
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.616 วิญญาณพ่อ
ออกอากาศ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2548
วิญญาณพ่อ
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนใหม่ของโรงเรียนฝันในฝันวิทยา เข้ามาเพื่อคลายความคาใจเกี่ยวกับคุณพ่อที่จากไปอย่างกะทันหัน ผู้ส่งเคสเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 3 คน คุณพ่อของผู้ส่งเคสเกิดที่มหาชัย มีพี่น้องมากและฐานะไม่สู้ดีนัก ท่านจึงต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นครอบครัวย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ คุณพ่อได้ทำงานแรกที่โรงงานกระดาษ เงินเดือนแรกท่านภาคภูมิใจมาก และแทบไม่ได้เก็บไว้ใช้เองเลย แต่แบ่งให้ย่าและพี่น้องเกือบหมด เพราะรักย่าและครอบครัวมาก ต่อมาท่านได้พบรักและใช้ชีวิตกับคุณแม่ คุณแม่เลือกใช้ชีวิตกับท่านเพราะท่านเป็นคนรักครอบครัว คุณพ่อเป็นคนขยัน ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเลี้ยงครอบครัวตลอดชีวิต ผู้ส่งเคสรู้สึกภูมิใจในตัวท่านมาก แม้คุณพ่อจะไม่ชอบทำบุญ ไม่เข้าวัด ไม่ใส่บาตร และยังมีความคิดว่าการไม่ทำชั่วก็พอแล้วที่จะขึ้นสวรรค์ ท่านก็เป็นคนดีในหลายด้าน เช่น เลิกบุหรี่ได้ทันทีเมื่อคุณแม่บ่นเหม็น และเลิกดื่มเหล้าที่บ้านเมื่อคุณแม่บอกว่าลูกๆ โตแล้ว แม้ในยามที่ท่านป่วยหนักก่อนเสียชีวิต ท่านก็ยังคงทำหลายอย่างที่อยากทำ รวมถึงการแอบไปดื่มเหล้าบ้าง ความกะทันหันของการจากไปของคุณพ่อ ทำให้ผู้ส่งเคสและครอบครัวต้องการทราบเรื่องราวหลังจากนั้น และได้นำเรื่องมาเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่ผ่านเคส study นี้
เนื้อเรื่อง
คุณพ่อของผู้ส่งเคสเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่มหาชัย มีฐานะไม่ดีนัก ทำให้ต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เมื่อครอบครัวย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ท่านได้เริ่มทำงานที่โรงงานกระดาษ ซึ่งเป็นงานแรกและเงินเดือนก้อนแรกที่หามาได้ ท่านภูมิใจในเงินก้อนนี้มากและแทบไม่ได้ใช้เอง แต่แบ่งให้ย่าและพี่น้องเกือบหมด เพราะรักและผูกพันกับครอบครัวมาก ต่อมาท่านได้พบรักกับคุณแม่และมีลูกด้วยกัน 3 คน ผู้ส่งเคสเป็นคนสุดท้อง คุณแม่เลือกใช้ชีวิตกับท่านเพราะเห็นว่าเป็นคนรักครอบครัวและขยันทำมาหากิน ท่านทำงานตลอดเวลา ไม่เคยอยู่เฉย ผู้ส่งเคสรู้สึกภูมิใจในตัวท่านมาก
ท่านเป็นคนที่มีความตั้งใจสูง ดังเรื่องที่ท่านเล่าให้ผู้ส่งเคสฟังว่า เมื่อคุณแม่ตั้งท้องพี่สาว บ่นว่าเหม็นกลิ่นบุหรี่ คุณพ่อก็บอกทันทีว่าจะเป็นวันสุดท้ายที่สูบ และท่านก็เลิกบุหรี่ได้จริง แม้จะหงุดหงิดอยู่หลายวัน อย่างไรก็ตาม เรื่องการดื่มเหล้าท่านยังคงดื่มอยู่ เมื่อผู้ส่งเคสโตเป็นสาว ก็เห็นท่านพาอามาดื่มเหล้าที่บ้าน เวลาท่านเมา ท่านจะพูดเสียงดัง เอะอะโวยวาย ซึ่งต่างจากปกติที่ท่านพูดน้อยมาก คุณแม่ได้คุยกับท่านว่าลูกๆ โตแล้ว การดื่มเหล้าให้เห็นไม่ดี หลังจากนั้น ท่านก็ไม่พาใครมานั่งดื่มเหล้าที่บ้านให้เห็นอีก แต่ท่านจะเมาบ้างในงานสังสรรค์นอกบ้าน หรือเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ และเมื่อเมา ท่านก็จะกล้าระบายความในใจออกมาให้คนในบ้านได้รับรู้
คุณพ่อไม่ชอบทำบุญ ไม่เข้าวัด ไม่ใส่บาตรพระ แต่คุณแม่จะชอบใส่บาตรทุกเช้า บางครั้งท่านยังว่าคุณแม่ว่าใส่บาตรทำไม คุณแม่ก็ตอบว่าพ่อเป็นคนบาป แต่คุณพ่อก็เถียงว่าท่านไม่เคยคิดร้าย ไม่เคยด่าว่าใคร ไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรม แค่นี้ก็ได้ขึ้นสวรรค์แล้ว ซึ่งคุณครูไม่ใหญ่ชี้ว่า เป็นความเข้าใจทั่วไปที่ว่าการไม่ทำชั่วก็พอแล้ว แต่การไม่ทำชั่วก็ยังไม่ชื่อว่าทำความดี และท่านยังดื่มสุราด้วย
ในช่วงบั้นปลายชีวิต ประมาณ 5 ปีก่อนเสียชีวิต คุณพ่อเริ่มป่วยเป็นโรคเบาหวาน และอาการทรุดลงเร็วมาก จากคนที่ไม่เคยขาดงาน ท่านก็เริ่มขาดงานเพราะทำงานไม่ไหว ลูกๆ จึงขอร้องให้ท่านหยุดทำงาน ซึ่งท่านก็ตกลงยอมอยู่บ้านเฉยๆ ท่านต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ ซึ่งท่านไม่ชอบ ช่วงหลังๆ ท่านเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนขี้น้อยใจ ร้องไห้ง่ายเหมือนเด็ก และชอบพูดอะไรแปลกๆ ท่านจะทำทุกอย่างที่อยากทำ แม้แต่การแอบไปดื่มเหล้าทั้งๆ ที่เลิกไปนานแล้ว ท่านบอกลูกๆ ว่าไม่ต้องห่วง ตายก็เข้าวัด ตายแล้วทำอะไรไม่ได้ เหมือนกับว่าตายแล้วสูญ คุณแม่รู้สึกว่าท่านคิดผิด
จนถึงวันที่ 3 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของท่าน คุณพ่อได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างทิ้งไว้ เช่น ทำความสะอาดบ้าน และติดโมบายที่มีกระดิ่งหลายอันไว้หน้าบ้าน คุณแม่ถาม ท่านก็บอกว่าให้ทำเถอะ เวลาลมพัดเสียงเพราะดี ปกติคุณพ่ออยู่กับคุณแม่และพี่สาวคนโต ส่วนพี่สาวคนรองและผู้ส่งเคสแยกบ้านไปหลังแต่งงาน ในวันนั้น คุณแม่เล่าว่าคุณพ่อพูดถึงผู้ส่งเคสบ่อยมาก ดีใจที่แวะไปเยี่ยมสม่ำเสมอ และน้อยใจพี่สาวคนรองที่ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยม กลางดึกคืนนั้น คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกัน คุณพ่อไอหนักมากจึงลงมานอนที่เก้าอี้ประจำชั้นล่าง จนกระทั่งเวลา 4:00 น. ของวันที่ 4 มีนาคม 2548 คุณแม่นอนไม่หลับจึงลงมาเรียกท่าน แต่ก็พบเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ
ในคืนที่คุณพ่อจากไป ผู้ส่งเคสนอนอยู่ที่บ้านตัวเอง ได้ยินเสียงกระดิ่งดังเรื่อยๆ อยู่บนหัวนอนนานมาก แต่ไม่กล้าออกไปดู เช้าวันต่อมา ผู้ส่งเคสออกไปดูก็ไม่พบที่มาของเสียง เมื่อมาหาคุณแม่ที่บ้าน ลมพัดมาพอดี ทำให้โมบายที่พ่อทำไว้ดังขึ้น ผู้ส่งเคสจำได้ว่าเสียงเหมือนกับเสียงที่ได้ยินเมื่อคืน
เช้าวันที่ 2 หลังคุณพ่อเสีย คุณแม่ขับรถจะเอาข้าวไปวางหน้าโรงศพที่วัด กลางทางเจอตำรวจเรียกขอดูใบขับขี่ ตำรวจมองไปที่นั่งข้างคนขับและพูดว่าคุณแม่ขับรถผิดเลน คุณพ่อที่นั่งข้างๆ น่าจะเป็นคนขับ คุณแม่ทำหน้างงๆ บอกว่ามาคนเดียว สามีตายไปเมื่อวันก่อน จะรีบเอาข้าวไปวางหน้าโรงศพ ตำรวจตกใจ หน้าซีด รีบคืนใบขับขี่และไล่ให้คุณแม่รีบขับรถไป ทั้งๆ ที่คุณแม่ขับรถมาคนเดียว ไม่มีใครนั่งมาด้วยเลย คุณแม่ก็ชัก
สามีของผู้ส่งเคสซึ่งเข้าวัดพระธรรมกายก่อน ชอบนั่งสมาธิที่บ้านทุกวันหลังคุณพ่อเสีย วันหนึ่งเขานั่งสมาธิแบบไม่คิด ไม่หวังอะไร ท่องสัมมาอรหังไปเรื่อยๆ จนรู้สึกหายใจสบาย เย็นที่จมูกถึงตาทั้งสองข้าง เหมือนมีน้ำแข็งติดปลายจมูก รู้สึกง่วง จึงคิดในใจว่าพรุ่งนี้ค่อยนั่งหานั่งสมาธิ แล้วก็ล้มตัวลงนอน แต่แปลกที่ความสบายยังติดอยู่ รู้สึกโล่ง โปร่ง เบา สบาย เขาคิดว่าถ้านอนแล้วท่องสัมมาอรหังจะต่างจากการนั่งไหม จึงท่องต่อทั้งที่นอน หวังว่าจะเจอคุณพ่อ แต่วันนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนวันหนึ่งหลังจากนั่งสมาธิเสร็จ เขาก็นอนทำสมาธิจนหลับไป
ขณะที่หลับ สามีของผู้ส่งเคสรู้สึกว่ากำลังนั่งสมาธิอยู่ในฝัน ตัวลอยไปยังที่แห่งหนึ่ง มีคนเจ็บป่วยเยอะแยะ น่าสงสาร ตัวเขาลอยไปเรื่อยๆ จนเกือบจะผ่านร่างคุณพ่อ เมื่อเห็นก็รีบคว้ามือพ่อไว้ ถามว่าสบายดีไหม รู้ไหมว่าตายแล้ว คุณพ่อตอบในฝันว่ารู้ สามีจึงบอกคุณพ่อว่าคุณแม่จะไปนั่งสมาธิที่สวนพนาวัฒน์ จะให้คุณพ่ออนุโมทนาบุญกับคุณแม่ด้วยนะ และลูกจะสร้างองค์พระให้พ่อ คุณพ่อร้องไห้ สามีก็ร้องไห้ในฝันด้วย คุณพ่อบอกว่าวันที่ 14 มีนาคม จะมีคนมารับ (ท่านตายวันที่ 4 มีนาคม) และร่างพ่อจะกลายเป็นเด็กหญิง สามีตกใจตื่น ตะโกนเรียกผู้ส่งเคสว่าเจอพ่อแล้ว ได้คุยกับพ่อด้วย
เกือบ 20 วันหลังคุณพ่อเสีย ผู้ส่งเคสก็ฝันบ้าง เห็นคุณพ่อชัดเจนมาก ฝันว่าพ่อเข้าทางประตู บอกว่า ลูก นี่พ่อเองนะ สวมเสื้อสีขาว ถือแท่นอิฐสูงพอประมาณ พ่อบอกไม่ต้องห่วง มีกิน สบายดีแล้ว บอกว่าจะไปก่อน จะไปต่อว่า พูดแค่นั้นแล้วหายไป ผู้ส่งเคสไม่เข้าใจจะไปต่อว่าใคร รุ่งขึ้นก็หายสงสัย เพราะโทรหาพี่สาวเพื่อเล่าความฝัน แต่พี่สาวชิงเล่าก่อนว่าคุณพ่อมาต่อว่าที่ไม่ยอมไปถือป้ายในงานศพพ่อ
หลังจากนั้น คุณแม่และคนในครอบครัวก็ได้กลิ่นหอมบ้าง เหม็นบ้างเป็นประจำ คืนหนึ่งขณะที่คุณแม่นอนหลับ ได้ยินเสียงคุณพ่อมากระซิบข้างหู ชัดมาก ไม่ต้องไปฝันละ คุณแม่รู้สึกกลัวมาก ไม่ต้องการได้ยิน หลับตา ตะโกนเสียงดังลั่นห้องว่า ไม่รู้ ไม่ฟัง ไม่ได้ยิน
สามีของผู้ส่งเคสได้อธิษฐานว่าถ้าธรรมกายมีจริง ขอให้ได้เห็นคุณพ่อ และขอให้ผู้ส่งเคสเปลี่ยนใจไปสร้างองค์พระกับเขา ตอนนั้นผู้ส่งเคสยังไม่ยอมมาวัด หลังนั่งสมาธิอธิษฐานเสร็จ สามีนอนหลับไป เวลาประมาณ 3:00 น. ผู้ส่งเคสก็ฝันว่าคุณพ่อมาหา บอกว่า อย่ามาเรียกพ่อบ่อย พ่อไม่อยากมีห่วง ใกล้เวลาที่เขาจะตัดสินแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า ผู้ส่งเคสถามในฝันว่าต้องการบุญอีกเหรอ คุณพ่อพูดทำนองว่ายอมรับในสิ่งที่ท่านทำลงไป ตื่นเช้ามา ผู้ส่งเคสคิดว่าควรทำอะไรสักอย่าง จึงบอกสามีว่า เราไปวัดพระธรรมกายกันเถอะ จะไปสร้างพระ สามีดีใจมากเพราะชวนมาตลอดปีแต่ผู้ส่งเคสไม่ไป ในวันนั้น ตัวผู้ส่งเคส สามี และคุณแม่ ก็ได้ไปวัด สร้างพระให้คุณพ่อ 1 องค์ ของสามี 1 องค์ และของผู้ส่งเคสอีก 1 องค์ อธิษฐานอุทิศบุญให้คุณพ่อ หลังจากนั้นก็ยังได้กลิ่นอีกเป็นครั้งคราว เหม็นบ้าง หอมบ้าง
คำถาม
- ก่อนเสียชีวิต คุณพ่อมีลางสังหรณ์หรือไม่ว่าจะต้องจากไป จึงทำหลายสิ่งหลายอย่างทิ้งไว้ (เช่น ติดกระดิ่ง ทำความสะอาดบ้าน พูดถึงลูกด้วยความน้อยใจและดีใจ) ท่านทราบได้อย่างไร
- ขณะนี้คุณพ่ออยู่ที่ไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร ก่อนตายจิตท่านคิดอะไรอยู่
- เสียงกระดิ่งที่ผู้ส่งเคสได้ยินที่หัวนอนในคืนที่พ่อเสียชีวิต เป็นเสียงคุณพ่อใช่ไหม
- ที่ตำรวจเรียกคุณแม่และเห็นผู้ชายนั่งอยู่ข้างๆ คุณแม่ คือคุณพ่อใช่ไหม
- คุณแม่ได้ยินเสียงคุณพ่อมากระซิบข้างหูแล้วคุณแม่ไม่ยอมฟัง คุณพ่ออยากบอกอะไรกับคุณแม่และลูกๆ หรือเปล่า
- บุญที่ผู้ส่งเคสและสามีสร้างพระประจำตัวเมื่อวันที่ 17 เมษายน และบุญที่ได้ทำในชาตินี้ ขอยกให้คุณพ่อทั้งหมดเลยได้ไหม แล้วจะต้องทำอย่างไรคุณพ่อถึงจะได้บุญมากที่สุด
- ที่สามีผู้ส่งเคสไปเจอคุณพ่อในฝันจริงหรือไม่ ถ้าจริง ทำไมคุณพ่อจึงกลายเป็นเด็กผู้หญิง
- การปฏิบัติธรรมของสามีผู้ส่งเคสถูกวิธีหรือไม่ แล้วสมควรจะนั่งแบบเดิมต่อไปหรือไม่
- ที่สามีฝันซ้อนฝันนั้นเป็นอย่างไร (คือหลับแล้วฝันว่าตัวเองหลับแล้วก็ฝันไป)
- ที่ผู้ส่งเคสฝันว่าคุณพ่อมาหาในมือท่านถือแท่นอิฐ แท่นอิฐนั้นคืออะไร
- ก่อนสร้างพระ สามีฝันเห็นพ่อไม่ใส่เสื้อแล้วเปลี่ยนเป็นเด็กผู้หญิง แต่หลังสร้างพระให้แล้ว ผู้ส่งเคสฝันเห็นพ่อใส่เสื้อสีขาวแล้วถือแท่นอิฐมาด้วย นั่นคือผลบุญที่สร้างพระให้ใช่หรือไม่
- ที่คุณพ่อบอกในฝันว่า ใกล้เวลาที่เขาจะตัดสินแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า หมายความว่าอย่างไร
- ครอบครัวของสามีผู้ส่งเคส (พ่อ แม่ และพี่ชาย) พวกเขาเคยมีเชื้อสายที่เคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะหรือไม่ ทำอย่างไรจะให้พวกเขาเข้าใจและมาร่วมสร้างบารมีด้วยกัน
- ตัวผู้ส่งเคส สามี และพี่ชายของสามี (คนที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ผู้ส่งเคส) เราทั้ง 3 คน เคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะอย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?
คุณพ่อ เสียชีวิตแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่
บุพกรรมใดที่ทำให้พี่สาวผู้ส่งเคสมีอาการทางจิต? มีสิทธิ์หายไหม? ทำไมต้องทำร้ายร่างกายพ่อแม่? จะมีวิบากเหมือนพระโมคคัลลานะไหม? ต้องแก้ไขอย่างไร? ทำไมพ่อแม่ต้องมีลูกแบบนี้?
เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม
(คุณพ่อ) เหตุใดชีวิตช่วงครึ่งแรกจึงลำบากมากแต่กลับมาร่ำรวยในครึ่งหลัง, ปัจจุบันอยู่ที่ไหน ได้รับบุญกฐิน 100 ปีที่คุณยายอาจารย์ได้รับหรือไม่ และมีข้อความอะไรฝากถึงลูกๆ ไหม.
เมื่อคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว ท่านไปอยู่ที่ไหนและมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง






