
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาอยู่ที่เมืองดอนคาสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เรื่องราวชีวิตของท่านและครอบครัวที่ส่งมากราบขอความเมตตา คุณครูไม่ใหญ่ ฝันในฝัน คือชีวิตที่ต้องพบเจออุปสรรคมากมายตั้งแต่เด็ก ทั้งความเจ็บป่วยรุนแรงที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด การทำงานหนักตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อช่วยครอบครัวและส่งเสียน้องๆ การถูกรถชนหลายครั้ง และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในชีวิตคู่และครอบครัว แต่ด้วยบุญบารมีที่สั่งสมมา โดยเฉพาะเมื่อได้มารู้จักวัดพระธรรมกาย ท่านก็ตั้งใจทำหน้าที่กัลยาณมิตร ชวนคนทำบุญและติดจานดาวธรรม DMC เพื่อให้ทุกคนได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต
เนื้อเรื่อง
ผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวคนโตในบรรดาพี่น้อง 10 คน เกิดในปี 2500 คุณพ่อเป็นชาวอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เดิมเคยเป็นพ่อค้าควายและทำฟาร์มไก่ ก่อนจะมาทำนาเมื่อแต่งงานกับคุณแม่ คุณแม่ก็เป็นคนอำเภอเดียวกัน ท่านทั้งสองพบกันตอนคุณแม่19 ปี โดยมีพี่ชายของคุณแม่เป็นคนแนะนำให้รู้จัก คุณพ่อรักคุณแม่ตั้งแต่แรกพบ จึงให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ
แต่ในวันสู่ขอ คุณพ่อกลับไม่ได้มา เพราะไปอยู่บ้านแฟนสาวอีกคน ทำให้คุณแม่ทั้งเจ็บใจและอับอายแขกที่มาร่วมงานมาก แต่สุดท้ายญาติผู้ใหญ่ก็จัดการให้มีการแต่งงานขึ้น คุณแม่ยังคงเก็บความเจ็บช้ำไว้ และมักจะพูดเหน็บแนมคุณพ่อเรื่องนี้เมื่อทะเลาะกันเสมอว่า ในวันหมั้นคุณพ่อไม่ยอมมาทำให้ท่านอับอาย คุณพ่อก็ยอมขอโทษคุณแม่ทุกครั้ง ทั้งสองท่านมีลูกด้วยกัน 10 คน และคุณแม่คลอดลูกง่ายทุกคน ปัจจุบันคุณแม่มีอายุ 70 ปี และมีหลายโรค ส่วนคุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคชราอายุ 72 ปี
เมื่อผู้ส่งเคสจบ ป.4 อายุ 10 ขวบ ก็ต้องมาช่วยพ่อแม่ทำงานเลี้ยงน้อง เพราะคุณพ่อไปประจำอยู่ที่แคมป์ทหารอเมริกัน นานๆ จะกลับมาที ทำให้ผู้ส่งเคสต้องทำงานหนักทั้งงานบ้านและงานนา
พออายุ 16 ปี ผู้ส่งเคสก็ป่วยหนักเป็นโรคฝีในท้อง ถูกนำส่งโรงพยาบาลเกือบไม่ทัน หมอผ่าตัดดูดหนองออกไป แต่หลังจากนั้นผู้ส่งเคสก็ไม่รู้สึกตัวนานถึง 1 เดือน หมอบอกว่าหมดปัญญารักษาแล้ว คุณพ่อจึงพาผู้ส่งเคสกลับบ้าน ญาติๆ ดีใจที่ลูกกลับมาตายที่บ้าน จึงช่วยกันต่อโลงเตรียมไว้ แต่ผู้ส่งเคสก็ไม่ตาย สภาพตอนนั้นเหมือนคนตายจริง คือมีแต่หนังหุ้มกระดูก ผอมแห้ง ขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ มีกลิ่นเหม็น และนอนกรอกตาไปมาคล้ายถูกผีเข้า คุณพ่อตามพระรูปหนึ่งที่เคยเป็นหมอสาธารณสุขและเคยรักษาคุณพ่อหายจากไข้มาเลเรียมาช่วยรักษา ส่วนคุณแม่พาหมอร่างทรงชาวลาวมาช่วย ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าชีวิตผู้ส่งเคสยืนยาวมาได้เพราะพระหรือผี
สัปดาห์ถัดมา คุณพ่อมากระซิบข้างหูเล่าว่าไปกินหอยทอดมาอร่อยมาก เพื่อทดสอบว่าผู้ส่งเคสรับรู้หรือไม่ ผู้ส่งเคสพยายามขยับปากจะพูดคำว่า กินหอยทอด คุณพ่อเห็นดังนั้นก็รู้ว่าน่าจะกินอะไรได้ จึงหยอดน้ำข้าวต้มให้ น้องๆ ก็หาผักมาผัดมาต้มให้กิน เมื่อร่างกายได้รับอาหาร สติก็เริ่มกลับมา จึงเริ่มหัดพูด ฟัง นั่ง และเดิน กว่าจะทำอะไรได้บ้างก็อายุ 20 ปี
พออายุ 21 ปี ผู้ส่งเคสมีโอกาสเรียนต่อภาคค่ำจนจบ มศ.5 แม้ร่างกายจะยังไม่แข็งแรงนัก แต่ก็พอจะทำงานได้ ผู้ส่งเคสจึงมาเช่าบ้านอยู่ในเมืองชลบุรี ทำงานหลายอย่าง ทั้งขายข้าวแกงและรับส่งเครื่องจักสาน พร้อมทั้งเรียนอาชีวะไปด้วย ผู้ส่งเคสทยอยรับน้องๆ ทั้ง 9 คน มาอยู่ด้วยและส่งเสียให้เรียนต่อทุกคน
จนอายุได้ 35 ปี น้องๆ ทุกคนเรียนจบและมีงานทำที่ดี แล้วทยอยแต่งงานมีครอบครัวกันเกือบหมด การแต่งงานของน้องๆ ทำให้ผู้ส่งเคสมีปัญหากับคุณแม่เรื่องที่ผู้ส่งเคสยังไม่แต่งงาน
ตอนอายุ 36 ปี ผู้ส่งเคสถูกรถชนอีก ขาซ้ายเกือบหัก ต้องเดินกะเผลกมาตลอด จนอายุ 43 ปี ขณะค้าขายที่ตลาดพัทยา เพื่อนแม่ค้าซึ่งเปิดร้านอาหารริมหาดแนะนำให้รู้จักกับหนุ่มชาวอังกฤษคนหนึ่งอายุเท่ากัน ครั้งแรกที่เจอ ผู้ส่งเคสคิดในใจว่า อีตาคนนี้แปล๊ก แปลก เพราะเขาใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดเก่าๆ รองเท้าแตะ หนวดเครารุงรัง ผมยุ่งเหยิง แต่มีดวงตาที่ดูบริสุทธิ์เหมือนเด็กไร้เดียงสา เขาไม่ค่อยพูดกับใคร และผู้ส่งเคสรู้สึกว่าเขาน่าสงสาร เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ในใจและต้องการความช่วยเหลือ
ประกอบกับตอนนั้นผู้ส่งเคสมีปัญหากับคุณแม่เรื่องยังไม่แต่งงาน อีกทั้งเพื่อนชายที่คบกันมา 10 ปี และคิดจะแต่งงานด้วย ก็สบประมาทผู้ส่งเคส ฝากบอกน้องสาวว่าเขายอมรับผู้ส่งเคสไม่ได้ เพราะเหมือนคนมีปัญหาทางประสาท พูดไม่รู้เรื่อง ใจดีเกินไป เชื่อคนง่าย ต้องไปอยู่กับคนไม่รู้เรื่องเหมือนกันถึงจะอยู่ด้วยกันได้ คำพูดนี้ทำให้ผู้ส่งเคสเสียใจมาก และฝรั่งคนนี้มีบุคลิกตรงตามที่เพื่อนชายสบประมาทไว้ไม่มีผิด ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจจะคบกับเขา
ผู้ส่งเคสพยายามติดต่อพูดคุยกับเขาจนคุ้นเคย แล้วพาเขาไปแปลงโฉมใหม่ ซื้อชุด ตัดผม โกนหนวดเครา หมดเงินเกือบ 1,500 บาท ผู้ส่งเคสเช่าอพาร์ทเมนต์ให้เขาอยู่ และตัวเองก็พักอยู่ที่นั่นด้วยเพื่อความสะดวกในการไปขายของ ขณะอยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวผู้ส่งเคสเลย
คบกันได้ระยะหนึ่ง ผู้ส่งเคสก็บอกเขาว่า เราต้องแต่งงานกันแล้วนะ เขาถามกลับว่า ทำไมต้องแต่งงาน ผู้ส่งเคสตอบว่า เพราะอยู่ด้วยกันและไปไหนมาไหนด้วยกันไม่เหมาะ เป็นตัวอย่างไม่ดีแก่น้องๆ เขาบอกว่าเขาไม่ใช่คนดี มีสองหัวใจ บางวันดีบางวันร้าย ผู้ส่งเคสบอกว่า คนที่อยู่ใกล้ต้องแบบเขา คือต้องเป็นคนดี มีจิตใจงดงาม และเขาเป็นคนดีมีจิตใจบริสุทธิ์ เขาฟังแล้วยิ้ม เอียงอาย ทำตาหวานๆ และพูดว่า ชัวร์
วันที่ 11 เมษายน 2543 ทั้งสองคนก็แต่งงานกัน ชีวิตคู่ไม่เหมือนใคร ไม่มีการปรึกษาหารือเรื่องอนาคต เขาไม่สุงสิงกับใคร มีคนมาหาก็จะหลบ สร้างความสงสัยให้ทุกคนที่รู้จัก และตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ส่งเคสแบบสามีภรรยาเลย เขาเหมือนเป็นลูกชายมากกว่าสามี
หลังแต่งงาน 1 ปี เขาก็เริ่มป่วย เข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง ระยะหลังมีอาการคันตามตัว พาไปตรวจเลือดพบว่าเป็นโรค HIV เป็นมาแล้ว 4 ปี ผู้ส่งเคสตกใจมาก แต่ตั้งสติได้ ส่วนเขาวิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลไปนั่งร้องไห้อยู่ที่รถ รำพึงว่าไม่เหลืออะไรแล้ว อยากหนีไปไกลๆ ผู้ส่งเคสบอกเขาว่า ยังเหลือลูกอยู่ (ยังเหลือฉันอยู่) ไม่ต้องหนีไปไหน หนีไปทุกข์อีกทำไม ฉันจะเป็นเพื่อนคอยดูแลเธอเอง เขาได้ยินดังนั้นก็ตื้นตันใจ ขอบคุณผู้ส่งเคส ผู้ส่งเคสพาเขาไปตรวจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ และตัวเองก็ตรวจด้วย แต่ผู้ส่งเคสไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนเขาก็เป็น HIV แน่นอน
ต่อมา ผู้ส่งเคสมีโอกาสไปร่วมงานแต่งงานน้องสาวที่อังกฤษ จึงไปเยี่ยมแม่ของสามีเป็นครั้งแรก ประมาณ 3 เดือนต่อมา ผู้ส่งเคสกับสามีก็จดทะเบียนสมรสที่อังกฤษอีกครั้ง ซื้อบ้านอยู่ที่เมืองดอนคาสเตอร์ และชวนแม่สามีมาอยู่ด้วย ผู้ส่งเคสจึงได้เห็นสามีพูดคุยกับแม่ด้วยความรักเหมือนคนปกติ ใช้ภาษาไพเราะ
เข้าปีที่ 3 ที่มาอยู่อังกฤษ อาการเขาก็เริ่มหนัก ต้องเข้าโรงพยาบาลและจากไปเมื่ออายุ 49 ปี หลังงานศพ แม่สามีเอาแต่ร้องไห้ และไม่พอใจผู้ส่งเคส เพราะคิดว่าผู้ส่งเคสมีเชื้อ HIV ทำให้ลูกชายติดไปด้วย แม้อธิบายอย่างไรก็ไม่เชื่อ สุดท้ายพี่น้องและเพื่อนๆ สามีพาผู้ส่งเคสไปตรวจเลือด ผลยืนยันว่าไม่มีเชื้อ แม่สามีจึงเข้าใจ และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ต่อมาผู้ส่งเคสนึกถึงเพื่อนคนไทยที่เคยชวนสร้างพระและให้ที่อยู่วัดเจริญภาวนาแมนเชสเตอร์ไว้ ผู้ส่งเคสโทรไปที่วัดและได้สร้างพระ ติดจานดาวธรรมดวงแรกของเมืองดอนคาสเตอร์ โดยมีพระอาจารย์มาส่งถึงบ้าน หลังมีจานดาวธรรม ผู้ส่งเคสพาแม่สามีมาดูและแปลให้ฟัง ใบหน้าแม่สามีดูสดใสขึ้น อารมณ์ขุ่นมัวลดลง สัปดาห์ต่อมา ผู้ส่งเคสไปวัดเจริญภาวนาแมนเชสเตอร์ ถวายปัจจัย 100,000 บาท ร่วมสร้างเสาแก้วพันปี มหาวิหารรัตนวิหารคด จารึกชื่อสามีและแม่สามีทันที
ทุกวันนี้ ผู้ส่งเคสชวนคนมาสร้างพระและติดจานดาวธรรม น้องสาวที่สวิตเซอร์แลนด์ก็สนใจ คุณแม่และญาติที่เมืองไทย ผู้ส่งเคสก็ให้ติดแล้วกว่า 5 ดวง ผู้ส่งเคสชวนเพื่อนติดจานดาวธรรมไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครอบครัว และตั้งใจทำหน้าที่ขยายจานดาวธรรมเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตเหมือนที่ผู้ส่งเคสได้รู้จากช่อง DMC
คำถาม
- คุณพ่อมีกรรมใดจึงต้องยอมคุณแม่ทุกครั้ง ทั้งๆ ที่เหตุผลของคุณแม่เป็นการบังคับใจ
- คุณพ่อตายแล้วไปไหน สภาพเป็นอย่างไร และได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่
- คุณแม่มีกรรมใดจึงต้องเสียหน้าจากงานหมั้นที่ไม่มีคุณพ่อ
- บุญใดที่คุณแม่จึงคลอดลูกง่ายทุกคน
- กรรมเก่าของคุณแม่เป็นอย่างไร จึงชอบทะเลาะกับทุกคนรอบข้าง ทำอย่างไรท่านจึงจะยอมสร้างบุญบ้างก่อนตาย
- เหตุใดผู้ส่งเคสจึงต้องมาทำงานหนักช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้องตั้งแต่เด็ก และแม้หายป่วยหนักก็ยังต้องทำงานส่งน้องๆ เรียนจนจบ
- บุพกรรมใดที่ผู้ส่งเคสต้องป่วยปางตายด้วยโรคฝีในท้อง เดินและพูดไม่ได้ ร่างกายผอมแห้งหลายปี และหายป่วยแล้วถูกรถชนหลายครั้งแต่รอดได้
- ทำไมสามีของผู้ส่งเคสจึงไม่ค่อยพูดกับใคร ทำตัวเหมือนเด็กไร้เดียงสา แต่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์ ชอบสะสมเรื่องราวของพระสงฆ์ วัด ธรรมะทางพุทธศาสนา รวมถึงวัดพระธรรมกาย และเป็นคนเปิดช่อง DMC ให้ผู้ส่งเคสดู
- ทำไมสามีจึงได้รับเชื้อ HIV และเสียชีวิตด้วยโรคนี้ สามีตายแล้วไปไหน ได้รับบุญสร้างพระและบุญเสาแก้วที่อุทิศให้หรือไม่
- ผู้ส่งเคสและสามีมีบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร จึงได้แต่งงานและอยู่ด้วยกัน แต่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันแบบสามีภรรยา ทำไมผู้ส่งเคสจึงไม่คิดเลิกกับเขา แม้จะมีบุคลิกแปลก
- ผู้ส่งเคส สามี และแม่สามีมีบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร ทำไมจึงมีใบหน้าคล้ายกันแม้คนละเชื้อชาติ และได้มาอยู่ด้วยกัน
- ทำไมน้องๆ ผู้ส่งเคสเกือบทุกคน โดยเฉพาะน้องผู้หญิง ช่วงต้นชีวิตดี ประสบความสำเร็จในการเรียน แต่พอโตขึ้นมีงานทำดี แต่มักมีปัญหาครอบครัว
- คนไหนบ้างที่มีสายบุญกับหมู่คณะ ผู้ส่งเคสจะได้ไปทำหน้าที่กัลยาณมิตรได้อย่างถูกต้อง
- ผู้ส่งเคส สามี และแม่สามีสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
จากเรื่องราวที่ผู้ส่งเคสเล่ามา มีคำถามที่ค้างคาใจหลายประการ:
คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่
ผู้ส่งเคส ถาม คุณครูไม่ใหญ่
คุณปู่และคุณย่าเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาและมะเร็งลำไส้ด้วยกรรมใด ตายแล้วไปไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ทำให้ท่านมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ
คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา
ก่อนมาเกิดชาตินี้ คุณพ่อมาจากที่ไหนคะ ทำไมชาตินี้คุณพ่อจึงติดเหล้ามาก มีนิสัยเวลาเมาชอบนอนกรน ถ่มน้ำลาย กรรมใดที่ทำให้คุณพ่อขี้เมาแบบนี้ และเหตุใดผู้ส่งเคสจึงต้องตามชดใช้หนี้ค่าเหล้าให้คุณพ่ออยู่หลายปี






