ผมเกิดกลางวงไพ่

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.660 ผมเกิดกลางวงไพ่

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

เข้าวัดแบบมีคนชวนเข้า เข้าวัดแบบเข้าเองไม่มีคนชวน เพราะบุพกรรมต่างกันอย่างไร

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสได้พบเว็บไซต์ของวัดพระธรรมกายผ่านทางอินเทอร์เน็ตเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2547 ด้วยบุญเก่าที่ได้สั่งสมมาจึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากเข้าวัด โดยไม่มีใครชักชวนเป็นพิเศษ จากนั้นจึงได้เดินทางมาวัดครั้งแรกเพื่อร่วมกิจกรรมธุดงค์ปีใหม่ในวันที่ 30 ธันวาคม 2547 และตั้งแต่นั้นมาผู้ส่งเคสก็เข้าวัดอย่างสม่ำเสมอด้วยความตั้งใจที่จะสร้างบุญสร้างบารมีไปจนกว่าชีวิตจะดับไป

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของผู้ส่งเคสเริ่มต้นขึ้นในวันที่เขาถือกำเนิด คุณแม่ของผู้ส่งเคสซึ่งกำลังตั้งครรภ์แก่ ได้นั่งเล่นไพ่อยู่บนชั้นบนของบ้านคุณตา ซึ่งบ้านหลังนี้มีกิจการทำช้อนลงหินอยู่ชั้นล่างและชั้นบนเป็นที่ที่ คุณยายใช้พบปะญาติมิตรและเพื่อนบ้านเพื่อเล่นไพ่กันแทบทุกวันทั้งกลางวันกลางคืน การเล่นไพ่นี้ คุณครูไม่ใหญ่ บอกว่า ไม่ใช่แค่เล่นธรรมดา แต่คือการ 'เอาจริง' เพราะเมื่อเลิกเล่นแล้วไม่ได้คืนเงินกัน ในวงไพ่วันนั้น คุณแม่ของผู้ส่งเคสปวดท้องคลอดอย่างกะทันหันในเวลาประมาณตี 3 โชคดีที่ในวงไพ่นั้นมีหมอตำแยมานั่งเล่นอยู่ด้วย จึงได้ทำคลอดให้ผู้ส่งเคสออกมาอย่างปลอดภัยในเวลาตี 3:34 น. กลางวงไพ่ ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ บอกว่าเป็นเคสแรกของโลกที่อาจจะเกิดขึ้นเพียงเคสเดียว

คุณแม่ของผู้ส่งเคสชอบเล่นไพ่ ส่วนคุณพ่อชอบดื่มเหล้า เมื่อคุณพ่อดื่มเหล้าก็มักจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคุณแม่เป็นประจำ แม้ว่าเวลาไม่ดื่มท่านจะเป็นคนดีมากและเรียบร้อยก็ตาม เมื่อผู้ส่งเคสอายุได้ 2 ขวบ คุณแม่ก็แยกทางกับคุณพ่อเพราะทนพฤติกรรมการดื่มเหล้าไม่ไหว คุณพ่อได้นำพี่ชายคนโตไปอยู่ด้วย ส่วนผู้ส่งเคสและพี่ชายคนที่สองอยู่กับคุณแม่ คุณตา และคุณยาย ผู้ส่งเคสจำความได้ว่าเขาคอยดูคุณยายเล่นไพ่ และช่วยซื้อเครื่องดื่มให้คนในวง บางครั้งคุณยายและน้าๆ ป้าๆ ก็สอนเทคนิคการเล่นไพ่ให้เขาด้วย

เมื่อผู้ส่งเคสอายุได้ 8 ขวบ วงไพ่ก็เลิกราไป สาเหตุมาจากการที่กิจการทำช้อนลงหินของคุณตาขาดทุนและถูกไล่ที่ คุณตาจึงเลิกกิจการและย้ายครอบครัวมาอยู่ที่สมุทรปราการ ซึ่งมีที่ดินที่คุณตาเคยซื้อไว้และได้ปลูกบ้านแบ่งให้คนเช่า ครอบครัวจึงอาศัยรายได้จากค่าเช่านี้ ในช่วงนี้คุณแม่ของผู้ส่งเคสมีแฟนใหม่ซึ่งทำงานที่เดียวกับท่าน คุณแม่และพ่อเลี้ยงคบหาจนแต่งงานกัน ในวันแต่งงาน ทั้งคุณแม่ คุณตา และคุณยาย บอกให้ผู้ส่งเคสและพี่ชายเรียกแม่ว่าน้า เพื่อปกปิดเรื่องนี้จากญาติของพ่อเลี้ยงและญาติของยาย ผู้ส่งเคสไม่สามารถเรียกแม่ว่าน้าได้เพราะรักคุณแม่มาก ในวันแต่งงาน ผู้ส่งเคสและพี่ชายถูกสั่งให้ไปหลบอยู่ที่บ้านป้าเพื่อไม่ให้ญาติของพ่อเลี้ยงเห็น เรื่องนี้ไม่มีใครในญาติยายรู้จนถึงปัจจุบัน คุณแม่มีลูกสาวกับพ่อเลี้ยงอีก 1 คน คุณแม่เป็นคนสุขภาพไม่ดี เหนื่อยง่าย เป็นโรคไทรอยด์ และปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ผู้ส่งเคสได้ชวนแม่และน้องสาวต่างพ่อให้มาสร้างบารมีที่วัดแล้ว

หลังจากคุณแม่แต่งงานใหม่ได้ 2 ปี คุณตาซึ่งล้มป่วยและรักษาตัวที่โรงพยาบาล ได้เสียชีวิตลง หมอพบว่าคุณตาติดเชื้อในกระแสเลือด มีความดันสูง และเป็นเบาหวาน ผู้ส่งเคสไปร่วมงานศพคุณตาซึ่งเป็นศพแรกที่เขาเคยเห็น ด้วยความรักและไม่รู้ เขาได้ไหว้ศพและพูดกับคุณตาว่า ตา ตาอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอผมด้วย ผมจะไปด้วย หลังจากสวดศพ 3 วันก็เผา เมื่อนำกระดูกคุณตามาไว้บนหลังตู้ในห้องที่ผู้ส่งเคสนอน คืนนั้นเขารู้สึกหนาวมาก เมื่อดึงผ้าห่มมาห่ม ก็รู้สึกเหมือนมีคนนอนอยู่ข้างๆ เขาได้ยินเสียงคุณตาจากในครัว คืนถัดมา เสียงของคุณตามาปรากฏอยู่บนหัวนอน และได้ยินเสียงเหมือนพูดกับพี่ชาย ถามหาว่าเขานอนอยู่ตรงไหน ผู้ส่งเคสเจอเหตุการณ์แบบนี้หลายคืน ทั้งฝันและได้ยินเสียง ทำให้เขากลัวมาก เขายังคงพูดกับคุณตาว่า รอผมจะไปด้วย

บ้านปัจจุบันที่ผู้ส่งเคสอยู่ คุณตาได้ซื้อไว้ตอนมีชีวิตอยู่ เจ้าของเดิมเป็นร่างทรงและเลี้ยงกุมารทองไว้ เมื่อร่างทรงเสียชีวิต ย่าได้ขายบ้านหลังนี้ให้คุณตา บ้านเก่าๆ นี้เมื่อทำความสะอาดก็พบกุมารทองอยู่บนหิ้ง 1 องค์ ตอนมาอยู่ใหม่ๆ คุณตาเคยรู้สึกเหมือนมีใครมานวดตัวและลากขาเข้าไปในชายคาบ้าน ญาติที่มานอนค้างบนชั้นบนก็ถูกกุมารทองดึงมือดึงขา มีเสียงเหมือนเด็กวิ่งเล่นและเดินอยู่ตลอดคืน กุมารทองเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เมื่อผู้ส่งเคสได้เข้าวัดครั้งแรกในปี 2547 ในวันที่ 3 มกราคม 2548 เขาได้กลับไปบ้านและบอกกุมารทองว่าเอาบุญมาฝาก ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่ได้ยินเสียงกุมารทองอีกเลย และทุกครั้งที่กลับจากวัด เขาก็จะแบ่งบุญให้กุมารทองและเทวดาแถวบ้าน

ผู้ส่งเคสยังเล่าเรื่องญาติคนอื่นๆ ด้วย ป้าคนโตแต่งงานเมื่ออายุ 17 ปี สามีของป้าเคยเป็นลูกจ้างที่ทำกิจการช้อนลงหินของคุณตา หลังแต่งงานก็แยกมาทำกิจการเอง ซึ่งตอนแรกดีมากเพราะสามีป้าเป็นคนขยัน แต่พอมีลูกคนที่ 2 สามีป้าเริ่มดื่มเหล้า ทำให้เสียงานและกิจการขาดทุนจนล้มเลิกไป ด้วยความช่วยเหลือจากพี่สาวของสามีป้า ได้ยืมเงินไปทำงานที่ตะวันออกกลางเป็นกรรมกรอยู่ 4 ปี แต่ก็ยังดื่มเหล้าและใช้หนี้ไม่หมด เมื่อกลับมาไทย สามีป้ามาเปิดร้านขายกาแฟ ขายดีช่วงเช้า แต่ตอนเย็นกลับขายเหล้าและนั่งหัวโต๊ะเลี้ยงเพื่อน กิจการไปไม่รอดอีกเพราะน้ำเมา ต้องล้มเลิกไป และไม่ได้ทำอะไรอีกนอกจากดื่มเหล้า บ้านปลายชีวิตเป็นโรคหัวใจ ความดัน ไต เป็นอัมพาต ถ่ายไม่รู้ตัว พูดไม่ได้ ความดันขึ้นจนตาโปนถลน และเสียชีวิตสภาพตาค้างด้วยอายุ 64 ปี

ป้าคน ที่ 4 ตอนเด็กเป็นคนขี้อายไม่ค่อยพูด แต่พออายุ 23 ปีก็หนีตามหนุ่มข้างบ้านไป มีลูกคนแรกแต่แท้ง หลังจากนั้นก็มีลูกอีก 2 คน อายุ 28 ปี อยู่ๆ ก็ตกเลือด ต้องถูกตัดมดลูก ต้นปี 2548 อายุ 49 ปี ตัวเหลืองเหมือนทาขมิ้นและอาเจียน หมอบอกเป็นตับอักเสบ ให้ยามาทา ป้ามาพักที่บ้านผู้ส่งเคส ช่วงนี้ป้าทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทานบ่อยขึ้น อีก 3 เดือนอาการกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล หมอเจาะชิ้นเนื้อตับไปตรวจวินิจฉัยว่าเป็นตับอักเสบ การเจาะทำให้ป้าเดินไม่ได้ สุขภาพทรุดลงเร็ว หมอถอนฟันป้าเกือบหมดปาก ทำให้เลือดไหลไม่หยุด อ้างว่าเพื่อป้องกันการติดเชื้อถ้ากินอาหาร อาการไม่ดีขึ้น หมอเจาะเลือดป้าไปตรวจอีกหลายครั้ง จนร่างกายทนไม่ไหวและเสียชีวิตในที่สุด ภายหลังทราบว่าหมอที่รักษาเป็นนักเรียนแพทย์ที่เพิ่งฝึก ผู้ส่งเคสรักป้าคนนี้มาก

ผู้ส่งเคสเล่าถึงชีวิตตัวเองที่ถูกผ่าตัดไส้ติ่งตอนอายุ 11 ขวบ และสงสัยว่าทำบุญมาอย่างไรจึงได้เจอหมู่คณะและวัดพระธรรมกายผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่มีคนชวน และการเข้าวัดแบบมีคนชวนกับไม่มีคนชวนต่างกันอย่างไร รวมถึงสงสัยว่าเคยบวชมาก่อนหรือไม่ และมีบุญที่จะบวชตลอดชีวิตหรือไม่ เรื่องราวทั้งหมดนี้ นำมาสู่คำถามที่ผู้ส่งเคสอยากกราบเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่

คำถาม

  1. ทำไมผู้ส่งเคสต้องมาเกิดในวงไพ่และครอบครัวแตกแยกกัน ทำไมผู้ส่งเคสและพี่ชายคนที่ 2 ได้อยู่ด้วยกัน แต่พี่ชายคนโตไม่ได้อยู่ด้วยกันและไม่เจอหน้ากัน
  2. เมื่อผู้ส่งเคสพูดกับคุณตาตอนงานศพว่า ตา ตาอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอผมด้วย ผมจะไปด้วย คุณตาได้รับรู้หรือไม่ และการที่ได้ยินเสียงและฝันเห็นคุณตาหลังเสียชีวิตเป็นเพราะคำพูดนี้หรือไม่ คุณตามาหาจริงหรือไม่ ถ้าจริงต้องการอะไร ตอนนี้คุณตาตายแล้วไปอยู่ ที่ไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
  3. กรรมใดทำให้คุณแม่ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ จะทำบุญอย่างไรให้ดีขึ้น
  4. น้องสาวที่เกิดกับพ่อเลี้ยง เมื่อเล็กมีผิวพรรณดี แต่พอ 7 ขวบมีตุ่มคันเต็มตัว เกาเป็นแผล รักษาไม่หายจนปัจจุบันอายุ 9-10 ขวบ เป็นเพราะกรรมใด และมีวิธีแก้ไขอย่างไร
  5. คุณพ่อชอบดื่มเหล้ามาก ทำผิดศีลข้อ 1, 4, 5 ถ้าเสียชีวิตจะตกมหานรกหรือไม่ การสร้างพระให้คุณพ่อจะช่วยปิดมหานรกให้ได้หรือไม่
  6. กรรมใดทำให้ป้าคนโตมีสามีขี้เมา สามีของป้าตายแล้วไปไหน กรรมใดทำให้เขามีหนี้สินมาก การนำเรื่องท่านมาทำเคสเป็นธรรมทาน ท่านจะได้รับบุญหรือไม่
  7. วิบากกรรมอะไรของป้าคน ที่ 4 ที่ต้องแท้งลูกคนแรก ตกเลือด และโดนตัดมดลูก
  8. กรรมใดทำให้ป้าคน ที่ 4 ป่วย ตัวเหลือง อาเจียน ถูกถอนฟันเกือบหมดปาก เลือดไหลไม่หยุด ถูกเจาะชิ้นเนื้อตับและเจาะเลือดบ่อยๆ จนเสียชีวิต ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญหรือไม่
  9. ทำไมผู้ส่งเคสถึงรักป้าคน ที่ 4 นี้มาก
  10. กุมารทองที่บ้านยังอยู่หรือไม่ ต้องเอาบุญไปฝากอีกหรือไม่ ที่เงียบไปไม่ได้ยินเสียงวิ่งบนบ้านเป็นเพราะอะไร
  11. ทำไมชาติ นี้ถูกผ่าตัดไส้ติ่งตอนอายุ 11 ขวบ
  12. ทำบุญมาอย่างไรจึงได้เจอหมู่คณะและวัดพระธรรมกายผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่มีใครชวน การเข้าวัดแบบมีคนชวนกับไม่มีคนชวนสร้างบุญต่างกันอย่างไร
  13. เคยบวชสร้างบารมีกับหมู่คณะมาก่อนหรือไม่ และมีบุญที่จะบวชตลอดชีวิตหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ทาลิปสติกทีไรเกือบตายทุกที

เพราะวิบากกรรมใด ผู้ส่งเคสจึงเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ต้องจากพ่อตั้งแต่ 7 ขวบ และได้เรียนแค่ ป.3?

ผีฟ้า

ผู้ส่งเคสมีคำถามที่ต้องการเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ เจ้าค่ะ

ฉันเกลียดผู้ชายทุกคน

ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามท่านคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้เจ้าค่ะ:

น้ำเมาร้ายทำลายทุก

บุพกรรมใดทำให้คุณพ่ออายุสั้น เส้นโลหิตในสมองแตก และธุรกิจถูกโกง คุณพ่อที่ชอบดื่มเหล้าและเจ้าชู้จะได้รับวิบากกรรมอย่างไร ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ ความฝันถึงงูใหญ่และวัวใหญ่เกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่ อย่างไร

เขาตายด้วยน้ำมันเดือด ๆ

คุณแม่ ซึ่งมีนิสัยชอบช่วยเหลือญาติพี่น้อง เลี้ยงดูครอบครัว แต่ชอบในกามคุณ ชอบสนุก ไม่ค่อยทำบุญ ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน?

กระสุนรัก

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้ครับ/ค่ะ

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา