
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นพระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายของ คุณครูไม่ใหญ่. ท่านเติบโตมาในครอบครัวคนจีนที่นับถือความเชื่อและประเพณีแบบจีน เช่น การไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษ. การเข้าวัดครั้งแรกของท่านมาจากการชักชวนกึ่งบังคับของโยมน้องสาวให้มาบวชธรรมทายาทรุ่นที่ 15 ในปี พ.ศ. 2530. เมื่อได้เห็น คุณครูไม่ใหญ่ และได้ฟังคำสอน ท่านเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม และคิดว่า คุณครูไม่ใหญ่ นี่แหละคือบุคคลที่ท่านจะต้องฝากชีวิตไว้. ตั้งแต่นั้นมา ท่านจึงมีเป้าหมายชีวิตว่าจะต้องบวชตลอดชีวิตให้ได้.
หลังจบการอบรม ท่านอยากบวชต่อมาก แต่ตอนนั้นเพิ่งเรียนอยู่ชั้น ม.1 และวัดยังไม่มีนโยบายให้ผู้บวชที่เรียนไม่จบอยู่ต่อระยะยาว. ท่านจึงจำเป็นต้องลาสิกขาไป แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าปีต่อไปพอปิดภาคเรียนก็จะกลับมาบวชทุกปี. อย่างไรก็ตาม พอถึงปีต่อมา โยมพ่อกลับไม่ยอมให้บวช เพราะมีญาติคนหนึ่งที่มาเป็นอุบาสกอยู่ที่วัดแล้วไม่ยอมสึก. ท่านเกรงว่าผู้ส่งเคสจะเป็นเช่นนั้น. ผู้ส่งเคสจึงคุยกับโยมพ่อค่อนข้างหนักแน่น เพราะตั้งใจแล้วว่าอย่างไรก็ต้องบวชให้ได้. ในที่สุด ท่านก็หลุดปากออกไปว่า การบวชครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย. โยมพ่อจึงยอมให้บวชเพราะคำพูดนั้น. ด้วยคำพูดนั้นเอง ผู้ส่งเคสจึงไม่ได้บวชอีกในปีต่อๆ มา.
ผู้ส่งเคสรู้ดีว่าการจะกลับมาบวชได้อีกนั้น ต้องทำให้โยมพ่อและโยมแม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้ได้. แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับท่านในวัยเพียง 14 ปี ที่อยู่เพียงลำพังในท่ามกลางครอบครัวและหมู่ญาติที่ต่อต้านวัดอย่างรุนแรง. ท่านยังคงตั้งใจนั่งสมาธิ อธิษฐานจิตมาตลอด และมาวัดอย่างสม่ำเสมอทุกอาทิตย์ต้นเดือน แม้จะต้องมาเพียงลำพังคนเดียวและขึ้นรถเมล์หลายต่อก็ตาม. เพราะท่านมีความสุขทุกครั้งที่มาวัด เหมือนได้กลับมาบ้าน.
เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี. ภาพของวัดในทางลบของโยมพ่อก็ค่อยๆ หมดไป. คงเป็นเพราะท่านเห็นผู้ส่งเคสทำตัวดี มีผลการเรียนดี ทำให้ท่านเบาใจได้ โดยเฉพาะวิชาคำนวณที่จะได้คะแนนอยู่ในต้นๆ เสมอ แม้จะไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไหร่. แต่ท่านกลับใช้เวลาหมกมุ่นกับการศึกษาคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน. ท่านซื้อหนังสือมาศึกษา ทดลองอย่างไม่เบื่อหน่าย. ท่านคิดว่าพฤติกรรมท่านเป็นเหมือนผลคะแนนสอบ. ในปี พ.ศ. 2539 ความพยายามของผู้ส่งเคสก็เป็นผล. ท่านขออนุญาตโยมพ่อโยมแม่ลางานมาบวช 2 เดือน ซึ่งครั้งนี้ท่านอนุญาต. จบการอบรม ท่านก็ขอลาออกจากงานและบวชต่อมาวันต่อวันจนกระทั่งบัดนี้ ได้ 11 พรรษาแล้ว และจะขอติดตาม คุณครูไม่ใหญ่ สร้างบารมีปราบมารและเฝ้าเพียรฝันที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรมกับ คุณครูไม่ใหญ่.
เนื้อเรื่อง
ผู้ส่งเคสเติบโตขึ้นมาในครอบครัวคนจีนที่ยังคงยึดมั่นในความเชื่อและประเพณีดั้งเดิม. การไหว้เจ้าและการไหว้บรรพบุรุษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน. การไหว้บรรพบุรุษเป็นสิ่งที่ดี แสดงถึงความกตัญญูกตเวที. แต่คุณครูไม่ใหญ่ ให้ข้อคิดว่า การไหว้เจ้าบนโลกมนุษย์นั้น มนุษย์ต่างหากที่ควรค่าแก่การไหว้ เพราะมนุษย์มีกายที่สามารถสร้างบารมีและอุทิศบุญไปให้ได้. ท่านเน้นย้ำว่าแค่ไหว้ยังไม่พอ ต้องทำบุญในเนื้อนาบุญแล้วอุทิศไปให้.
ชีวิตของผู้ส่งเคสพลิกผันเมื่อโยมน้องสาวกึ่งบังคับให้ไปบวชธรรมทายาทรุ่นที่ 15 ในปี พ.ศ. 2530. แม้จะไปเพราะถูกชวนกึ่งบังคับ แต่เมื่อได้ไปวัด ได้เห็น คุณครูไม่ใหญ่ และได้ฟังคำสอนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลไพเราะ ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม. ท่านมั่นใจว่านี่คือบุคคลที่ท่านจะฝากชีวิตไว้ และตั้งเป้าหมายสูงสุดคือการบวชตลอดชีวิตเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นลูกของ คุณครูไม่ใหญ่. เพลง "ลูกชาย ลูกหญิง" สะท้อนความรู้สึกนี้ได้อย่างดี.
ความตั้งใจในการบวชตลอดชีวิตนั้นไม่ง่ายนัก. หลังจากการอบรมครั้งแรก ท่านอยากบวชต่อมาก แต่ด้วยวัยเพียง ม.1 และนโยบายวัดในขณะนั้น ทำให้ต้องลาสิกขา. ท่านตั้งใจจะกลับมาบวชทุกปีในช่วงปิดภาคเรียน. แต่โยมพ่อไม่ยินยอม เพราะเกรงว่าท่านจะไม่สึกเหมือนญาติคนหนึ่งที่อยู่ที่วัด. การพูดคุยกับโยมพ่อเป็นไปอย่างแข็งขัน. ปกติผู้ส่งเคสจะไม่เถียงพ่อแม่ แต่ครั้งนี้ท่านตั้งใจแน่วแน่ว่าจะบวชให้ได้. สุดท้าย ท่านพูดออกไปว่าการบวชครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย โยมพ่อจึงยอม. คำพูดนั้นกลายเป็นข้อจำกัด ทำให้ท่านไม่ได้กลับไปบวชอีกในปีต่อๆ มา. คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่า โยมพ่อโยมแม่บางทีไม่ทราบว่าการที่ลูกชายบวชพระนั้นช่วยปิดอบายให้ถึง 32 กัป.
แม้จะไม่ได้บวช ผู้ส่งเคสก็ไม่ย่อท้อ. ท่านตั้งใจนั่งสมาธิ อธิษฐานจิต และมาวัดอย่างสม่ำเสมอทุกอาทิตย์ต้นเดือนเพียงลำพัง. ท่านต้องขึ้นรถเมล์หลายต่อ แต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่มาวัด เหมือนได้กลับมาบ้าน. ท่านพยายามทำให้โยมพ่อโยมแม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา. เวลาเกือบ 10 ปีผ่านไป. โยมพ่อค่อยๆ ลดทัศนคติเชิงลบต่อวัดลง อาจเพราะเห็นผู้ส่งเคสทำตัวดี มีผลการเรียนเด่น โดยเฉพาะวิชาคำนวณที่ได้คะแนนดีเสมอ. ท่านใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาคอมพิวเตอร์อย่างเพลิดเพลิน.
ในปี พ.ศ. 2539 ท่านขออนุญาตโยมพ่อโยมแม่ลางานมาบวช 2 เดือน และได้รับอนุญาตในครั้งนี้. เมื่อจบการอบรม ท่านตัดสินใจลาออกจากงานและบวชต่อ. ปัจจุบันท่านบวชได้ 11 พรรษาแล้ว และยังคงตั้งใจติดตาม คุณครูไม่ใหญ่ เพื่อสร้างบารมีและไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม.
ในระหว่างเรียนที่ ม. เกษตรศาสตร์ ท่านเคยเกือบเสียชีวิตจากการแข่งดำน้ำกับเพื่อนที่สระของมหาวิทยาลัย. ท่านดำน้ำจนหมดลมหายใจแล้วหลับอยู่ที่ก้นสระ. โชคดีที่เพื่อนไปช่วยปลุกไว้ทัน. ท่านยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น สายตาสั้นและเอียงมาก ซึ่งภายหลังได้รับการผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์จนหายเป็นปกติ. ท่านยังมีฟันคุดถึง 4 ซี่ ซึ่งเวลาผ่าออกจะเจ็บมาก. คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าเรื่องสุขภาพต่างๆ เช่น ฟัน ผม สายตา อาการคัน หรือปัญหาการขับถ่ายเป็นเรื่องที่ได้ยินจากลูกๆ ในองค์กรบ่อยๆ. คุณครูไม่ใหญ่ เล่าข่าวเรื่องการสร้างอาคารที่พักฟื้นของผู้ป่วยฝ่ายอุบาสิกา และเกิดปิติมาก. ท่านกล่าวว่าจะปิดยอดที่เหลือเองและอยากให้สร้างเสร็จเร็วๆ เพื่อให้ท่านได้ใช้. ท่านอวยพรให้ลูกๆ แข็งแรงในชาติต่อไป และอยากให้มีลูกชายเยอะๆ. ท่านเน้นว่าความแข็งแรงเป็นความรู้สึกจากใจจริงที่อยากช่วยเหลือลูกๆ. ท่านแนะนำให้กินได้ นอนหลับ ตายสะดวก นั่งสมาธิเยอะๆ รู้รักสามัคคี และทำงานเป็นทีม.
โยมพ่อเป็นคนจีน นิสัยตรงไปตรงมา เสียงดัง. ท่านมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น เป็นที่รักของเพื่อนฝูง. แต่ความรักนี้เองที่ทำให้เพื่อนชวนไปดื่มเหล้าบ้าง และชวนไปเล่นการพนันบ้าง. ท่านชอบปล่อยกู้ และถูกโกงไปหลายล้านบาท ต้องฟ้องร้องและได้เงินคืนมาเพียงบางส่วน. คุณครูไม่ใหญ่ แนะนำว่า ชาติหน้าให้รวยไปเลย ไม่ต้องปล่อยกู้ แต่ให้รวยจากการบริจาคทาน ทำบุญวันละเอ็ม สองเอ็ม. โยมพ่อนั่งขัดสมาธิได้ไม่นานก็ปวดหลัง ต้องไปนั่งเก้าอี้แทน. ไปหาหมอหลายท่านก็ไม่หาย. ท่านยังเป็นต่อมลูกหมากโต ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ.
พี่ชายของผู้ส่งเคสมีไหวพริบปฏิภาณด้านการขับรถและการกีฬามาก เคยชนะการแข่งปิงปองหลายครั้ง. แต่ต่อมาป่วยเป็นโรคไทรอยด์. หลังจากนั้น พี่ชายก็กลายเป็นคนตอบสนองช้า. จากที่เคยคล่องแคล่ว ก็เชื่องช้าไปหมดทั้งความคิดและการกระทำ. แม้จะเชื่องช้า แต่เขายังรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ดี. ปัจจุบันพี่ชายตัดสินใจลาออกจากงานมาบวชได้ประมาณ 1 พรรษาแล้ว.
โยมแม่เป็นคนสะอาด ประณีต ทำงานบ้านทุกอย่าง. เวลามาวัดร่วมงานบุญใหญ่ๆ จะปลื้มปิติมาก. แต่เวลาอยู่ที่บ้านก็จะกังวลเรื่องลูกๆ. ท่านเบื่อชีวิตการครองเรือน แต่ก็ครองไปแล้ว. ท่านจึงตั้งความปรารถนาใหม่ อยากประพฤติพรหมจรรย์ในภพชาติหน้า.
สมัยเรียนที่ ม. เกษตร ผู้ส่งเคสมีเพื่อนสนิทมากคนหนึ่ง. อยู่คณะเดียวกัน หอเดียวกัน. รับทุกข์สุขได้ทุกเรื่อง แม้เรื่องเงิน. บอกบุญก็ทำทุกบุญ. ตอนที่วัดถูกเข้าใจผิดเมื่อ 7 ปีก่อน เพื่อนคนนี้ถามว่ายังมั่นใจ คุณครูไม่ใหญ่ ไหม. ผู้ส่งเคสตอบว่ามั่นใจ 100%. ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนก็ไม่ขัดแย้งอะไรอีก. ปัจจุบันก็ยังมาวัดและติดต่อกันอยู่ ไม่เคยปฏิเสธบุญที่บอกไป.
แม่ของเพื่อนสนิทคนนี้เป็นคนจิตใจดี ตั้งใจทำมาหากิน. เห็นใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือ เป็นที่รักของคนรอบข้าง. แต่ก็เป็นคนอารมณ์ร้อน วูบวาบ ทำให้พูดคำหยาบ. ทำบุญบ้างตามที่มีคนชวน. ท่านป่วยด้วยโรคกระดูกอักเสบ เข้าโรงพยาบาลได้ 2 สัปดาห์ก็เสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมานมาก. ถึงขนาดต้องใช้เชือกมัดตัวเอง. อายุได้ 53 ปี.
ผู้ส่งเคสมีเหตุการณ์ประหลาดหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตการสร้างบารมีของท่านเปลี่ยนไปพอสมควร. ช่วงใกล้บวชในปี พ.ศ. 2539 ในค่ำวันหนึ่ง ท่านได้รับโทรศัพท์ลึกลับจากชายคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน. แต่ชายคนนั้นรู้จักท่านทุกอย่าง ทั้งความคิด นิสัยส่วนตัว รวมถึงเพื่อนและทุกคนในบ้าน. พวกเขาคุยกันแต่เรื่องธรรมะล้วนๆ เพราะผู้ส่งเคสใกล้บวช จิตใจจึงจดจ่อแต่ธรรมะและการบอกบุญองค์พระ. ชายคนนั้นให้ผู้ส่งเคสเป็นฝ่ายถาม แล้วเขาจะเป็นฝ่ายตอบ. เขาตอบทุกคำถาม. สิ่งที่เขาตอบโดนใจผู้ส่งเคสมาก. เขาบอกถึงอุปนิสัยและความเชื่อที่ควรปรับปรุง. สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ส่งเคสมีกำลังใจและศรัทธาในการบวชและการปฏิบัติธรรมอย่างเต็มเปี่ยม. เหมือนเขากำลังอุดรอยรั่วและเติมเต็มส่วนที่ขาดของภาชนะใบหนึ่ง แล้วขัดให้แวววาวมีค่าขึ้นมา.
ผู้ส่งเคสแปลกใจแต่ไม่ตกใจ จึงถามชื่อเขา. เขารู้เบอร์ได้อย่างไร. และโทรมาทำไม. เขาบอกชื่อ รู้เบอร์จากคอนโดข้างวัดที่ผู้ส่งเคสไปมาในวันนั้น. ที่โทรมาเพราะอยากได้บุญกับผู้ส่งเคส. ผู้ส่งเคสถามว่าจะได้เจออีกไหม เขาตอบว่าคงไม่ได้เจออีกแล้ว. เวลาผ่านไปเร็วมากและหมดลงอย่างกะทันหัน. เขาบอกว่าจะต้องวางสายแล้ว และจะมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งโทรมา ชวนผู้ส่งเคสไปซื้อของในวันรุ่งขึ้น. ให้รับปากไปกับเพื่อนคนนั้น แล้วต่อไปจะได้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน. พอวางสาย โทรศัพท์อีกสายก็ดังขึ้นทันที. เป็นเพื่อนสนิทคนนั้นโทรมาชวนไปซื้อของจริง. ผู้ส่งเคสถามว่าโทรมากี่ครั้งถึงติด เพื่อนบอกว่าเพิ่งยกหูโทรมานี่แหละ. ผู้ส่งเคสจึงเก็บเรื่องราวนี้เป็นคำถามค้างคาใจมาตลอด.
คำถาม
- จากเรื่องราวที่ผู้ส่งเคสเล่ามา มีคำถามที่ค้างคาใจหลายประการ:
- เกี่ยวกับตนเอง:
- เหตุใดจึงมีความฝังใจเรื่องการบวชตลอดชีวิตมาก แต่มีอุปสรรคมาตลอด เป็นเพราะวิบากกรรมใด ควรแก้ไขอย่างไร?
- บุญใดทำให้มีความจำดี วิชาคำนวณคะแนนดีตลอด ทั้งที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือ และเข้าใจคอมพิวเตอร์เร็ว?
- กรรมใดทำให้เกือบจมน้ำตายตอนแข่งดำน้ำ และเคยสายตาเอียงและสั้นมาก? ควรแก้ไขอย่างไร?
- บุญใดทำให้หายจากอาการสายตาผิดปกติได้ด้วยการผ่าตัดเลเซอร์?
- คนสายตาเอียงและสั้นมากเกิดจากวิบากกรรมใดบ้าง?
- มีฟันคุด 4 ซี่ เกิดจากวิบากกรรมใด ควรแก้ไขอย่างไร?
- คนที่มีฟันคุดส่วนใหญ่เกิดจากวิบากกรรมแบบเดียวกันหรือไม่?
- พุทธันดรที่ผ่านมาสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร มีผลการปฏิบัติธรรมอย่างไร มีหน้าที่อะไร?
- เหตุใดจึงมีความรู้สึกชอบทั้งเผยแผ่และทำวิชชา?
- เกี่ยวกับโยมพ่อ: 10. ถูกโกงไปหลายล้านบาทเพราะวิบากกรรมใด? 11. การฟ้องร้องจนชนะคดีมีวิบากกรรมหรือไม่ ถ้ามีควรทำอย่างไรจึงจะถูกต้อง? 12. ควรแนะนำอย่างไรจึงจะทำให้ท่านละเลิกอบายมุขและมีศรัทธามากขึ้นได้? 13. เป็นโรคปวดหลัง ต่อมลูกหมากโต นอนไม่หลับ รักษาไม่หาย เกิดจากสาเหตุใด และมีวิธีแก้ไขหายได้หรือไม่? 14. เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร?
- เกี่ยวกับพี่ชาย: 15. เป็นโรคไทรอยด์ ทำให้จากคนว่องไวกลายเป็นเชื่องช้า เกิดจากสาเหตุใด? 16. จะหายได้หรือไม่ ควรแก้ไขอย่างไร? 17. เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร มีผังการบวชหนาแน่นเพียงใด?
- เกี่ยวกับโยมแม่: 18. เบื่อชีวิตการครองเรือน อยากประพฤติพรหมจรรย์ในภพชาติหน้า ควรประกอบเหตุอย่างไร? 19. เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร?
- เกี่ยวกับเพื่อนสนิท: 20. เคยเกี่ยวข้องกันมาอย่างไร? 21. เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะหรือไม่ อย่างไร?
- เกี่ยวกับแม่ของเพื่อนสนิท: 22. ตายด้วยกรรมใด? 23. ปัจจุบันมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร? 24. บุญที่อุทิศให้ได้รับหรือไม่ มีข้อความฝากมาถึงหรือไม่?
- เกี่ยวกับชายลึกลับทางโทรศัพท์: 25. เหตุใดจึงได้รับการแนะนำธรรมะทางโทรศัพท์จากชายลึกลับ เป็นกำลังใจในการบวช? 26. เขาคือใคร เหตุใดจึงโทรมา? 27. มีความเกี่ยวข้องกันในปัจจุบันหรืออดีตหรือไม่? 28. ทำไมเขารู้เรื่องราวต่างๆ ของผู้ส่งเคสและเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ดี? 29. สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงหรือไม่?
- เกี่ยวกับครอบครัวโดยรวม: 30. โยมพ่อ โยมแม่ และน้องชายเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา
คุณปู่และคุณย่าเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาและมะเร็งลำไส้ด้วยกรรมใด ตายแล้วไปไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ทำให้ท่านมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ
คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่
คุณพ่อมีกรรมใดจึงต้องยอมคุณแม่ทุกครั้ง ทั้งๆ ที่เหตุผลของคุณแม่เป็นการบังคับใจ
ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้:
ทำไมในวัยเด็กจึงมีนิสัยเกเร ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ สุกัญชา ชอบหนีเรียน และขโมยผลไม้เพื่อนบ้านเป็นประจำ กรรมนี้จะส่งผลในอนาคตอย่างไร และจะแก้ไขได้อย่างไร






