เธอเมาแม้วันเข้าวัด

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.514 เธอเมาแม้วันเข้าวัด

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2548

เธอเมาแม้วันเข้าวัด

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลจากบอสตัน ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดภาวนานิวเจอร์ซี่ โดยมีพี่เลี้ยงเป็นกัลยาณมิตร การได้รู้จักกับหมู่คณะทำให้ชีวิตของผู้ส่งเคสเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากผิดเป็นถูก พลิกจากดำเป็นขาว

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวชีวิตของผู้ส่งเคสย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนในเมืองไทย พ่อผู้ให้กำเนิดซึ่งเป็นทหารชาวแอฟริกันอเมริกันผิวสี ได้พบรักกับแม่ผู้ให้กำเนิดซึ่งเป็นคนไทย หลังผู้ส่งเคสเกิดมา ท่านทั้งสองก็ได้นำผู้ส่งเคสมาฝากสามีภรรยาชาวไทยคู่หนึ่งให้เลี้ยงดูตั้งแต่เกิดแล้วก็จากไป ผู้ส่งเคสไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม่ที่แท้จริงเลย การที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงนี้ คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่าเป็นไปตามวิบากกรรมที่ได้ทำมาในอดีตชาติ

พ่อแม่ใหม่ชาวไทยของเธอมีลูกอยู่แล้ว 5 คน ผู้ส่งเคสจึงอยู่ในฐานะลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัว แม้หน้าตาและผิวพรรณจะแตกต่างจากพ่อแม่และพี่ทั้ง 5 คนอย่างสิ้นเชิง แต่ทุกคนกลับรักผู้ส่งเคสมาก ไม่เคยมีความรู้สึกแบ่งแยก ตรงข้าม ทุกคนจะนึกถึงผู้ส่งเคสก่อนเสมอเมื่อมีอะไรดีๆ ผู้ส่งเคสจึงอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างเป็นสุข บุญที่ผู้ส่งเคสเคยสงเคราะห์ญาติในอดีตตามมาส่งผล ทำให้ทุกคนในครอบครัวไม่รู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้าและรักเหมือนสมาชิกในครอบครัว

ตั้งแต่จำความได้ ผู้ส่งเคสเห็นภาพที่พ่อ ป้า น้า อา ลุง ตา และพี่ๆ ดื่มเหล้า เฮฮาปาร์ตี้ สนุกสนานเป็นประจำ บรรดาญาติได้ถ่ายทอดวิทยายุทธที่จะฉุดลงมหานรกให้ ผู้ส่งเคสต้องคอยวิ่งซื้อเหล้าโซดาและก็แกล้มให้ญาติๆ ตลอดมา

พอขึ้นมัธยมต้น ผู้ส่งเคสเริ่มเป็นที่รู้จักในโรงเรียนเพราะมีลักษณะภายนอกไม่เหมือนใคร แต่ก็ยังอยากเด่นกว่าเดิมอีก จึงเริ่มดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ซึ่งถือว่าเก๋เท่สุดๆ ผู้ส่งเคสคบเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เลิกเรียนตอนบ่าย 3 โมง แต่กลับถึงบ้าน 3 ทุ่ม ทั้งที่บ้านห่างจากโรงเรียนแค่ 10 นาที เพราะไปตั้งวงเมากันตั้งแต่บ่าย บางทีก็หนีเรียนไปดื่มเหล้า โดยขุดรูรอดกำแพงโรงเรียน ขยายรูเดิมที่สุนัขเคยขุดไว้ คุณครูไม่ใหญ่แปลกใจในความคิดนี้ ผู้ส่งเคสจะล้างหน้า เคี้ยวหมากฝรั่งดับกลิ่น เมาแล้วเดินตัวตรงแหนวเข้าบ้าน พ่อแม่ไม่เคยรู้ว่าไปดื่มเหล้ามา เห็นหอบหนังสือเข้าบ้านดึกก็นึกว่าเรียนหนัก หาไม่รู้ว่าเมาหนัก นี่คือเหตุการณ์ช่วงมัธยมต้น

ในตอนนั้น ป้าของผู้ส่งเคสก็ดื่มเหล้าหนักมากจนไม่เหลือร่องรอยของสาวสวยสะอาดสะอ้าน เหล้าได้ลบร่องรอยความสวยงามและความสะอาดไป สุดท้ายป้าเสียชีวิตด้วยโรคตับแข็ง ญาติทุกคนสงสารป้าที่จิตใจงาม แต่ขณะพูดก็ยังถือแก้วเหล้าอยู่เช่นเดิม เศร้าก็เลยเมา พอหายเมาก็เศร้าเหมือนเดิม ไม่มีใครคิดเลิกดื่มเลยแม้ป้าจะตับแข็ง

พี่สะใภ้ของผู้ส่งเคสก็ดื่มเหล้าจัด วันเสียคืนเสีย น้อยใจสามีก็ดื่มเพื่อให้ลืมความเศร้า แต่เมาแล้วก็โวยวาย ร้องไห้ ด่า สุดท้ายไปผูกคอเสียชีวิต

แม่ของผู้ส่งเคสเป็นคนดี ไม่ดื่ม ไม่เล่นไพ่ เข้าวัดทำบุญ คอยห้ามเตือนพ่อและพี่ๆ ไม่ให้ดื่ม แต่พ่อก็ยังคงรักษาความเมาสม่ำเสมอ ดีใจก็เมา เสียใจก็เมา เมาตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี งานวันเกิดถึงงานวันตาย งานบวชถึงงานแต่ง ทุกเทศกาลงานอะไรก็เมา ถือโอกาสตั้งวงเหล้าในบ้านอย่างเดียว กรรมจากการดื่มสุรานี้ คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าจะทำให้ต้องไปแช่อิ่มอยู่ในน้ำกรดสีดำร้อนในมหานรกขุม 5 แม้ดูเหมือนแค่ดื่มเองไม่ได้รบกวนใคร แต่ผลกรรมนำไปสู่จุดนั้น พ่อจึงได้ตำแหน่งพิเศษเป็น Entertainer ประจำบริษัท เวลาเมาก็ร้องรำทำเพลง มีเพื่อนเยอะ คุยสนุก เมาแล้วคุยได้ทุกคน แม้กระทั่งสุนัข แถมรู้เรื่องกันด้วย

จนวันเปลี่ยนแปลงชีวิตพ่อ ตรงกับช่วงปีใหม่ พ่อดื่มฉลอง 3 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม จนล้มป่วย พอป่วยก็เกิดความกลัวตายขึ้น จึงตัดสินใจเลิกเหล้าทันที คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่าต้องให้พญามัจจุราชมาเตือน ผู้ส่งเคสดีใจมากที่พ่อเลิก จึงฉลองที่พ่อเลิกได้สำเร็จด้วยการเมา เอาตัวเองเมาหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก

ยิ่งมาเรียนกรุงเทพฯ เวลาว่างเยอะ ก็เมากันถวายชีวิต เพื่อนที่มหาวิทยาลัยทำถ้วยแชมป์ "เมาเก่ง" มอบให้ เป็นการอนุโมทนาบาป แม้ไปต่างประเทศก็ยังมั่นคงต่อการดื่มและสูบบุหรี่เสมอมา

จนมาเจอแฟนซึ่งก็เป็นคนเมา ดื่มจัดเหมือนกันเป๊ะ ไม่มีใครยอมใคร เธอเมาฉันก็เมา เป็นอย่างนี้กันทุกวัน ใครจัดงานไหนต้องไปดื่มแล้วคลานกลับบ้านมาด้วยกันทั้งคู่ จนหลังๆ มีปัญหากับแฟน ผู้ส่งเคสแก้ปัญหาด้วยการดื่มเหล้าให้หนักกว่าเดิม

ในช่วงนี้เอง พี่เลี้ยงก็ได้มาชวนผู้ส่งเคสไปทำบุญบ้าน ซึ่งจะนิมนต์พระภิกษุมาด้วย ผู้ส่งเคสตอบรับอย่างดี ชวนเพื่อนไปเยอะๆ ไปรอล่วงหน้าก่อนวันทำบุญอีกด้วย ที่ดีใจที่สุดคือ ไม่ใช่เพราะอยากไปทำบุญ แต่ดีใจจะได้ไปตั้งวงเหล้า ไพ่ ไฮโลกับเพื่อน ผู้ส่งเคสนั่งดื่มจนเช้าในบ้านที่จะทำบุญนั้นเอง พอหลวงพี่เดินมาถึงประตูบ้าน พวกเราจึงค่อยสลายวงเหล้า วันนั้นผู้ส่งเคสต้องนั่งห่างๆ คนอื่นเพราะกลิ่นเหล้ายังเหม็น นี่คือสภาพในวันที่เจอหมู่คณะวันแรก

ผู้ส่งเคสยังคงเที่ยวสนุกสนานกับการดื่ม แต่จู่ๆ ก็ล้มป่วยหนัก ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด ต้องลา งาน 2 เดือน แฟนก็ได้โอกาสทิ้งไปเลย เงินเก็บไม่มีเหลือ ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ต้องจ่าย ยังมีหนี้ใช้อีก ชีวิตสาหัสมาก

พี่เลี้ยงแนะนำให้ผู้ส่งเคสอธิษฐานจิตเอาบุญที่เคยทำช่วยผ่านวิกฤต ผู้ส่งเคสได้แต่งง เพราะเคยอยู่แต่วงเหล้า วงไพ่ จะไปนึกเอาบุญตอนไหน บุญจากการดื่ม หรือบุญจากการชวนเพื่อนมาดื่ม เลี้ยงเหล้าเพื่อน ส่วนที่เคยบริจาคเสื้อผ้า ช่วยสุนัขออกลูก จะเรียกว่าบุญหรือเปล่าก็ไม่รู้ คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า มีคนอย่างนี้ในโลกเหมือนกัน

พอหายป่วยกลับไปทำงาน บังเอิญเปิดลิ้นชักเพื่อนเจอหนังสือ "อยู่ในบุญ" อ่านจนจบ ประทับใจคำสอนของคุณยาย ยิ่งอ่านยิ่งวางไม่ลง อยากนั่งสมาธิมาก กลับบ้านวันนั้นผู้ส่งเคสลองนั่งสมาธิ แต่ไม่รู้วิธี แค่นั่งหลับตาเฉยๆ ผ่านไป 5 นาทีก็เมื่อยไปทั้งตัว กระดูกแทบหัก ไม่เหมือนตอนนั่งเล่นไพ่ได้ทั้งคืน นั่งเสร็จ นาทีที่ 5 ผู้ส่งเคสยกมือท่วมหัว อธิษฐานว่า "คุณยายขา ถ้าลูกเป็นลูกหลานคุณยาย ขอให้ลูกนั่งสมาธิได้" พออธิษฐานเสร็จก็หลับเลย

ตกดึกตี 2-3 คืนนั้นเอง ผู้ส่งเคสเห็นมีใครบางคนมานั่งข้างๆ เตียง หลับตาหรือลืมตาก็เห็นตลอด ตอนนั้นไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้เมา เพราะเพิ่งหายป่วย วันรุ่งขึ้น ผู้ส่งเคสไปขอรูปคุณยายมาดู เพราะไม่เคยเห็นท่านเลย เห็นปุ๊บก็ร้องไห้โฮ บุคคลที่เห็นเมื่อคืนคือคุณยายนั่นเอง

ตั้งแต่นั้นมา คนขี้เมาอย่างผู้ส่งเคส ที่เคยเอาลังเบียร์ที่ดื่มภายใน 1 เดือนมาต่อกันได้สูงจากพื้นถึงเพดาน ก็ตัดสินใจหักดิบทุกอย่างทันที เพราะอยากเป็นลูกที่ดีของหลวงพ่อและนั่งสมาธิให้ดี ผู้ส่งเคสเห็นด้วยกับ คุณครูไม่ใหญ่ ที่บอกให้คนเลิกเหล้าด้วยการหักดิบ เพราะถ้าลดละจะเลิกไม่ได้ ไม่กินเหล้าก็ไม่เห็นจะตาย ไม่มีใครเอาปืนมาจี้บังคับให้กิน มีแต่เอามือตัวเองยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม

พอหักดิบ ผู้ส่งเคสก็เริ่มทำหน้าที่ชวนเพื่อนในวงเหล้าให้เลิกตาม แม้ต้องใช้ความเพียรสูงก็จะทำ คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า ผู้ส่งเคสน่าจะเขียนหนังสือจากประสบการณ์จริง จะทำให้คนเลิกเหล้าได้อีกเยอะ หนังสือจะขายดี ผู้ส่งเคสมาช่วยงานวัด ทำทุกบุญ นั่งสมาธิทุกวัน เพราะมีความสุขที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก จึงรู้ว่าความสุขตอนดื่มเหล้าเป็นแค่ความเพลินชั่วครู่ เมื่อหายเมาก็เศร้าเหมือนเดิม นี่คือข้อสรุปของ ดร.แอลกอฮอล์

คำถาม

  1. ทำไมผู้ส่งเคสไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงและมีผิวสีอย่างนี้ ทั้งที่อยู่กับครอบครัวบุญธรรมแต่ทุกคนกลับรักมากจนไม่เคยน้อยใจเลย
  2. แม่มาอยู่กับพ่อที่ขี้เมาและเล่นการพนันจนแม่ทุกข์ใจตลอด ทำอย่างไรจะช่วยพ่อแม่ในช่วงท้ายชีวิตท่านได้
  3. ป้ากับพี่สะใภ้เสียชีวิตแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ มีข้อความฝากถึงหรือไม่
  4. ทำไมผู้ส่งเคสต้องติดเหล้าตั้งแต่เด็กและเจอสิ่งแวดล้อมที่เป็นอบายมุข แต่สุดท้ายได้พบกัลยาณมิตรและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
  5. ผู้ส่งเคสกับพี่เลี้ยงสร้างบุญมาด้วยกันอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะมีสิทธิ์ไปดุสิตบุรี
  6. ผู้ส่งเคสสร้างบุญกับหมู่คณะมาอย่างไร ทำไมถึงชอบพูด ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ (และควรเขียนหนังสือหรือไม่)
  7. ผู้ส่งเคสมีบุญพอที่จะทำให้เพื่อนในวงเหล้าเลิกได้สำเร็จหรือไม่ มีวิธีการอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

สาวฟันกระต่าย

ผู้ส่งเคสได้สอบถาม คุณครูไม่ใหญ่ ถึงสาเหตุและเรื่องราวในอดีตชาติ ดังนี้:

ฉันเกลียดผู้ชายทุกคน

ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามท่านคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้เจ้าค่ะ:

น้ำเมาร้ายทำลายทุก

บุพกรรมใดทำให้คุณพ่ออายุสั้น เส้นโลหิตในสมองแตก และธุรกิจถูกโกง คุณพ่อที่ชอบดื่มเหล้าและเจ้าชู้จะได้รับวิบากกรรมอย่างไร ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ ความฝันถึงงูใหญ่และวัวใหญ่เกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่ อย่างไร

บุญบวชคุ้มไว้

พี่สาวบุตรคนที่ 3 มีคติเป็นอย่างไร เหตุใดชีวิตจึงลำบากมาก และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเมื่ออายุ 53 ปี

ฮวงจุ้ย

บุพกรรมใดทำให้ลูกต้องเติบโตในสถานเลี้ยงเด็ก ไม่ได้รับความอบอุ่นจากแม่ และย้ายที่อยู่ถึง 12 ครั้ง? กรรมใดทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต่อมไทรอยด์ โรคเครียด และทนไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง? จะแก้ไขได้อย่างไร?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา