หมู่บ้านลึกลับ กลางคืนเห็นกลางวันหาย

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.535 หมู่บ้านลึกลับ กลางคืนเห็นกลางวันหาย

ออกอากาศ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2548

หมู่บ้านลึกลับ กลางคืนเห็นกลางวันหาย

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นพระภิกษุรูปหนึ่งที่มาจากจังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้ส่งเรื่องราวอันน่าแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของท่าน รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวท่านเอง มาเพื่อกราบเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่ เพื่อไขข้อข้องใจ ท่านเกิดวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งน่าแปลกที่โยมพ่อและโยมปู่ของท่านก็เกิดวันที่ 28 สิงหาคมเช่นกัน เดิมท่านใฝ่ฝันอยากเป็นทหารอากาศตามรอยโยมพ่อที่เป็นนายตำรวจ แต่ตรวจพบว่าตาบอดสีจึงไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ท่านตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นทางธรรม ไม่ลังเลใจที่จะบวชสร้างบารมี ปัจจุบันท่านบวชได้ 7 พรรษาแล้วและตั้งใจว่าจะไม่สึก ท่านมีโยมพ่อเป็นนายตำรวจระดับผู้การ (นายพล) ที่แม้ทำบุญทำทานเป็นประจำ แต่ก็ยังดื่มเหล้าเป็นครั้งคราว ส่วนโยมปู่รับราชการทหาร เป็นคนเจ้าะเบียบ เงียบขรึม แต่สนุกสนานกับเพื่อนฝูง และเสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่ออายุ 87 ปี โยมแม่เป็นลูกคนสุดท้อง เป็นลูกหลง เกิดห่างจากพี่ชาย 10 ปี วัยเด็กยากจน ลำบาก แต่เรียนเก่ง จบเกียรตินิยมคณะบัญชี จุฬาฯ ได้ทำงานดี มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคารระดับภาค ท่านเคารพรักพระอาจารย์รูปหนึ่งมาก ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรคอยสอนและประคับประคองท่านในการสร้างบารมี ท่านยังมีเพื่อนรักที่สนิทกันมากและได้ชวนเพื่อนมาบวชสร้างบารมีกับ คุณครูไม่ใหญ่ เรื่องราวที่ผู้ส่งเคสเล่านี้ สะท้อนถึงประสบการณ์ชีวิตอันน่าฉงน และความสงสัยในเรื่องราวของภพภูมิและกฎแห่งกรรมที่เกิดขึ้นกับท่านและครอบครัว

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532 โยมแม่ของผู้ส่งเคสพร้อมด้วยพนักงานขับรถได้เดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานีไปยังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมประชุม ขณะที่รถกำลังแล่นผ่านอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่คนขับรถคุ้นเคยดี เวลาประมาณ 21:00 น. จู่ๆ สัญญาณเตือนบนหน้าปัดรถก็แสดงว่าเครื่องยนต์เกิดเหตุขัดข้องกะทันหัน ทั้งโยมแม่และคนขับรถต่างแปลกใจ เพราะก่อนเดินทางได้ตรวจสภาพรถมาอย่างดีแล้ว

คนขับรถตัดสินใจชะลอรถแล้วชิดซ้ายจอดข้างทาง บริเวณนั้นเป็นทางแยกเข้าหมู่บ้าน มีบ้านไม้หลายหลังตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน บรรยากาศตอนนั้นเงียบเหงา มืดสลัว ในความมืดนั้น โยมแม่ได้ยินเสียงกลองแว่วมาแต่ไกล ตีเป็นจังหวะช้าๆ คล้ายมีงานวัด โยมแม่กวาดสายตาสำรวจรอบๆ ก็เห็นเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งจับกลุ่มคุยกันที่ศาลาข้างทางไม่ไกลนัก โยมแม่พยายามฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกัน แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่องเพราะพวกเขาคุยกันเป็นภาษาเขมร

ทันใดนั้น เด็กคนหนึ่งในกลุ่มก็เดินเข้ามาใกล้แล้วถามเป็นภาษาเขมรว่ารถเป็นอะไร คนขับรถจึงบอกว่ารถเสีย เด็กหนุ่มคนนั้นรับอาสาพาคนขับรถไปชาร์จแบตเตอรี่ที่ร้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คนขับรถรีบถอดแบตเตอรี่ออกแล้วบอกให้โยมแม่รออยู่ในรถเพียงลำพังเพื่อเฝ้าดูรถ คนขับเดินตามหลังเด็กหนุ่มไปจนหายลับไปกับความมืด

ขณะที่โยมแม่รออยู่ในรถ ท่านเริ่มรู้สึกไม่ดี ท่านกวาดสายตาไปมาอีกครั้ง และต้องประหลาดใจเมื่อเห็นบ้านเรือนไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ด้านหลังศาลาข้างทาง บ้านหลังนี้ยกพื้นสูงประมาณ 2 ขั้น ดูสะดุดตา มีหลายหลัง แต่หลังนี้ดูพิเศษ ภายในบ้านเปิดไฟสว่างเรืองๆ เหมือนคอยต้อนรับ โยมแม่สังเกตเห็นสองตายายนั่งอยู่บนบ้าน บริเวณชานบ้านมีหม้อปั้นรูปทรงคล้ายไหบ้านเชียงวางเรียงอยู่ โยมแม่แปลกใจว่าทำไมดึกขนาดนี้ตายายยังนั่งขายของอยู่ ไม่ปิดร้านเข้านอน ทั้งที่ปกติชนบท 20:00 น. ก็หลับกันแล้ว ใจหนึ่งอยากเดินเข้าไปขอเข้าห้องน้ำและอุดหนุนสินค้า แต่คิดไปคิดมาก็เปลี่ยนใจ เพราะไม่คุ้นเคยกับตายายคู่นี้ ท่านจึงนั่งรออยู่ในรถต่อไป จนกระทั่งเคลิ้มหลับไปด้วยความเพลีย

โยมแม่มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงคนขับรถกลับมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ชาร์จเรียบร้อยแล้ว เมื่อคนขับรถใส่แบตเตอรี่เข้าที่และเตรียมเดินทางต่อ เด็กหนุ่มคนเดิมที่มาด้วยกันก็หันมา กำชับคนขับรถว่าให้ค่อยๆ ขับไปเรื่อยๆ อย่าดับเครื่องรถและอย่าเปิดแอร์เด็ดขาด จนกว่าจะเจอร้านซ่อมรถ คนขับรถรับคำ รถสามารถวิ่งไปได้เรื่อยๆ ซึ่งแปลกมาก พอถึงร้านซ่อมรถที่หมาย เครื่องยนต์ก็ดับลงพอดี คนขับรถจึงนำรถเข้าอู่ซ่อมทันที ทั้งโยมแม่และคนขับรถก็ไม่ได้คิดอะไรมากในตอนนั้น

ช่วงเวลาที่รถเสียกลางทางกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ โยมแม่หลับไปช่วงนั้น ดูเหมือนทุกอย่างดำเนินไปตามปกติธรรมดา

ในวันรุ่งขึ้น หลังจากเสร็จประชุม โยมแม่เดินทางกลับ ท่านกำชับคนขับรถว่าอย่าลืมแวะที่ศาลาข้างทาง เพราะท่านซื้อหมูแผ่นของฝากจากโคราชมา ตั้งใจจะให้เด็กหนุ่มคนนั้น แต่เมื่อรถแล่นผ่านเส้นทางเดิมใกล้ถึงบริเวณที่รถเสียเมื่อคืน คนขับรถก็ชี้ไปทางซ้ายมือบริเวณนั้น แล้วบอกให้โยมแม่มองไปที่ศาลาเก่าๆ โยมแม่รีบหันไปมองตามด้วยความตื่นตระหนก ภาพที่เห็นทำให้โยมแม่แทบไม่เชื่อสายตา มีเพียงศาลาเก่าๆ ตั้งอยู่เพียงหลังเดียวเท่านั้น ไม่ปรากฏร่องรอยบ้านเรือนไม้ของสองตายายที่เห็นเมื่อคืนอยู่หลังศาลาเลย

โยมแม่สงสัยว่าบ้านหายไปไหน รื้อเร็วขนาดนั้นเลยหรือ ท่านจึงบอกให้คนขับรถลองขับวนไปมาเพื่อทบทวนหาตำแหน่งที่รถเสียเมื่อคืน คนขับรถขับวนหลายรอบจนแน่ใจว่าบริเวณศาลาแห่งนี้ต้องเป็นที่เดียวกันอย่างแน่นอน ขณะนั้นเวลาเย็นมากแล้ว จวนจะพลบค่ำ โยมแม่จึงตัดสินใจเดินทางกลับอุบลราชธานีด้วยความงงงันอย่างที่สุด ทั้งคนขับรถและโยมแม่ต่างนั่งเงียบไปตลอดทาง ไม่รู้จะคุยอะไร

โยมแม่ลองเทียบเวลาจากนาฬิกาในรถยนต์ ซึ่งทำงานด้วยแบตเตอรี่ ปรากฏว่านาฬิกาในรถเดินช้ากว่านาฬิกาข้อมือถึง 1 ชั่วโมงเศษ ระยะเวลาที่ต่างกันประมาณ 1 ชั่วโมงนั้น แสดงให้เห็นว่า เป็นช่วงเวลาที่แบตเตอรี่ถูกคนขับรถถอดออกไปชาร์จจริง นาฬิกายังไม่ได้ถูกปรับใหม่ สิ่งนี้ทำให้โยมแม่ยิ่งมั่นใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน

โยมแม่มาทราบภายหลังว่า สถานที่ตรงนั้นเคยเป็นป่าช้ารกร้างว่างเปล่ามานาน และมีคนเคยประสบเหตุการณ์แปลกๆ ทำนองนี้อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่แค่ท่านหรือคนขับรถเท่านั้นที่เจอ พอเล่าให้คนอื่นฟัง ก็มีคนบอกว่าเคยเจอเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ประหลาดเหล่านั้นคืออะไรกันแน่

ผู้ส่งเคสยังเล่าถึงเรื่องน่าแปลกอีกเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวท่านเอง คือวันเกิดของท่าน โยมพ่อ และโยมปู่ ตรงกันคือวันที่ 28 สิงหาคม แม้จะคนละปีก็ตาม โยมแม่เล่าว่าในวันที่ท่านคลอด โยมพ่อกับเพื่อนๆ ยังตั้งวงดื่มฉลองวันเกิดโยมพ่ออยู่เลย

คำถาม

  1. เรื่องรถเสียและสถานที่เกิดเหตุ
  2. เหตุใดรถจึงมาเสียกลางทาง ทั้งที่ตรวจสภาพมาดีแล้วก่อนออกเดินทาง? ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่เสียกลางทางเป็นเรื่องจริงหรือภาพลวงตา?
  3. บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งร่ำลือว่าเป็นป่าช้าร้างนั้นคือที่อยู่ของอะไร? เด็กหนุ่มที่อาสามาช่วยเหลือเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์? เขาต้องการอะไร? ถ้าเป็นผีป่าช้า ทำไมไม่ทำร้ายรถเพื่อหาคนอยู่แทน แต่กลับให้การช่วยเหลืออย่างดี?
  4. ตายายสองคนเป็นคนหรือเป็นใคร? ทำไมต้องมานั่งขายของยามดึกดื่นด้วย? หมู่บ้านที่โยมแม่เห็นรวมทั้งร้านที่คนขับรถเอาแบตเตอรี่ไปชาร์จมีจริงหรือไม่? ถ้าเป็นของภพละเอียด ทำไมจึงชาร์จแบตเตอรี่ซึ่งเป็นของหยาบได้?
  5. เรื่องวันเกิดตรงกัน 4. โยมปู่ โยมพ่อ และตัวกระผม มีวันเกิดตรงกันคือวันที่ 28 สิงหาคม เป็นเรื่องบังเอิญ หรือมีบุพกรรมอะไรร่วมกันหรือทำเหมือนกัน?
  6. เรื่องโยมพ่อและการดื่มเหล้า 5. โยมพ่อทำบุญสม่ำเสมอ แต่ก็ยังไม่เลิกดื่มเหล้า บุญที่ทำมีโอกาสส่งผลให้ท่านมีปัญญาเลิกเหล้าได้เองไหม? การทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้โยมพ่อ และบุญจากการเป็นกัลยาณมิตร จะช่วยให้ท่านสอนตัวเองเรื่องนี้ได้ไหม? ถ้าโยมพ่อยังไม่เลิกตอนนี้ บุญที่ท่านทำมาจะช่วยท่านได้อย่างไร?
  7. เรื่องโยมปู่ 6. โยมปู่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ภพภูมิใด? ท่านเคยปรารภว่าไม่เห็นด้วยกับการที่กระผมมาบวช ตอนนี้ท่านเข้าใจกระผมหรือยัง? หากผมอุทิศบุญให้ท่าน แต่ท่านไม่เห็นด้วย ท่านจะได้รับบุญจากการบวชของผมไหม? กระผมจะช่วยอะไรท่านได้บ้างไหม?
  8. เรื่องโยมแม่ 7. บุพกรรมใดจึงทำให้โยมแม่เกิดมาเป็นลูกหลงของโยมตาและโยมยาย? ชีวิตวัยเด็กทำไมลำบาก แต่มาสบายขึ้นภายหลัง? ปัจจุบันโยมแม่อายุ 55 ปี ความจำชักเรือน เป็นเพราะวิบากกรรมอะไร? จะแก้ไขได้อย่างไร?
  9. เรื่องการสร้างบารมีกับหมู่คณะ 8. โยมพ่อและโยมแม่เคยสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะอย่างไรหรือไม่? หากไม่มีเชื้อสายหรือมีน้อย จะต้องเริ่มสร้างบุญกับหมู่คณะอย่างไร? ชาติหน้าหากต้องการเกิดในตระกูลที่มีเชื้อสายการสร้างบารมีกับหมู่คณะที่เข้มข้น ควรทำอย่างไร?
  10. เรื่องสุขภาพผู้ส่งเคส 9. อาการตาบอดสีของกระผมเกิดจากวิบากกรรมใด? กระผมมักปวดศีรษะ บางครั้งเสียดหน้าอกเหมือนมีลมแน่นจนอาเจียนบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นเพราะวิบากกรรมใดและจะแก้ไขได้อย่างไร?
  11. เรื่องความสัมพันธ์กับพระอาจารย์และเพื่อน 10. กระผมเคารพรักพระอาจารย์รูปหนึ่งมาก เพราะท่านเมตตาสอนสมาธิและประคับประคองให้มั่นคงในเส้นทางสร้างบารมี ในอดีตเคยสร้างบารมีร่วมกับท่านมาอย่างไร? ท่านมีหน้าที่อย่างไรในกองทัพธรรม? 11. กระผมมีเพื่อนรักที่สนิทกันมาก ตั้งใจมาบวชสร้างบารมีกับ คุณครูไม่ใหญ่ ไปตลอดชีวิต ก่อนจะมาเกิดชาตินี้ เราสองคนมาจากที่เดียวกันหรือไม่? เคยสร้างบารมีร่วมกันมาอย่างไร? มีหน้าที่อะไรในกองทัพธรรม? เคยเข้าถึงพระธรรมกายไหม? มีข้อบกพร่องในการสร้างบารมีอย่างไรและจะแก้ไขได้อย่างไร?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เพราะบุญจากลูกนั้นคุณพ่อ เลื่อนชั้นจากยมโลกเป็นเทพบุตรไฮโซ

คุณพ่อเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูก ๆ อุทิศไปให้หรือไม่ และมีอะไรฝากถึงครอบครัวหรือไม่

ไม่ได้มาง้อแต่มาขอร่ำลา

คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่

เจ้าที่อยากแต่งงาน

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:

นักรบกองทัพธรรม

เหตุใดผู้ส่งเคสจึงมีอัธยาศัยรักบุญธรรมะและอยากสร้างบารมีในวัดมาตั้งแต่เด็ก และตั้งใจเข้าวัดมาก. ผลบุญที่ทุ่มเททำที่ชมรมพุทธ จุฬาฯ จะส่งผลให้เข้าวัดเร็วขึ้นไหม และน้องๆ ชมรมพุทธปัจจุบันควรตั้งผังชีวิตอย่างไรให้ได้สร้างบารมีกับหมู่คณะในวัด.

พ่อปู่สั่งให้ดูหลวงพ่อเล่าเรื่องกฎแห่งกรรม

คุณพ่อของผู้ส่งเคสเสียชีวิตแล้วไปไหน? เป็นเปรตจริงหรือไม่? ถ้าจริง ทำไมคุณแม่ของผู้ส่งเคสจึงเห็นเปรตได้? บุญที่ลูกๆ อุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อได้รับหรือไม่? คุณพ่อฝากข้อความใดถึงลูกๆ บ้าง? คุณพ่อมาเข้าฝันคุณแม่จริงหรือไม่?

สโมสรสุรา

คุณพ่อตายแล้วไปไหน กรรมใดทำให้ป่วยเป็นมะเร็งปอดและถุงลมโป่งพอง ตอนนี้มีสภาพเป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ ฝากข้อความอะไรมาบอกลูกและคุณแม่หรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา