เมาน้ำตากับยาดอง

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.673 เมาน้ำตากับยาดอง

ออกอากาศ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548

เมาน้ำตากับยาดอง

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านมีเชื้อสายผสมจีนและเวียดนาม โดยมีคุณพ่อเป็นคนจีน และคุณแม่เป็นคนเวียดนาม ครอบครัวของท่านมีความเชื่อทางศาสนาที่หลากหลายแตกต่างกันไป คุณพ่อท่านนับถือลัทธิเต๋า คุณแม่นับถือเจ้าแม่กวนอิม ตัวท่านเองนับถือพระพุทธศาสนา เป็นลูกพระธรรม ส่วนน้องคน ที่ 6 นับถือศาสนาคริสต์ และน้องอีก 6 คนยังไม่มีศาสนา ในวัยเด็ก ท่านได้ย้ายถิ่นฐานติดตามครอบครัวไปหลายประเทศมาก เริ่มจากจีน เวียดนาม ไปลาว ไปไทย ไปไต้หวัน จนกระทั่งมาตั้งรกรากถาวรที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นท่านได้ทำงานเป็นพ่อครัวร้านอาหารจีนและพบกับภรรยาชาวญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาได้มีลูกชายด้วยกัน 3 คน ชีวิตของท่านได้พบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อได้รู้จักกับกัลยาณมิตรและได้มาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมโตเกียว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้รู้จักวัดพระธรรมกาย แม้ภายหลังท่านจะต้องแยกทางกับภรรยาและลูกๆ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ท่านก็ไม่เคยหมดหวังหรือท้อแท้ แต่กลับพึ่งพาบุญ เชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ สร้างบุญไม่เคยขาด และทำหน้าที่ กัลยาณมิตรชักชวนชาวต่างชาติเข้าสู่เส้นทางบุญของหมู่คณะ ในปีที่เล่าเรื่องนี้ ท่านได้มาบวชพระธรรมทายาทนานาชาติเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่

เนื้อเรื่อง

คุณครูไม่ใหญ่ เริ่มต้นด้วยการเล่าถึง ผู้ส่งเคส ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นและเป็นลูกครึ่งจีน-เวียดนาม ครอบครัวของท่านมีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกันอย่างเสรีตามระบอบประชาธิปไตย คุณพ่อเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่บ้านอยู่ติดชายแดนเวียดนาม ตอนอายุ 15-16 ปี คุณพ่อได้รับยา ดองเหล้าจากญาติผู้ใหญ่ที่ไปมีเรื่องชกต่อยกับชาวเวียดนามจนฟกช้ำสาหัส ยา ดองนั้นรักษาอาการบาดเจ็บให้หายได้ภายในวันสองวัน คุณพ่อจึงเก็บรักษายา ดองขวดนั้นไว้อย่างดี เพราะเห็นว่าเป็นของดีที่รักษาอาการฟกช้ำได้รวดเร็ว และญาติกำชับว่ามีเพียงขวดเดียว

ในช่วงสงครามเวียดนาม คุณพ่อไปทำงานกับเจ้า นายชาวจีนซึ่งทำงานให้กองทัพฝรั่งเศสในเวียดนาม ทำให้ต้องย้ายตามเมืองต่างๆ จนถึงฮานอย ที่นั่น คุณพ่อได้พบรักและอยู่กินกับคุณแม่ซึ่งเป็นสาวเวียดนาม ท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 2 คนคือผู้ส่งเคสและน้องสาว ต่อมาในปี 2490 กองทัพฝรั่งเศสถอนกำลังจากเวียดนามไปลาว ครอบครัวจึงต้องย้ายตามเจ้า นายไปอยู่เวียงจันทร์ ประเทศลาว โดยสารรถขนส่งของกองทัพฝรั่งเศส ที่เวียงจันทร์ คุณพ่อได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านประปาของโรงแรมฝรั่งเศส ในช่วงนี้ครอบครัวมีลูกเพิ่มขึ้นอีก 6 คน เดิมมี 2 รวมเป็น 8 แต่ลูกคนที่ 3 และ 4 เสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก จึงเหลือลูก 6 คน คุณพ่อล้มป่วยหนักต้องนอนโรงพยาบาลนานถึง 6 ปี สาเหตุเกิดจากการไปช่วยเพื่อนหาบเหล้าหนักในงานแต่งงาน ทำให้ออกแรงมากเกินไปและอาเจียนเป็นเลือด คุณแม่จึงต้องหาบเร่ขายอาหารเวียดนามเลี้ยงครอบครัวระหว่างที่คุณพ่อป่วย

ในปี 2518 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในลาว ครอบครัวจึงย้ายมาประเทศไทย พักอยู่ที่หนองคายประมาณหนึ่งอาทิตย์ สถานทูตไต้หวันเปิดโอกาสให้คนจีนทำหนังสือเดินทางไปอยู่ไต้หวัน ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่ที่ไต้หวัน ผู้ส่งเคสเองได้เดินทางไปทำงานที่หลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ลาว ไทย ไต้หวัน รวม 6 ประเทศ ไปๆ มาๆ ถึง 6 ครั้งจนได้วีซ่าถาวรญี่ปุ่น แล้วจึงได้พาคุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆ ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วย

ตั้งแต่สมัยอยู่เวียงจันทร์ คุณพ่อได้เริ่มนำยา ดองเหล้าขวดแรกที่เก็บไว้อย่างดีนั้นมาใช้รักษาคน มีคนนิยมมารักษาเป็นจำนวนมากเพราะได้ผลอัศจรรย์ จนกระทั่งยาหมด ท่านจึงหันมาทำยา ดองเหล้าสูตรใหม่โดยคิดเอง โดยพยายามนึกทบทวนถึงสูตรดั้งเดิม สูตรใหม่นี้ใช้โถแก้วใหญ่ใส่เหล้าขาว 60 ดีกรี ผสมกับยา ดองและใส่สัตว์ต่างๆ เช่น ม้าน้ำ ตะขาบ งู (ยกเว้นพญานาคกับครุฑ) ทุกๆ เดือนจะเติมเหล้าใหม่ และเปลี่ยนตัวยา สัตว์ที่ใช้ ดองทุกๆ 2 ปี คุณพ่อใช้วิธีรักษาโดยการครอบแก้วดูดเลือดเสียออก และเผาฝอยใบยาจีนบนแผ่นขิงสดให้ยาซึมผ่านผิวหนัง ก่อนจะใช้ยา ดองเหล้าทาบริเวณที่รักษาเป็นขั้นตอนสุดท้าย เมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน คุณพ่อจะมอบยา ดองเหล้า 1 ขวด ขนาด 720 ซีซี ให้ไปดื่มที่บ้านครั้งละ 10-20 ซีซีก่อนนอน ยา ดองนี้ใช้รักษาอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ฟกช้ำ จากการออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือชกต่อย

ในปี 2520 คุณพ่อได้รับหนังสือรับรองฐานะคนงานของฝรั่งเศส ทำให้มีสิทธิ์ไปอยู่อาศัยและรับเงินบำนาญที่ฝรั่งเศสได้ ท่านจึงย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และยังคงเป็นหมอยา ดองเหล้าอยู่ที่นั่น ปัจจุบันคุณพ่ออายุ 80 ปี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว เจ็บปวดตามเนื้อตัว หมอที่โรงพยาบาลให้กลับมารักษาที่บ้าน ซึ่งหมายความว่าหมดทางรักษาแล้ว ผู้ส่งเคสคิดว่าวิธียา ดองที่คุณพ่อเคยใช้รักษาคนอื่นได้ผล น่าจะช่วยรักษาตัวท่านเองได้ แต่ตัวผู้ส่งเคสเองไม่มี ยา ดองเหล้าแล้ว เพราะได้เททิ้งและทุบทำลายไปหมดในพิธีเทเหล้าเผาบุหรี่ที่ศูนย์โตเกียวในปี 2546 เมื่อคุณพ่อป่วยหนักและหมอให้กลับบ้าน ผู้ส่งเคสจึงตั้งใจจะเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อรักษาคุณพ่อด้วยยา ดองเหล้าอีกครั้ง โดยคิดว่าถ้าให้ท่านรับประทานอาจจะได้ผล แต่คุณครูไม่ใหญ่เตือนว่าไม่ควรให้ท่านดื่มยา ดอง เพราะอายุ 81 ปีแล้ว ยา ดองเหล้าจะเข้าไปเปลี่ยนระบบความคิด คำพูด การกระทำ ทำให้ใจขุ่นมัว ซึ่งมีผลต่อการเดินทางสู่ปรโลก การจะไปสู่ปรโลกที่ดี ใจต้องใส ไม่หมอง การให้ท่านดื่มยา ดองจะทำให้ใจหมอง แต่ถ้าใช้ทาภายนอกอาจจะพอโอเค

คุณแม่ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ แต่ฆ่าไก่ทำอาหารบ้าง เป็นคนขยัน ตอนสาวๆ หงุดหงิดง่ายขี้บ่น พออายุมากใจเย็นลง และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณพ่อมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนใจจากคุณพ่อเลย ในช่วง 2 ปีสุดท้ายของชีวิต คุณแม่อยู่กับผู้ส่งเคสและน้องชายที่ญี่ปุ่น ท่านป่วยเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ มีอาการบ่นเพ้อ พออาการทุเลา ท่านจะเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมคุณพ่อและน้องสาวคน ที่ 6 ครั้งหนึ่งขณะอยู่ฝรั่งเศส คุณแม่ออกไปทำธุระข้างนอก กลับมาบ่นว่าเหนื่อยมาก คันศีรษะ จึงไปอาบน้ำ คุณพ่อได้นำยา ดองเหล้ามานวดให้และให้ดื่ม จากนั้นให้เข้าพักผ่อน รุ่งเช้าคุณแม่ก็เสียชีวิต สิริอายุ 70 ปี คุณครูไม่ใหญ่ชี้ว่า แม้คุณพ่อจะใช้ยา ดองช่วยแล้วแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเมื่อถึงเวลาของชีวิต ทุกคนต้องตายสถานเดียว ผู้ส่งเคสบินไปงานศพคุณแม่ที่ฝรั่งเศส นำผ้าไตรกฐินปี 2545 และรูปงานบุญต่างๆ ไปวางไว้ข้างโลงศพ และนั่งสมาธิพูดคุยกับท่าน ให้ท่านนึกถึงบุญ ท่านทำท่ามกลางความไม่เข้าใจของญาติและคนในงาน แต่ไม่มีใครห้ามเพราะเห็นว่าทำด้วยความกตัญญู

น้องสาวคน ที่ 2 เคยแต่งงานกับคนไทย แต่สามีถูกรถชนตาย เธอจึงต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง แต่งานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงหันไปค้ายาเสพติดและถูกตำรวจจับ ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี คุณครูไม่ใหญ่เตือนว่ายาเสพติดตัดอนาคต ควรเลิก หลังพ้นโทษ เธอมีอาการทางประสาท เห็นญาติที่ตายแล้วมาหา ล่าสุดเห็นคุณแม่พาปู่ ย่า ตา ยาย มาหาด้วย เมื่อพาไปหาหมอ หมอบอกไม่เป็นอะไร ผู้ส่งเคสพามาที่ศูนย์โตเกียว หลวงพี่สวดมนต์บทอิติปิโสให้ อาการก็หาย ปัจจุบันอาศัยอยู่กับคุณพ่อที่ฝรั่งเศส น้องสาวคน ที่ 7 ก็มีอาการทางประสาทคล้ายกันคือเห็นญาติที่ตายไปแล้ว ครั้งแรกเป็นแล้วหายเอง แต่เดือนกันยายน 2546 อาการกำเริบอีกครั้ง ปัจจุบันยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโรคจิต

ผู้ส่งเคสเล่าว่าตอนย้ายไปเวียงจันทร์อายุ 2 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือในวัดเวียดนาม เรียนทั้งภาษาจีนและฝรั่งเศส ตอนอายุ 20 ปีได้บวชตามประเพณีช่วงปี 2517-2518 หลังลาสิกขาและย้ายไปประเทศต่างๆ ก็มาตั้งรกรากถาวรที่ญี่ปุ่น ที่นั่นเป็นพ่อครัวร้านอาหารจีนและพบภรรยาชาวญี่ปุ่น มีลูกชาย 3 คน วันหนึ่งเจอ กัลยาณมิตรที่สถานีรถไฟและถูกชวนไปศูนย์ปฏิบัติธรรมโตเกียว ท่านตัดสินใจไปทันที ปล่อยให้ภรรยาและลูกๆ ไปเที่ยวกันเอง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นรู้จักวัดพระธรรมกาย ต่อมาครอบครัวมีปัญหาเศรษฐกิจ ท่านต้องเลิกกับภรรยาและลูกๆ แม้จะเจออุปสรรค ท่านก็ไม่ท้อ สร้างบุญและทำหน้าที่ กัลยาณมิตรชวนคนจากหลากหลายประเทศมาที่ศูนย์ ในปีนี้ ท่านได้มาบวชพระธรรมทายาทนานาชาติเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่

คำถาม

  1. เพราะเหตุใดคนในครอบครัวของผู้ส่งเคสจึงมีความเชื่อแตกต่างกัน? เป็นเพราะสร้างบุญกรรมด้วยกันมาอย่างไร?
  2. ทำไมครอบครัวของผู้ส่งเคสจึงต้องโยกย้ายไปหลายประเทศ ไม่ได้อยู่ประจำที่แห่งใดแห่งหนึ่งทั้งชีวิต? เป็นบุพกรรมใด?
  3. บุพกรรมใดที่ทำให้คุณพ่อต้องหาบของหนักจนป่วยอาเจียนเป็นเลือด ต้องนอนอยู่โรงพยาบาล 6 ปี และพออายุมากก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว?
  4. คุณพ่อจะได้บุญหรือบาปจากการทำยา ดองเหล้าไว้ช่วยชีวิตคน โดยเฉพาะการ ดองสัตว์เป็นๆ อย่างนั้น?
  5. หากผู้ส่งเคสรักษาคุณพ่อด้วยยา ดองเหล้าตามวิธีของคุณพ่อ คุณพ่อจะหายไหม?
  6. คุณแม่เสียชีวิตเพราะหมดอายุขัยหรือเป็นโรคอะไร? ท่านเสียชีวิตแล้วไปไหน? ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่?
  7. การที่ผู้ส่งเคสนำผ้าไตรกฐินไปวางไว้ข้างโลงและพูดคุยกับคุณแม่ให้ท่านนึกถึงบุญ คุณแม่รับรู้หรือไม่?
  8. น้องสาวคน ที่ 2 และคน ที่ 7 มีกรรมอะไรจึงมีอาการทางประสาท เห็นคนที่เสียชีวิตไปแล้ว? ชาติ นี้จะหายขาดหรือไม่? แล้วจะต้องทำอย่างไร?
  9. ตัวผู้ส่งเคสและน้องสาวคน ที่ 6 ซึ่งอยู่ที่ฝรั่งเศส มีกรรมอะไร ครอบครัวถึงต้องหย่าร้างเหมือนกัน?
  10. บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องเปลี่ยนที่ทำงานบ่อยๆ เปิดร้านอาหารก็ถูกเพื่อนโกงจนต้องปิดกิจการ?
  11. ผู้ส่งเคสขยัน นั่งธรรมะทุกวัน แต่ยังไม่เห็นธรรมะ เพราะอะไร?
  12. ผู้ส่งเคสสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ทำไมจึงมีเพียงท่านคนเดียวในครอบครัวที่มาสร้างบารมีกับหลวงพ่อ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

อยู่บ้านเล้าไก่

คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่

มรสุมอ้วน

ทำไมผู้ส่งเคสจึงเกิดก่อนกำหนด 3 เดือน และกรรมอะไรทำให้รอด?

เจ้าที่อยากแต่งงาน

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:

สาวรำวง

ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?

สงสัยจังเลยคุณย่าคุณยายที่รัก

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่

ถามฟ้าหารัก

คุณแม่มีอาการทางประสาทเป็นบางครั้งจากวิบากกรรมใด และเป็นวิบากชาติสุดท้ายหรือไม่? ทำไมตอนตั้งท้องผู้ส่งเคส คุณแม่จึงมีสติสัมปชัญญะดี ไม่มีอาการทางประสาทเลย?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา