แม่จ๋าคิดถึงหนูบ้างไหม

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.591 แม่จ๋าคิดถึงหนูบ้างไหม

ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2548

แม่จ๋าคิดถึงหนูบ้างไหม

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น. เคสนี้มีเรื่องราวมายาวนานประมาณ 2 ปีแล้ว. ผู้ส่งเคสเหมือนคนทั่วไปที่ยังไม่เข้าใจวัดมากนัก แต่โชคดีที่มีลูกสาวเป็นกัลยาณมิตร ช่วยให้ไปปฏิบัติธรรมที่ชลพฤกรีสอร์ท จังหวัดนครนายก. จากนั้น จึงทำให้ผู้ส่งเคสได้มารู้จักเส้นทางการสร้างบารมี และได้ติดตามชม DMC อย่างสม่ำเสมอทุกวัน. ผู้ส่งเคสกราบขอความเมตตา คุณครูไม่ใหญ่ ฝันในฝันเรื่องราวของตน.

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสเติบโตมาในครอบครัวคนจีนย่านนางเลิ้ง โดยที่บ้านเปิดร้านขายของชำขนาดย่อม. ผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว. เรียนจบแค่ ป.4 แม่ก็ให้ออกมาเป็นกำลังหลักในการค้าขาย เพราะเห็นว่าอ่านออกเขียนได้. ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อกับแม่ของผู้ส่งเคสทะเลาะกันให้ลูกได้ยินบ่อยๆ. สิ่งที่พ่อแม่ทำอยู่ในสายตาของลูกตลอดเวลา. บางทีผู้ใหญ่คิดว่าเด็กไม่รู้เรื่อง แต่ผู้ส่งเคสยืนยันว่ารู้เรื่องที่ทะเลาะกัน. การทะเลาะกันเกิดจากแม่หึงหวงที่พ่อแอบไปมีผู้หญิงใหม่ บางครั้งมีปากเสียงรุนแรงถึงขนาดจะแยกกันอยู่ จนผู้ส่งเคสชินเสียแล้ว.

วันหนึ่ง เสียงทะเลาะก็ดังขึ้นอีก ดังลั่นบ้าน ขณะนั้นผู้ส่งเคสอายุเพียง 8 ขวบ แต่ก็พอรู้ความ. เหตุที่ทะเลาะกันเพราะแม่จับได้ว่าพ่อไปมีภรรยาน้อยจริง ๆ. แต่แทนที่พ่อจะกลัว กลับยืนกรานว่าจะเอาภรรยาใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านให้ได้. แม่นั้นดื้อดึงไม่ยอม. ผู้ส่งเคสสะดุดใจกับเหตุผลที่พ่อบอกว่าจำเป็นต้องมีเมียน้อยเพราะอยากได้ลูกชาย แต่แม่เป็นหมันจึงมีลูกให้ไม่ได้. เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ส่งเคสก็สงสัยทันทีว่า ถ้าแม่เป็นหมันแล้วตนเองเกิดมาได้อย่างไร. ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา พ่อพยายามดิ้นรนหาผู้ที่จะให้กำเนิดลูกชายได้. ผู้ส่งเคสสังเกตว่าแม่ไม่เคยแสดงออกว่ารักลูกเลย. ตรงกันข้าม พอทำอะไรไม่ถูกใจ แม่ก็ดุด่าซ้ำๆ ซากๆ บางครั้งใช้คำหยาบคายจนต้องไปถามคนอื่นว่าคำนั้นหมายความว่าอะไร. บางครั้งแม่ก็ขู่ว่าจะเอามีดสับให้เละ. ไม่ใช่แค่นั้น แม่ยังขว้างปาสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัว เช่น รองเท้า ไม้กวาด ใส่ผู้ส่งเคสอย่างไม่แยแส. ผู้ส่งเคสสุดที่จะทน เคยหนีไปอยู่ทีอื่นหลายครั้ง. แต่ด้วยความรักและสงสารแม่ จึงต้องกลับมาทุกครั้ง เพราะรู้ว่าแม่ไม่มีใครแล้วนอกจากตนเอง. กลับมาเพราะสงสารแม่.

วันหนึ่ง ผู้ส่งเคสได้โอกาสจึงตัดสินใจถามแม่ตรงๆ ด้วยความอยากรู้. แม่นิ่งไปสักพัก แล้วตอบอย่างไม่ปิดบังว่า ใช่แล้ว เอ็งไม่ใช่ลูกของฉัน. เอ็งถูกยกให้ฉันตั้งแต่ตีนฝาหอยแล้ว แม่เอ็งก็หายไปไหนไม่รู้. เพิ่งมารู้ตอนนั้นเองว่าตนเองเป็นเพียงเด็กที่แม่รับมาเลี้ยง. ผู้ส่งเคสได้แต่ร้องไห้ น้ำตาไหลพราก. ตรัดพ้อต่อว่าโชคชะตา ชีวิต ความน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมเราต้องไม่มีแม่ ทำไมต้องเป็นเรา เกิดความรู้สึกว้าเหว่ใจอย่างบอกไม่ถูก.

แล้วแม่ที่ให้กำเนิดอยู่ที่ไหน. ผู้ส่งเคสได้แต่รำพึงในใจ. พอเห็นลูกค้าที่เป็นผู้หญิงวัยกลางคนเข้ามาซื้อของ ก็จะนึกในใจว่า เอ๊ะ คนนี้ใช่ไหม จะใช่แม่ของเราหรือเปล่า. คนแล้วคนเล่าที่ผ่านเข้ามาในร้าน ผู้ส่งเคสจะนึกถึงอยู่ตลอดเวลา. โดยเฉพาะถ้าใครสวยสง่าเป็นพิเศษ จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าใช่แน่ๆ ต้องเป็นแม่เราแน่ๆ. ในใจเฝ้าแต่โหยหาแม่อยู่ตลอดเวลา โดยไม่รู้เลยว่าแม่ไปอยู่ที่ไหน แต่หวังว่าจะได้เห็นหน้าแม่สักครั้ง คิดแบบนี้ทุกวัน.

เวลาผ่านไปนานหลายปี ความรู้สึกในใจก็ยังโหยหาแม่อยู่ตลอดเวลา. แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เห็นหน้าแม่เลยสักคน. จนกระทั่งความรู้สึกค่อยๆ ริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ. แต่ในใจก็ยังรำพึงคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโตเป็นสาว.

ผู้ส่งเคสเริ่มมีหนุ่มๆ มาชอบพอ และมีคนมาสู่ขอที่บ้าน. ตอนแรกแม่ไม่ยอมยกให้ พยายามรั้งไว้ เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครช่วยงานที่ร้าน. จนผู้ส่งเคสอายุได้ 28 ปี แม่จึงอนุญาตให้แต่งงานอย่างเสียไม่ได้ เพราะเกรงใจน้าสาวที่เป็นแม่สื่อ. ผู้ส่งเคสกับสามีถูกคลุมถุงชน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน. พอแต่งงานแล้วก็ย้ายไปอยู่บ้านสามีได้พักหนึ่ง. จากนั้นจึงตัดสินใจแยกออกไปตั้งกิจการส่วนตัว. ทั้งสองช่วยกันก่อร่างสร้างตัว เปิดร้านทำกรอบรูป กระจก และอลูมิเนียม จนมีฐานะมั่นคงขึ้นตามลำดับ.

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ผู้ส่งเคสกำลังวุ่นอยู่กับงานที่ร้าน มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหา แล้วบอกว่าผู้ส่งเคสคือคนที่แม่ของเธอ (ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของผู้ส่งเคส) ให้ตามหา. ฟังแล้วงงในตอนแรก แต่เด็กสาวก็อธิบายว่าแม่ของเธอเป็นพี่สาวแท้ๆ ของผู้ส่งเคส ซึ่งพลัดจากกันมาตั้งแต่เด็ก. วันต่อมาเด็กสาวก็พาแม่ของเธอมายืนยันด้วยตัวเอง. ทันทีที่ได้เห็นหน้า ผู้ส่งเคสก็มั่นใจว่าเป็นพี่สาวของตนจริง ๆ เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก แก่กว่ากันแค่ 3 ปี. พี่สาวบอกว่าเคยแวะมาหาหลายครั้ง แต่ไม่กล้าบอกความจริง. พอผู้ส่งเคสแต่งงานก็ไม่ได้มาหาอีกเลย จนย้ายไปร้านใหม่ จึงใช้ลูกสาวออกตามหา.

เพื่อที่จะพาผู้ส่งเคสไปพบกับแม่ที่แท้จริง. ในที่สุด ผู้ส่งเคสก็ได้พบกับแม่ผู้ให้กำเนิดจริง ๆ สมกับที่หวังและรอคอยมานานกว่า 30 ปี. พอเจอหน้ากัน ผู้ส่งเคสก็ร้องไห้ น้ำตาไหลอาบสองแก้มจนพูดไม่ออก ส่วนแม่ก็น้ำตาคลอเบ้า พล่ำรำพันว่าเสียใจ ขอโทษที่ปล่อยให้ลูกต้องมาตกกรรมลำบาก. แม่เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า ภายหลังจากพ่อของลูกเสียชีวิตช่วงสงครามที่ประเทศจีน แม่กับพี่สาวและลูกสาว (ผู้ส่งเคส ขณะนั้นอายุ 2 ขวบ) นั่งเรือมาจากเมืองจีน หวังมาตายเอาดาบหน้า. พอมาถึงเมืองไทย แม่ก็หางานทำ. จูงลูก 2 คนไปด้วย. แม่เหนื่อยหิว แต่ไม่มีใครรับเข้าทำงานเพราะรังเกียจที่มีลูกเล็กติดมาด้วย. แม่จึงตัดใจยกผู้ส่งเคส (ลูกสาวคนเล็ก) ให้เพื่อนคนหนึ่งไป. ส่วนแม่ที่เลี้ยงมาก็คือเพื่อนของแม่ผู้ให้กำเนิดนั่นเอง. แม่ผู้ให้กำเนิดไว้เพียงลูกสาวคนโต (พี่สาวของผู้ส่งเคส). ไม่นานแม่ผู้ให้กำเนิดก็แต่งงานใหม่ ชีวิตก็เริ่มสุขสบายขึ้น. แม่บอกว่าที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมลูกเลยก็เพราะคิดว่าในเมื่อได้ให้เขาไปแล้ว. ก็ไม่น่าจะไปตามทวงคืน. หลังจากพบแม่และพี่สาว ผู้ส่งเคสก็มีญาติเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบคน คุ้มกับที่รอคอย.

สามีของผู้ส่งเคสเป็นคนขยันทำงานเก่ง จบแค่ ป.4 แต่มีหัวทางการค้า. แม้จะถูกคลุมถุงชน แต่ก็ตัดสินใจอยู่ร่วมกัน และสามีก็ทำหน้าที่พ่อบ้านที่ดีตลอดมา. ข้อเสียของเขาคือไม่ค่อยตามเก็บเงิน ทำให้บัญชีรั่วไหลง่ายๆ สูญเสียรายได้. ผิดกับผู้ส่งเคสที่กลัวความจนมาก จึงประหยัดมัธยัสถ์และเก็บเงินเก่งเป็นพิเศษ. สามีชอบสะสมพระเครื่องมาก เรียกว่าเป็นเซียนพระ. รู้หมดว่ารุ่นไหนเป็นอย่างไร. ช่วงหลังพอฐานะมั่นคงก็เริ่มวางงาน มีเวลาว่างไปเดินเช่าพระที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง. ได้พระเครื่องมาสะสมแทบทุกครั้ง. มีทั้งองค์เล็กใหญ่ ใส่กรอบ ไม่ใส่กรอบ ใส่ตู้ แขวนข้างฝา. ซ่อนพระไว้ในกรอบกระจกบานใหญ่ ซ้อนเรียงเป็นชั้นๆ. ตัวเขาเองก็ห้อยพระเต็มคอ. รวมพระทั้งหมดในบ้านและที่คอมีประมาณพันกว่าองค์.

แต่เดือนมีนาคม 2548 สามีเกิดอุบัติเหตุหกล้มหมดสติในห้องน้ำ มีเลือดไหลออกปากเลอะพื้น. ผู้ส่งเคสรีบนำส่งโรงพยาบาล หมอตรวจว่าเส้นเลือดในสมองแตกและสมองบวม. ต้องรักษาตัวในห้อง ICU. หมอคาดว่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง บอกให้ทำใจ. แต่ผู้ส่งเคสทำใจไม่ได้เพราะกะทันหันเกินไป จึงพยายามยื้อชีวิตสามีต่อโดยให้ยาเพิ่มความดัน ต่อท่อออกซิเจน และต่อสายระโยงระยางเต็มไปหมด. แต่ก็ดูเหมือนช่วยอะไรไม่ได้ ถึงมีลมหายใจแต่ไม่รู้สึกตัว. ในที่สุดจึงปรึกษากันว่าจะงดยาเพิ่มความดัน ซึ่งเท่ากับปล่อยให้เขาค่อยๆ หมดลมหายใจไปเอง. เขาก็เสียชีวิตลงอย่างสงบในวันนั้นเอง รวมอายุได้ 67 ปี. หลังสามีจากไป ผู้ส่งเคสคิดถึงเขามาก อยากให้ได้บุญใหญ่ๆ จึงตัดสินใจทำบุญเสาแก้วพันปี 1 ต้นไปให้ด้วยความปลื้มปิติ.

ไม่นาน ผู้ส่งเคสก็ฝันว่าเห็นสามีเดินมาหาที่ร้าน หน้าตาอิ่มเอิบสดใสเหมือนหนุ่มๆ. มาในชุดเดียวกับที่ใส่ในวันสุดท้ายก่อนเสียชีวิต. ในมือถือถุงขนมมาฝากลูกๆ เหมือนทุกครั้ง. เหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้คุยกัน ผู้ส่งเคสก็สะดุ้งตื่นเสียก่อน. พอไม่มีพ่อบ้านก็คิดถึง พอคิดถึงก็มาหาในฝัน แต่พอจะคุยก็ตื่น เสียดายมาก.

คำถาม

  1. เพราะวิบากกรรมใด ลูกจึงไม่ได้อยู่กับแม่ผู้ให้กำเนิด ต้องถูกยกให้คนอื่นเลี้ยงอย่างลำบาก แล้วกว่าจะได้แต่งงานก็อายุ 28 ปีแล้ว.
  2. บุญใดทำให้ได้มาพบแม่ผู้ให้กำเนิด.
  3. แม่ทั้งสอง (แม่ผู้ให้กำเนิดและแม่เลี้ยง) และพ่อที่เมืองจีนที่ตายในสงคราม ตายแล้วไปไหน.
  4. ลูกทำบุญสร้างพระไปให้ ไม่ทราบว่าท่านทั้ง 3 ได้รับหรือไม่ มีอะไรจะฝากบอกบ้างไหม.
  5. ลูกและสามีถูกจับคลุมถุงชนทั้งที่ไม่ได้ชอบพอกันมาก่อน เป็นเพราะเคยสร้างบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร ชาติภพต่อไปจะมีวิบากกรรมทำนองนี้อีกหรือไม่.
  6. การที่ลูกงดให้ยาเพิ่มความดันกับสามีแล้วปล่อยให้ค่อยๆ หมดลมหายใจไปเองนั้นจะบาปไหม การทำเช่นนี้จะทำให้มีวิบากกรรมหรือไม่ ถ้ามีจะแก้ไขได้หรือไม่.
  7. เหตุใดสามีจึงชอบสะสมพระ การสะสมพระเครื่องโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับไสยเวทเลยจะได้บุญไหม การส่องพระเครื่องดูทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นการเจริญพุทธานุสติหรือไม่. ถ้าทำเช่นนั้นจะส่งผลเป็นวิบากอย่างไรในภพชาติถัดไป.
  8. ลูกขออนุญาตสามีในใจนำพระเครื่องส่วนหนึ่งมาแจกเป็นของที่ระลึกในงานศพจนทุกคนพอใจ อยากทราบว่าที่ลูกทำอย่างนี้สามีจะได้บุญไหม และเขาได้อนุโมทนากับสิ่งที่ลูกทำหรือเปล่า.
  9. ลูกควรทำอย่างไรกับมรดกพระเครื่องที่เหลืออยู่.
  10. สามีเสียชีวิตเพราะเส้นเลือดในสมองแตก เป็นเพราะวิบากกรรมใด.
  11. ช่วงก่อนเสียชีวิต ลูกสาวได้นิมนต์พระมารับสังฆทานที่โรงพยาบาล ได้ถวายผ้าไตรและได้บุญสร้างพระ สามีรับรู้ไหมขณะนั้น ใจหมองหรือใจใส ตายแล้วไปไหน มีคตินิมิตเป็นอย่างไร บุญสร้างพระประจำตัวกับบุญเสาแก้วพันปีที่อุทิศไปให้สามีได้รับหรือไม่ มีสภาพดีขึ้นอย่างไร.
  12. ครั้งที่ลูกฝันว่าสามีมาหานั้นเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าจริงเขามาหาเพื่อจะบอกอะไรกับลูกหรือเปล่า.
  13. ลูกขอกราบความเมตตาช่วยฝากบอกสามีว่า ลูกจะตั้งใจสร้างบุญใหญ่ส่งไปให้เขาเรื่อยๆ ทุกบุญ และช่วยเตือนเขาว่าอย่าประมาท เพราะบุญที่ได้สร้างมาด้วยตนเองยังมีไม่มากพอ และสามีมีอะไรจะฝากถึงทุกคนในครอบครัวไหม.
  14. ลูกๆ ทุกคนเป็นเด็กน่ารัก เคารพเชื่อฟังพ่อแม่มาตลอด ไม่เคยทำให้หนักใจ เป็นเช่นนี้เพราะลูกเคยทำบุญอะไรมา โดยเฉพาะลูกสาวคนที่ 2 รักการสร้างบารมีมาก ช่วยงานพระศาสนา ทำเว็บไซต์ให้วัด สอนคอมพิวเตอร์ จะได้รับอานิสงส์อย่างไร.
  15. ลูกและครอบครัวเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร อีผังเดิมหนาแน่นมากน้อยเพียงใด สามีมีสายบุญกับหมู่คณะบ้างไหม เพราะตอนมีชีวิตอยู่เขาไม่ค่อยได้สร้างบุญเลย. ครอบครัวจะต้องสร้างบารมีอย่างไร จึงจะสามารถติดตาม คุณครูไม่ใหญ่ ไปอยู่ดุสิตบุรีวงบุญพิเศษกันหมดทั้งครอบครัว.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

สาวรำวง

ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?

ห้ามปวดตับ ห้ามดับจิต

ครอบครัวมีฐานะดีจากโรงสีช่วงแรก แต่ขาดทุนต้องขาย ต่อมาเลี้ยงหมูรวยขึ้นแล้วก็ขาดทุนต้องเลิก เป็นเพราะทำบุญมาอย่างไร และการเลี้ยงหมูขายโดยไม่ได้ฆ่าเองมีวิบากกรรมมากน้อยเพียงใด?

อยากสวย อยากรวย

คุณแม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกเพราะกรรมใด? การที่พี่สาวสวดมนต์ให้ฟังก่อนตายทำให้มีคตินิมิตเป็นอย่างไร? ตายแล้วไปไหน? รับบุญที่ลูกส่งให้ได้หรือไม่? ฝากความอะไรมาถึงหรือไม่?

อย่าเพิ่งตาย ถ้ายังไม่ได้สร้างพระ

กรรมใดทำให้คุณแม่ตกแผ่นไม้กระดานจนหน้าท้องกระแทก กลายเป็นฝี มีหนองไหลจากทวาร และทำให้ขาเส้นยึด เดินไม่ได้ 3 ปี? บุญใดทำให้คุณแม่กลับมาเดินได้อีกครั้ง?

ควายธนูกับตุ๊กตาขี้เกียจ

ทำไมคุณพ่อคุณแม่จึงเกิดมายากจน ต่อมารวย พอมีลูกคนที่ 2 แล้วกลับไปยากจนอีกครั้ง เป็นเพราะกรรมใด? คุณพ่อโดนคุณไสยจริงหรือไม่ ทำไมถึงมีน้ำมันไหลออกมาที่หลัง? กระทงที่พี่ชายคนที่ 2 เห็นคืออะไร ทำไมเขาถึงกลัวขนาดนั้น? ตุ๊กตาหันหลังชนกันที่พี่สาวเจอคืออะไร? พี่ชายคนที่ 2 มีความเกี่ยวข้องกับไสยเวทที่คุณพ่อโดนหรือไม่? พี่ชายตายด้วยสาเหตุใด มีบุพกรรมใดจึงเสียชีวิตด้วยโรคคอตีบ?

ฆาตกรรมอำพราง

น้องสาวถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ มีสาเหตุจากกรรมใด? เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด? ได้วนเวียนที่บ้านตามที่คนงานและน้องชายฝันหรือไม่? คำบอกเล่าในฝันว่าสาเหตุมาจากเคลมประกันชีวิตนั้นจริงหรือไม่? ปัจจุบันน้องสาวอยู่ในภพภูมิใด มีคตินิมิตการตายอย่างไร? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่? บุญที่เคยสร้างองค์พระในปี 2537 จะส่งผลอย่างไรในปรโลกเมื่อเปลี่ยนความเชื่อแล้ว? มีข้อความจะฝากบอกญาติพี่น้องที่เมืองไทยไหม? เหตุใดต้องแยกตัวจากครอบครัวและเปลี่ยนไปนับถือความเชื่ออื่น? การเป็นคริสเตียนที่เคร่งมานาน 7 ปี จะมีผลอย่างไรในปรโลกและภพชาติต่อๆ ไป?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา