เพื่อลูกชายยังตายไม่ได้

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.685 เพื่อลูกชายยังตายไม่ได้

ออกอากาศ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548

เพื่อลูกชายยังตายไม่ได้

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น. เธอเริ่มสร้างบารมีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จากการชักชวนของเพื่อนบ้านยอดกัลยาณมิตร ทำให้ได้รู้จักกับคุณครูไม่ใหญ่และหมู่คณะ. ชีวิตของเธอต้องเผชิญความยากลำบากและบททดสอบมากมาย ตั้งแต่ปัญหาในครอบครัวที่คุณพ่อมีนิสัยหงุดหงิด ชอบดื่มเหล้า และใช้ความรุนแรงกับคุณแม่ ไปจนถึงประสบการณ์เลวร้ายที่ตัวเองโดนหลอกไปขายบริการในญี่ปุ่น แม้ชีวิตจะถึงจุดที่คิดสั้น แต่ด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ ทำให้เธอลุกขึ้นสู้เพื่อลูกชาย. จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้พบหนังสือธรรมะ ประกายธรรม ที่เพื่อนบ้านนำมาให้อ่าน ซึ่งนำพาให้เธอได้รู้จักศูนย์ปฏิบัติธรรมโตเกียวและวัดพระธรรมกาย จากนั้นชีวิตของเธอก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางการสร้างบุญ และเป็นกัลยาณมิตรให้คุณแม่ได้ดู DMC ทำให้ชีวิตคุณแม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น.

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสมีชีวิตวัยเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความขมขื่น. คุณพ่อรับราชการทหารชั้นพลน้อย มีนิสัยหงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย และที่แย่คือชอบดื่มเหล้าอย่างหนัก ดื่มจนเป็นชีวิตจิตใจ. เมื่อเมาแล้วก็จะอาละวาด ทะเลาะ ตบตีคุณแม่. บางครั้งอาการหนักถึงขนาดจับตัวผู้ส่งเคสซึ่งยังเล็กอยู่โยนลงคลองข้างบ้านที่ลึกมาก ทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น โชคดีที่คุณแม่ช่วยไว้ได้ทัน. ความเมาของคุณพ่อไม่เพียงสร้างปัญหาในครอบครัว แต่ยังส่งผลต่อหน้าที่การงาน ทำให้ท่านไม่เจริญก้าวหน้า จนต้องลาออกจากทหาร มาเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ. ดูแลรองเท้าทหารแทนจนเกษียณ. หลังเกษียณได้ 3 ปี ในปี พ.ศ. 2536 ขณะอยู่บ้านเฉยๆ คุณพ่อเกิดอุบัติเหตุหกล้ม ศีรษะฟาดกับจักรเย็บผ้า ต้องเข้าห้อง ICU ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกด้วยอายุ 63 ปี.

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นคนราชบุรี. ท่านมาแต่งงานและอยู่กินกับคุณพ่อที่นนทบุรี. ชีวิตแต่งงานของคุณแม่ต้องทนทุกข์อยู่ตลอดเวลาเพราะคุณพ่อขี้เมาและชอบทุบตี. คุณแม่ถูกทุบตีจนสะบักสะบอมหลายครั้งถึงกับต้องหนีไปอยู่กับคุณยายที่ราชบุรี แต่ทุกครั้งที่คุณพ่อไปง้อ คุณแม่ก็จะใจอ่อนและกลับมา. แม้กลับมาก็จะโดนทำร้ายซ้ำๆ แต่คุณแม่ก็เลือกที่จะอดทน. คุณพ่อคุณแม่มีลูกด้วยกัน 4 คน. ผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวคนโต. คุณแม่เคยเล่าว่าพยายามกินยาขับเพื่อทำแท้งผู้ส่งเคสหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะกลัวว่าคุณพ่อจะทอดทิ้งและไม่ต้องการมีลูกเป็นภาระ. คุณแม่แต่งงานตอนอายุ 29 ส่วนคุณพ่อ 24 ห่างกัน 5 ปี. ผู้ส่งเคสเกือบจะไม่ได้เกิด และเมื่อคลอดออกมาแล้ว แขนข้างซ้ายก็โก่งมาตั้งแต่เกิดจนปัจจุบันก็ยังไม่หาย.

เมื่อผู้ส่งเคสโตขึ้น เรียนจบ ม.6 ก็ออกมาหางานทำเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนต่อปริญญาตรีที่ ม.ราม แต่ก็เรียนไม่จบ เพราะมีคนรู้จักชวนไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น บอกว่าเป็นงานดี เงินดี อยู่สบาย. ด้วยความสนใจ เธอจึงตัดสินใจไปญี่ปุ่น แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าโดนหลอกไปขายบริการที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง. เธอต้องทำงานใช้หนี้แทนคนชวนอยู่ประมาณ 1 ปี ก่อนจะได้ไปอยู่กินกับสามีชาวญี่ปุ่น มีลูกชายด้วยกัน 1 คน. ชีวิตครอบครัวกับสามีชาวญี่ปุ่นก็ไม่มีความสุขเช่นกัน เพราะสามีเคยแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง มีลูกติด 1 คน ซึ่งเข้ากับผู้ส่งเคสไม่ได้. สามีก็ชอบดื่มเหล้าอย่างหนักเหมือนคุณพ่อ และยังเป็นคนแล้งน้ำใจ. คืนหนึ่งขณะที่ผู้ส่งเคสปวดกระเพาะปัสสาวะอย่างรุนแรงจนทรมานมาก ได้ปลุกสามีให้ช่วยพาไปโรงพยาบาล แต่สามีกลับตอบว่า ไปเอง ช่วยไม่ได้ แล้วก็นอนหลับต่อ. เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ส่งเคสน้ำตาซึมและปวดรุนแรงยิ่งขึ้น. เธอต้องอดทนอยู่กับสามีมาก เพราะสามีไม่เคยปรับตัวเข้าหา แถมยังเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่. สามียังล้มเหลวในหน้าที่การงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายในครอบครัวตกเป็นภาระของผู้ส่งเคส. ชีวิตที่ยากลำบากถึงขั้นทำให้ผู้ส่งเคสคิดฆ่าตัวตาย แต่เมื่อนึกถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนว่าถ้าแม่ตายลูกจะต้องลำบากแน่ เธอจึงตัดสินใจว่าต้องอยู่เพื่อลูกชายคนนี้.

ในปี พ.ศ. 2541 เพื่อนบ้านชาวไทยได้นำหนังสือประกายธรรมมาให้ผู้ส่งเคสอ่าน. เธอประทับใจมากจึงหาที่มาที่ไปจนพบว่าเป็นของศูนย์ปฏิบัติธรรมโตเกียว. จากนั้นจึงติดต่อขอสื่อธรรมะต่างๆ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ก็แจ้งข่าวบุญให้ทราบเสมอ. ในช่วงที่อยู่ญี่ปุ่น น้องชายคนรองที่อยู่เมืองไทยป่วยเป็นเบาหวานเพราะชอบดื่มเหล้าแกล้มทุเรียนและไม่ค่อยทานข้าว. คุณแม่ต้องเป็นคนพาไปโรงพยาบาลและดูแลตลอด. น้องชายกลายเป็นภาระของคุณแม่. ทั้งคู่ทะเลาะกันแต่ก็ดูแลกันมา. วันหนึ่งขณะที่แม่บีบขาน้องชาย เกิดโมโหและเผลอดึงขาซ้ายน้องชายอย่างแรงจนมีเสียงดัง กึ๊ก ทำให้น้องชายเดินไม่สะดวก. น้องชายป่วยอยู่ 5-6 เดือนก็เสียชีวิตด้วยเบาหวานอายุ 39 ปี. หลังน้องชายเสียชีวิตไม่นาน คุณแม่ก็มีอาการปวดขาซ้ายเหมือนน้องชายจนเดินไม่สะดวก หมอหาสาเหตุไม่พบ.

เมื่อ มกราคม พ.ศ. 2548 ผู้ส่งเคสต้องการให้คุณแม่ดู DMC จึงติดต่อน้องสาวให้ติดจานดาวเทียม. น้องสาวปฏิเสธแต่ผู้ส่งเคสยืนกรานว่าต้องติดให้เป็นของขวัญปีใหม่. น้องสาวจึงยอมทำตาม. ผู้ส่งเคสเขียนจดหมาย 10 แผ่นอธิบายเรื่องวัดและหลวงพ่อให้น้องสาวฟัง แต่น้องสาวก็ยังตอบว่าทำบุญที่ไหนก็เหมือนกัน ไม่ชอบวัดคนเยอะ และมีข้ออ้างต่างๆ. อย่างไรก็ตาม น้องสาวไม่ได้ขัดขวางการทำบุญของคุณแม่. เมื่อคุณแม่ได้ดู DMC ชีวิตท่านก็เปลี่ยนไป ใจเย็นขึ้น เข้าใจกฎแห่งกรรมและความจริงของชีวิต. ท่านรักการสั่งสมบุญ ตื่นมาสวดมนต์ นั่งสมาธิ ใส่บาตรทุกวัน. อาการปวดขาของคุณแม่ค่อยๆ ดีขึ้น. ผู้ส่งเคสเป็นกัลยาณมิตรให้คุณแม่ทางโทรศัพท์ตลอดและคุณแม่ก็ได้ทำบุญกับวัดเสมอ. ผู้ส่งเคสได้ทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวในเจดีย์ให้น้องชายที่เสียชีวิต และทำบุญกฐิน สร้างมหาวิหาร และบุญอื่นๆ อีกมากมาย. ทุกครั้งที่ทำบุญจะอุทิศให้คุณพ่อและน้องชาย. คืนหนึ่งเธอฝันเห็นทั้งสองคนมาหา มีหน้าตาผ่องใส ใส่ชุดทหาร ดูดี. ต่างจากครั้งแรกๆ ที่ฝันว่าไม่มีเสื้อผ้าและหน้าตาหมองคล้ำ. เหตุการณ์เหล่านี้และคำถามที่ค้างคาใจทำให้ผู้ส่งเคสเขียนเรื่องราวมาเพื่อขอคำตอบจากคุณครูไม่ใหญ่.

คำถาม

  1. บุพกรรมใดที่ทำให้คุณพ่อหกล้มศีรษะกระแทกจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต? ก่อนตายท่านนึกถึงพระได้หรือไม่? ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ อย่างไร?
  2. กรรมใดที่ทำให้คุณแม่มีสามีขี้เมาและถูกทุบตีเสมอ? กรรมใดทำให้คุณแม่เจ็บขาข้างเดียวกับน้องชาย (ใช่กรรมที่ดึงขาน้องชายหรือไม่)? คุณแม่ควรแก้ไขอย่างไร?
  3. บุพกรรมใดทำให้น้องชายเป็นโรคเบาหวาน? กรรมใดที่ทำให้คุณแม่ต้องดึงขาน้องชายจนเจ็บปวดเดินไม่สะดวก? น้องชายตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ อย่างไร?
  4. ปัจจุบันน้องสาวป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน มีวิบากกรรมอย่างไร? จะแก้ไขได้อย่างไร? ผู้ส่งเคสจะเป็นกัลยาณมิตรให้น้องสาวได้อย่างไร? บุพกรรมใดทำให้น้องสาวต้องทะเลาะกับคุณแม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ? น้องสาวจะมีกรรมเช่นไร ควรแก้ไขอย่างไร?
  5. บุพกรรมใดทำให้น้องสาวต้องทะเลาะกับคุณแม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ? น้องสาวจะมีกรรมเช่นไร ควรแก้ไขกรรมนี้ได้อย่างไร?
  6. บุพกรรมใดทำให้น้องสาวป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน มีวิบากกรรมอย่างไร? จะแก้ไขได้อย่างไร? ผู้ส่งเคสจะเป็นกัลยาณมิตรให้น้องสาวได้อย่างไร?
  7. บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องถูกคุณแม่ทำแท้งแต่ก็รอดมาได้ (เป็นเพราะบุญใดช่วยหรือไม่)?
  8. กรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสแขนข้างซ้ายพิการโก่งมาตั้งแต่เกิด (เป็นเพราะคุณแม่ทานยาทำแท้งหรือไม่)? ผู้ส่งเคสมีอาการชาตามมือเท้าศีรษะและเป็นโรคกระเพาะลำไส้อักเสบ มีกรรมมาอย่างไร? ควรแก้ไขอย่างไร?
  9. กรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสโดนหลอกไปขายบริการ? บุญใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสได้เจอสามีคนปัจจุบันและเลิกอาชีพนี้ได้?
  10. กรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องมาเจอทั้งคุณพ่อ น้องชาย และสามีที่ชอบดื่มเหล้ามาก? ผู้ส่งเคสควรแก้ไขวิบากกรรมนี้ได้อย่างไร?
  11. ผู้ส่งเคสฝันเห็นคุณพ่อและน้องชายครั้งหลังว่าหน้าตาผ่องใสกว่าครั้งก่อนเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร?
  12. ผู้ส่งเคสและเพื่อนกัลยาณมิตรเคยทำบุญร่วมกันมาหรือไม่ ทำไมคุยเรื่องบุญรู้เรื่อง? เคยสร้างร่วมกันมาอย่างไร?
  13. คุณแม่ ผู้ส่งเคส และลูกชายเคยสร้างบารมีกับคุณครูไม่ใหญ่และหมู่คณะมาอย่างไร? จะมีสิทธิ์ไปดุสิตบุรีวงบุญพิเศษหรือไม่ อย่างไร?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

สงสัยจังเลยคุณย่าคุณยายที่รัก

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่

สองเราเท่ากัน

ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้

ทาลิปสติกทีไรเกือบตายทุกที

เพราะวิบากกรรมใด ผู้ส่งเคสจึงเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ต้องจากพ่อตั้งแต่ 7 ขวบ และได้เรียนแค่ ป.3?

มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

กรรมใดทำให้พระอาจารย์เป็นโรคปอดติดเชื้อและมรณภาพกะทันหัน? บุญจากการบวชช่วยยืดอายุได้หรือไม่? ถ้าท่านไม่บวชจะเป็นอย่างไร? ตอนนี้ท่านไปอยู่ที่ไหน? ท่านสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ทำไมท่านถึงพอใจเพศนักบวชมากแต่ได้บวชช้า?

ผมเกิดกลางวงไพ่

ทำไมผู้ส่งเคสต้องมาเกิดในวงไพ่และครอบครัวแตกแยกกัน ทำไมผู้ส่งเคสและพี่ชายคนที่ 2 ได้อยู่ด้วยกัน แต่พี่ชายคนโตไม่ได้อยู่ด้วยกันและไม่เจอหน้ากัน

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา