู่ประเทศอเมริกาใหม่ ปัจจุบันคุณแม่อายุ 76 ปีแล้ว ยังคงแข็งแรงดีอยู่ ท่านมักพูดเสมอว่ารอดชีวิตมาได้เพราะบุญที่ได้ทำร่วมกับหมู่คณะ และท่านมีความปลื้มปิติกับบุญทุกบุญมาก
ตัวผู้ส่งเคสเองก็ได้ทำบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว ประดิษฐานที่มหาธรรมกายเจดีย์ สร้างให้คุณพ่อ คุณแม่ ตัวผู้ส่งเคสเอง ลูกชาย และลูกสาว รวม 5 องค์ ผู้ส่งเคสได้แขวนพระมหาสิริราชธาตุทั้ง 5 องค์ ซึ่งเป็นของที่ระลึกจากการสร้างพระธรรมกายไว้ที่สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท ผู้ส่งเคสแขวนสร้อยเส้นนี้ติดตัวมานาน วันหนึ่งผู้ส่งเคสไปลืมสร้อยพระมหาสิริราชธาตุไว้ที่บ้านของเพื่อนชาวอเมริกัน เช้าวันต่อมาผู้ส่งเคสกลับไปที่บ้านเพื่อนเพื่อตามหาสร้อยที่ลืมไว้ แต่ก็ไม่พบ ถามแม่บ้านเขาก็บอกว่าไม่เจอ ผู้ส่งเคสเสียใจมาก แทบจะกระอักเลือด เพราะเสียดายสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทไม่เท่าเสียดายที่สูญเสียพระมหาสิริราชธาตุไปทั้ง 5 องค์
จากเรื่องราวที่เล่ามานี้ ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามต้องการเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่
คำถาม
- คุณพ่อซึ่งเจ้าชู้มากและมีเมียน้อยบ่อยๆ เสียชีวิตไปแล้วไปอยู่ที่ไหน และได้รับบุญที่ลูกๆ อุทิศไปให้หรือไม่ ก่อนท่านละโลกมีคตินิมิตเป็นอย่างไรบ้าง
- ป๋า (สามีชาวอเมริกันของคุณแม่) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ท่านไปอยู่ภพภูมิไหน ได้รับบุญที่คุณแม่อุทิศไปให้หรือเปล่า
- คุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย ทำกรรมอะไรร่วมกันมาจึงผูกเวรกัน การผูกเวรกันในชาตินี้มีผลในภพชาติต่อๆ ไปหรือไม่
- คุณยายละโลกไปแล้ว ไปอยู่ที่ไหน คุณยายมาเกิดใหม่เป็นลูกสาวของผู้ส่งเคสจริงหรือไม่
- ลูกสาวของผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมา จึงเกิดมามีอาการไม่สมบูรณ์ทางสติปัญญา ตัวผู้ส่งเคสทำบุญกรรมร่วมกันมากับลูกสาวอย่างไร จึงมาเกิดเป็นแม่ลูกกัน ผู้ส่งเคสจะต้องทำอย่างไรจึงจะช่วยให้ลูกสาวหายเป็นปกติ
- ทำไมตระกูลของผู้ส่งเคสจึงต้องประสบเหตุการณ์หย่าร้างแยกทางกันหลายคน
- คุณแม่ของผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมาจึงต้องถูกผ่าตัดถึง 8 ครั้ง ครั้งสุดท้ายหมอบอกว่าจะเสียชีวิตภายใน 2 ปี แต่คุณแม่ก็รอดชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบัน ยังคงแข็งแรงอยู่ เพราะบุญอะไร
- กรรมอะไรทำให้ผู้ส่งเคสต้องสูญเสียพระมหาสิริราชธาตุไป 5 องค์ มีวิธีใดที่จะทำให้ได้พระมหาสิริราชธาตุคืนมาหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้ครับ
คุณพ่อทำกรรมอะไรถึงอายุสั้น เสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร อยู่ภพภูมิไหน และบุญที่อุทิศไปให้ได้รับหรือไม่
คำกล่าวของพระอาจารย์ที่บอกว่าแม่เป็นลูกสาวเจ้าพ่อศาลพระกาฬนั้นเป็นจริงแค่ไหน และที่แม่เห็นลิงเต็มบ้านนั้นเป็นเพราะอะไร
อะไรคือบุพกรรมในอดีตและเหตุผลในปัจจุบันที่ทำให้คุณพ่อ พี่สาว น้องชาย ต้องฆ่าตัวตาย? ขณะนี้อยู่ภพภูมิใด? บุญที่ครอบครัวทำส่งไปให้ได้ รับหรือไม่ และควรทำบุญอะไรเพื่อช่วยให้พ้นทุกข์หรือผ่อนหนักให้เป็นเบา?
เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้ครับ/ค่ะ






