
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.734 ออกอาการ
ออกอากาศ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
โรคจุกแน่นที่ท้อง ฉีดยาแล้วเกิดเป็นฝี และต่อมาเสียชีวิตเพราะบุพกรรมใด | เผาตัวเองตายขณะบวชอยู่เพราะวิบากกรรมใด | มีสามีต่างความเชื่อเพราะบุพกรรมใด
ประวัติผู้ส่ง
เริ่มต้นเมื่อลูกซึ่งเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาได้มีโอกาสเข้าวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2526 ลูกได้กราบขอความเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่เพื่อฝันในฝันเรื่องราวของครอบครัวค่ะ ผู้ส่งเคสเกิดที่จังหวัดสิงห์บุรี เมื่ออายุได้ 10 กว่าขวบ ย่าก็ได้พามาอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ต่อมาพ่อก็ได้แต่งงานกับแม่ที่นครสวรรค์
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อครอบครัวของผู้ส่งเคส ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ ปู่ ย่า และลูกทั้ง 2 คน ได้ย้ายจากนครสวรรค์ไปทำงานชลประทานที่จังหวัดราชบุรี อยู่ได้เพียง 2 ปี ก็อพยพครอบครัวไปประกอบอาชีพเข็นน้ำขายที่จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่มาไม่นาน ปู่ก็เริ่มป่วยด้วยโรคจุกเสียดในท้อง ต้องไปฉีดยาบ่อยครั้ง แผลที่ถูกฉีดยาซ้ำๆ กลายเป็นฝีอยู่ข้างใน มีอาการปวดร้อนทรมานตลอดเวลา ไม่ทราบสาเหตุ จึงรักษาไม่หาย จนกระทั่งน้องชายของปู่ ซึ่งเป็นหมอเสนารักษ์ ได้มาพบเข้า จึงเจาะดูและพบว่ามีหนองอยู่ข้างใน ลามตั้งแต่สะโพกไปจนถึงเข่า ดูดหนองออกมาได้มากถึง 1 กระโถน แม้จะรักษาอยู่ระยะหนึ่ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ปู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว จึงเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา รวมอายุได้ 65 ปี
หลังจากปู่เสียชีวิตไป 4 ปี ลุงซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อ ก็เริ่มมีอาการเหมือนถูกผีสิง ผีที่เข้าสิงบอกว่าชื่อ ปู่ดา เป็นญาติฝ่ายแม่ อดีตตอนเป็นมนุษย์ ปู่ดาเป็นหมอไสยเวท ชำนาญด้านการสักน้ำหมึก ทำน้ำมัน และรักษาโรค มีลูกศิษย์ลูกหามาก ผีปู่ดามาเข้าสิงลุงเพื่อขอให้ญาติๆ ทำบุญผ้าป่าไปให้ เมื่อถูกถามว่าบริวารก็มีเยอะ ทำไมไม่ให้เขาทำ ผีปู่ดาก็บอกว่าที่เมืองโน้นเขาไม่มีเงินใช้กัน ปู่ดายังบอกอีกว่าในวันนั้น ปู่ (พ่อของพ่อ) ก็มานั่งอยู่ด้วย ปู่สบายดี ไม่ลำบากเหมือนปู่ดา ปู่มีหน้าที่จดรายชื่อ
ต่อมา เมื่อมีน้ำประปาเข้ามาในหมู่บ้าน พ่อจึงต้องเลิกอาชีพเข็นน้ำขาย และย้ายครอบครัวมาทำงานที่กรุงเทพฯ อีก 4 ปีต่อมา ผู้ส่งเคสก็มีโอกาสได้มาวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกในปีนั้น ผู้ส่งเคสได้ตั้งกองกฐิน นำผ้าไตร 1 ชุดมาตั้งไว้ที่บ้าน เช้าวันงานกฐิน ขณะที่ผู้ส่งเคสกำลังจะไปทอดกฐินที่วัด จู่ๆ พ่อก็มีอาการตัวสั่น แม่เห็นอาการก็รู้ว่าผีเข้า จึงถามว่าใคร เสียงตอบกลับมาว่า ปู่ดา แม่จึงบอกว่าวันนี้หลาน (ผู้ส่งเคส) กำลังจะไปทอดกฐินที่วัด ให้ปู่ดาไปกับหลาน ผีปู่ดาตอบว่า ไปก็เข้าไม่ถึง แม่จึงนำผ้าไตรมาใส่ในมือพ่อ แล้วบอกให้ผีปู่ดาอนุโมทนาบุญกับลูก พออนุโมทนาบุญเสร็จ ผีปู่ดาก็ออกจากร่างพ่อไป
ต่อมา พ่อกับย่าได้ไปทำไร่ข้าวโพดที่จังหวัดจันทบุรี ทำได้ 1 ปี เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับพ่อ วันหนึ่งเวลาประมาณ 20:00 น. หลังทำงานเสร็จ พ่อก็สวดมนต์นั่งสมาธิเช่นทุกวัน ขณะนั่งสมาธิอย่างสบายใจ จู่ๆ พ่อก็มีอาการเหมือนถูกบังคับ จิตไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ พ่อตัวสั่นเหมือนผีเข้า ลุกขึ้นเต้น ร้องรำทำเพลงอยู่บนบ้าน เป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ ทันใดนั้นก็มีอำนาจลึกลับบังคับพ่อไปดึงแขนย่า ทั้งสองถูกลากลงจากบ้าน พร้อมกับย่า ถูกพาไปจนถึงแอ่งน้ำ พ่อตะโกนขอความช่วยเหลือจากแม่ธรณีสุดเสียง เขาจึงลากกลับมา พอขึ้นบ้านได้ พ่อก็ร้องรำทำเพลงอีก พักเดียว ย่าก็หลับไปเหมือนถูกสะกด แต่พ่อถูกลากแขนลงจากบ้านไปอีกในลักษณะเดิม มันประกาศอยู่ในความมืด แม้จะมองไม่เห็น แต่พ่อสัมผัสได้ว่ามีชายร่างดำ นุ่งหยักรั้ง ขนาบซ้าย ขวา หน้า หลัง พ่ออยู่ 4 คน พ่อกลัวมากจึงหลับตาไปตลอดทาง เขา ลากพ่อไปจนสุดเขตแดน แล้วก็จับตัวพ่อหมุนหันหน้ากลับมาทางเดิม สั่งให้พ่อลืมตา พ่อไม่กล้าลืมตา เขาบอกว่าให้กลับไปถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นก่อนจะต้องตาย
ด้วยความกลัวตาย พ่อจึงวิ่งหลับตาตลอดทาง มีเสียงผู้หญิงคอยบอกทางให้ไปทางซ้ายหรือขวา จนถึงบ้านก็เกือบสว่าง หลังจากนั้น พ่อก็เหมือนถูกผีสิง คอยแต่อาละวาด ทำร้ายคน ตาขวาง อำนาจลึกลับนั้นสั่งให้พ่อกระโดดพุ่งหลาวลงจากบ้านจนปากฉีก คนที่บ้านพยายามจับแขนไว้แต่เอาไม่อยู่ พ่อไม่ยอมสบตาคน เวลากินข้าวจะหันหน้าเข้าข้างฝา ตักข้าวกินทีเป็นกะละมัง นอนไม่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน หน้าหมองคล้ำ ลึก เหมือนทาด้วยน้ำมัน คอยสั่งซ้ำๆ ว่าให้จุดเทียนไว้ อย่าให้ดับ ถ้าเทียนดับจะต้องตาย เวลาผ่านไปเป็นเดือน อาการก็ไม่ดีขึ้น แม่จึงพาพ่อและย่ากลับจากจันทบุรีมาอยู่กรุงเทพฯ อยู่ได้ 3 วัน ย่าก็ท้องเสีย เข้าโรงพยาบาล พยาบาลฉีดยาให้ ย่าก็เสียชีวิตไป
ช่วงนี้ กลางคืนพ่อก็คอยแต่จะย่องออกจากห้อง เดินตัวแข็งลงบันได เรียกก็ไม่ขาน สร้อยพระที่เป็นพวงที่พ่อเคยคล้องคอก็ทิ้ง บอกว่าเป็นของไม่ดี รองเท้าดีๆ ก็เอาไปเผา บอกว่านรกมีกี่เดือน ทิ้งหมดเลย 3-4 เดือนผ่านไป ป้าจึงพาพ่อไปบวชที่นครสวรรค์ บวชได้ 3 วัน ขณะที่พ่อบิณฑบาต แม่กำลังจะใส่บาตร พ่อก็ทิ้งบาตร ข้าวที่แม่ถืออยู่กระจาย พ่อไม่สามารถบวชต่อได้ เพราะเหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเอง เหมือนมีใครสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ พ่อจึงขอสึก
วันหนึ่ง ขณะที่พ่อนั่งอยู่เฉยๆ ก็เกิดภาพให้เห็นว่ามีหุ่นถูกพันรอบด้วยด้ายสายสิญจน์อยู่ในตัวพ่อ แล้วก็เห็นพระรูปหนึ่งอยู่ข้างหลังพ่อ ใช้้นิ้วแทงเข้าไปที่หลังพ่อ ดึงเอาด้ายที่พันหุ่นออก หุ่นนั้นหมุนติ้วตามแรงดึง จากนั้นอาการของพ่อก็ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่หาย อาหารที่พ่อกินไปแล้ว พ่อจะไม่สามารถกินซ้ำในมื้อต่อไปได้ หรือซ้ำที่คนอื่นกินแล้ว กินข้าวเสร็จแล้วพ่อก็จะอยู่บ้านไม่ได้ เดินไปเรื่อยๆ เหมือนคนบ้า ไปนอนตามต้นไม้บ้าง ตามที่ต่างๆ บ้าง ญาติๆ ลงความเห็นว่าพ่อเป็นบ้าเพราะนั่งสมาธิ คุณครูไม่ใหญ่ได้อธิบายว่า สมาธิไม่ได้ทำให้คนเป็นบ้า แต่คนเป็นบ้าจะนั่งหรือไม่นั่งก็บ้า แต่อาการนี้มีเชื้อมาก่อน จึงออกอาการ
ปี พ.ศ. 2537 ผู้ส่งเคสได้สร้างพระธรรมกายประจำตัวให้ตัวเองแบบทยอยบุญเดือนละพันจนครบ ต่อมาจึงสร้างองค์พระให้แม่ก่อน เพราะตอนนั้นรู้สึกเคืองพ่อ ที่ชวนมาวัดทีไรก็จะบอกว่าเขาไม่ให้มา จึงสร้างให้แม่ก่อนและทยอยบุญจนครบ หลังจากนั้นจึงชวนพ่อสร้างองค์พระ พ่อตกลง อาการนั้นหายไป แต่บอกหารครึ่งกับลูก หลังจากสร้างเต็มองค์เสร็จ จู่ๆ ก็มีของเหลวเหมือนน้ำมันก้นกระทะสีดำ กลิ่นเหม็นมาก ไหลออกมาจากทวาร เปื้อนกางเกง เหม็นจนต้องทิ้งกางเกง จากนั้นอาการของพ่อก็หายเป็นปกติ มาวัดได้เหมือนเดิม แต่จะมีโรคหนึ่งเกิดขึ้นคือมีอาการแน่นในท้อง เหมือนถูกรัดเข็มขัด ทำให้อึดอัด นั่งสมาธิไม่มีความสุขเหมือนก่อน ถ้าเป็นมากก็นอนสักพักจะหาย โรคนี้เป็นมา 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องที่ไร่จนถึงปัจจุบัน
ผู้ส่งเคสยังมีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง เป็นลูกชายของป้า ตอนมีชีวิตอยู่ชอบดื่มเหล้า สูบกัญชา เคยบวชตามประเพณี 1 พรรษาแล้วสึก หลังสึก มีครั้งหนึ่งนำเต่าเป็นๆ โยนเข้ากองไฟ พอเต่าคลานออกมาก็จับโยนเข้าไปใหม่ ทำจนเต่าตาย ต่อมาไม่นานก็ขอไปบวชอีก บวชได้ 3 เดือน เย็นวันหนึ่งท่านได้ใช้สามเณรไปซื้อน้ำมันเบนซินมา 2 แกลลอน เจ้าอาวาสถามว่าจะเอาไปทำอะไร ท่านตอบว่าจะเอาไปเผาแมว จากนั้นจึงไปหาฟืนมากองใต้ต้นโพธิ์ นำผ้าห่มมาปูนั่ง ห่มด้วยจีวร แล้วใช้น้ำมันราดตัวเอง จุดไฟเผา ไหม้เป็นตอตะโกในท่านั่งขัดสมาธิ ตัวเอนเล็กน้อย เช้าญาติเห็นไม่ไปบิณฑบาตจึงออกตามหา ไปพบก็ถูกไหม้เป็นศพดังกล่าว
ตัวผู้ส่งเคสเองปัจจุบันแต่งงานแล้ว สามีเป็นชาวไม่พุทธ เกิดที่พม่า มาอยู่ไทยตั้งแต่เด็ก ตอนแรกขายโรตี ปัจจุบันทำงานบริษัท ตอนแรกผู้ส่งเคสไม่ทราบว่าสามีนับถือศาสนาอะไร ได้ยินเขาถูกเรียกว่าอาจารย์ เวลาหมู่พวกมีเรื่องกัน สามีก็จะถูกเชิญไปตัดสินความ ภายหลังจึงทราบว่าเขาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่เคร่งศาสนามาก ตระกูลเขานับถือศาสนานี้หมด เขาไม่ยอมรับศาสนาพุทธเลย ถ้าผู้ส่งเคสพูดเรื่องศาสนาก็จะทะเลาะกัน เวลาเขาอยู่จึงเปิดดาวธรรมไม่ได้ เขาเคยบอกว่าถ้ามีลูกชายจะเอาไปเข้าศาสนาเขา ผู้ส่งเคสจึงไม่ยอมมีลูก และอีกอย่างคิดว่าการสร้างบารมีจะลำบากด้วย คุณครูไม่ใหญ่ได้กล่าวว่าถ้าศรัทธา ศีล ทิฐิไม่เสมอกัน ก็มีปัญหาอย่างนี้แหละ
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อครอบครัวของผู้ส่งเคส ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ ปู่ ย่า และลูกทั้ง 2 คน ได้ย้ายจากนครสวรรค์ไปทำงานชลประทานที่จังหวัดราชบุรี อยู่ได้เพียง 2 ปี ก็อพยพครอบครัวไปประกอบอาชีพเข็นน้ำขายที่จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่มาไม่นาน ปู่ก็เริ่มป่วยด้วยโรคจุกเสียดในท้อง ต้องไปฉีดยาบ่อยครั้ง แผลที่ถูกฉีดยาซ้ำๆ กลายเป็นฝีอยู่ข้างใน มีอาการปวดร้อนทรมานตลอดเวลา ไม่ทราบสาเหตุ จึงรักษาไม่หาย จนกระทั่งน้องชายของปู่ ซึ่งเป็นหมอเสนารักษ์ ได้มาพบเข้า จึงเจาะดูและพบว่ามีหนองอยู่ข้างใน ลามตั้งแต่สะโพกไปจนถึงเข่า ดูดหนองออกมาได้มากถึง 1 กระโถน แม้จะรักษาอยู่ระยะหนึ่ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ปู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว จึงเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา รวมอายุได้ 65 ปี
หลังจากปู่เสียชีวิตไป 4 ปี ลุงซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อ ก็เริ่มมีอาการเหมือนถูกผีสิง ผีที่เข้าสิงบอกว่าชื่อ ปู่ดา เป็นญาติฝ่ายแม่ อดีตตอนเป็นมนุษย์ ปู่ดาเป็นหมอไสยเวท ชำนาญด้านการสักน้ำหมึก ทำน้ำมัน และรักษาโรค มีลูกศิษย์ลูกหามาก ผีปู่ดามาเข้าสิงลุงเพื่อขอให้ญาติๆ ทำบุญผ้าป่าไปให้ เมื่อถูกถามว่าบริวารก็มีเยอะ ทำไมไม่ให้เขาทำ ผีปู่ดาก็บอกว่าที่เมืองโน้นเขาไม่มีเงินใช้กัน ปู่ดายังบอกอีกว่าในวันนั้น ปู่ (พ่อของพ่อ) ก็มานั่งอยู่ด้วย ปู่สบายดี ไม่ลำบากเหมือนปู่ดา ปู่มีหน้าที่จดรายชื่อ
ต่อมา เมื่อมีน้ำประปาเข้ามาในหมู่บ้าน พ่อจึงต้องเลิกอาชีพเข็นน้ำขาย และย้ายครอบครัวมาทำงานที่กรุงเทพฯ อีก 4 ปีต่อมา ผู้ส่งเคสก็มีโอกาสได้มาวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกในปีนั้น ผู้ส่งเคสได้ตั้งกองกฐิน นำผ้าไตร 1 ชุดมาตั้งไว้ที่บ้าน เช้าวันงานกฐิน ขณะที่ผู้ส่งเคสกำลังจะไปทอดกฐินที่วัด จู่ๆ พ่อก็มีอาการตัวสั่น แม่เห็นอาการก็รู้ว่าผีเข้า จึงถามว่าใคร เสียงตอบกลับมาว่า ปู่ดา แม่จึงบอกว่าวันนี้หลาน (ผู้ส่งเคส) กำลังจะไปทอดกฐินที่วัด ให้ปู่ดาไปกับหลาน ผีปู่ดาตอบว่า ไปก็เข้าไม่ถึง แม่จึงนำผ้าไตรมาใส่ในมือพ่อ แล้วบอกให้ผีปู่ดาอนุโมทนาบุญกับลูก พออนุโมทนาบุญเสร็จ ผีปู่ดาก็ออกจากร่างพ่อไป
ต่อมา พ่อกับย่าได้ไปทำไร่ข้าวโพดที่จังหวัดจันทบุรี ทำได้ 1 ปี เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับพ่อ วันหนึ่งเวลาประมาณ 20:00 น. หลังทำงานเสร็จ พ่อก็สวดมนต์นั่งสมาธิเช่นทุกวัน ขณะนั่งสมาธิอย่างสบายใจ จู่ๆ พ่อก็มีอาการเหมือนถูกบังคับ จิตไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ พ่อตัวสั่นเหมือนผีเข้า ลุกขึ้นเต้น ร้องรำทำเพลงอยู่บนบ้าน เป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ ทันใดนั้นก็มีอำนาจลึกลับบังคับพ่อไปดึงแขนย่า ทั้งสองถูกลากลงจากบ้าน พร้อมกับย่า ถูกพาไปจนถึงแอ่งน้ำ พ่อตะโกนขอความช่วยเหลือจากแม่ธรณีสุดเสียง เขาจึงลากกลับมา พอขึ้นบ้านได้ พ่อก็ร้องรำทำเพลงอีก พักเดียว ย่าก็หลับไปเหมือนถูกสะกด แต่พ่อถูกลากแขนลงจากบ้านไปอีกในลักษณะเดิม มันประกาศอยู่ในความมืด แม้จะมองไม่เห็น แต่พ่อสัมผัสได้ว่ามีชายร่างดำ นุ่งหยักรั้ง ขนาบซ้าย ขวา หน้า หลัง พ่ออยู่ 4 คน พ่อกลัวมากจึงหลับตาไปตลอดทาง เขา ลากพ่อไปจนสุดเขตแดน แล้วก็จับตัวพ่อหมุนหันหน้ากลับมาทางเดิม สั่งให้พ่อลืมตา พ่อไม่กล้าลืมตา เขาบอกว่าให้กลับไปถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นก่อนจะต้องตาย
ด้วยความกลัวตาย พ่อจึงวิ่งหลับตาตลอดทาง มีเสียงผู้หญิงคอยบอกทางให้ไปทางซ้ายหรือขวา จนถึงบ้านก็เกือบสว่าง หลังจากนั้น พ่อก็เหมือนถูกผีสิง คอยแต่อาละวาด ทำร้ายคน ตาขวาง อำนาจลึกลับนั้นสั่งให้พ่อกระโดดพุ่งหลาวลงจากบ้านจนปากฉีก คนที่บ้านพยายามจับแขนไว้แต่เอาไม่อยู่ พ่อไม่ยอมสบตาคน เวลากินข้าวจะหันหน้าเข้าข้างฝา ตักข้าวกินทีเป็นกะละมัง นอนไม่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน หน้าหมองคล้ำ ลึก เหมือนทาด้วยน้ำมัน คอยสั่งซ้ำๆ ว่าให้จุดเทียนไว้ อย่าให้ดับ ถ้าเทียนดับจะต้องตาย เวลาผ่านไปเป็นเดือน อาการก็ไม่ดีขึ้น แม่จึงพาพ่อและย่ากลับจากจันทบุรีมาอยู่กรุงเทพฯ อยู่ได้ 3 วัน ย่าก็ท้องเสีย เข้าโรงพยาบาล พยาบาลฉีดยาให้ ย่าก็เสียชีวิตไป
ช่วงนี้ กลางคืนพ่อก็คอยแต่จะย่องออกจากห้อง เดินตัวแข็งลงบันได เรียกก็ไม่ขาน สร้อยพระที่เป็นพวงที่พ่อเคยคล้องคอก็ทิ้ง บอกว่าเป็นของไม่ดี รองเท้าดีๆ ก็เอาไปเผา บอกว่านรกมีกี่เดือน ทิ้งหมดเลย 3-4 เดือนผ่านไป ป้าจึงพาพ่อไปบวชที่นครสวรรค์ บวชได้ 3 วัน ขณะที่พ่อบิณฑบาต แม่กำลังจะใส่บาตร พ่อก็ทิ้งบาตร ข้าวที่แม่ถืออยู่กระจาย พ่อไม่สามารถบวชต่อได้ เพราะเหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเอง เหมือนมีใครสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ พ่อจึงขอสึก
วันหนึ่ง ขณะที่พ่อนั่งอยู่เฉยๆ ก็เกิดภาพให้เห็นว่ามีหุ่นถูกพันรอบด้วยด้ายสายสิญจน์อยู่ในตัวพ่อ แล้วก็เห็นพระรูปหนึ่งอยู่ข้างหลังพ่อ ใช้้นิ้วแทงเข้าไปที่หลังพ่อ ดึงเอาด้ายที่พันหุ่นออก หุ่นนั้นหมุนติ้วตามแรงดึง จากนั้นอาการของพ่อก็ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่หาย อาหารที่พ่อกินไปแล้ว พ่อจะไม่สามารถกินซ้ำในมื้อต่อไปได้ หรือซ้ำที่คนอื่นกินแล้ว กินข้าวเสร็จแล้วพ่อก็จะอยู่บ้านไม่ได้ เดินไปเรื่อยๆ เหมือนคนบ้า ไปนอนตามต้นไม้บ้าง ตามที่ต่างๆ บ้าง ญาติๆ ลงความเห็นว่าพ่อเป็นบ้าเพราะนั่งสมาธิ คุณครูไม่ใหญ่ได้อธิบายว่า สมาธิไม่ได้ทำให้คนเป็นบ้า แต่คนเป็นบ้าจะนั่งหรือไม่นั่งก็บ้า แต่อาการนี้มีเชื้อมาก่อน จึงออกอาการ
ปี พ.ศ. 2537 ผู้ส่งเคสได้สร้างพระธรรมกายประจำตัวให้ตัวเองแบบทยอยบุญเดือนละพันจนครบ ต่อมาจึงสร้างองค์พระให้แม่ก่อน เพราะตอนนั้นรู้สึกเคืองพ่อ ที่ชวนมาวัดทีไรก็จะบอกว่าเขาไม่ให้มา จึงสร้างให้แม่ก่อนและทยอยบุญจนครบ หลังจากนั้นจึงชวนพ่อสร้างองค์พระ พ่อตกลง อาการนั้นหายไป แต่บอกหารครึ่งกับลูก หลังจากสร้างเต็มองค์เสร็จ จู่ๆ ก็มีของเหลวเหมือนน้ำมันก้นกระทะสีดำ กลิ่นเหม็นมาก ไหลออกมาจากทวาร เปื้อนกางเกง เหม็นจนต้องทิ้งกางเกง จากนั้นอาการของพ่อก็หายเป็นปกติ มาวัดได้เหมือนเดิม แต่จะมีโรคหนึ่งเกิดขึ้นคือมีอาการแน่นในท้อง เหมือนถูกรัดเข็มขัด ทำให้อึดอัด นั่งสมาธิไม่มีความสุขเหมือนก่อน ถ้าเป็นมากก็นอนสักพักจะหาย โรคนี้เป็นมา 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องที่ไร่จนถึงปัจจุบัน
ผู้ส่งเคสยังมีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง เป็นลูกชายของป้า ตอนมีชีวิตอยู่ชอบดื่มเหล้า สูบกัญชา เคยบวชตามประเพณี 1 พรรษาแล้วสึก หลังสึก มีครั้งหนึ่งนำเต่าเป็นๆ โยนเข้ากองไฟ พอเต่าคลานออกมาก็จับโยนเข้าไปใหม่ ทำจนเต่าตาย ต่อมาไม่นานก็ขอไปบวชอีก บวชได้ 3 เดือน เย็นวันหนึ่งท่านได้ใช้สามเณรไปซื้อน้ำมันเบนซินมา 2 แกลลอน เจ้าอาวาสถามว่าจะเอาไปทำอะไร ท่านตอบว่าจะเอาไปเผาแมว จากนั้นจึงไปหาฟืนมากองใต้ต้นโพธิ์ นำผ้าห่มมาปูนั่ง ห่มด้วยจีวร แล้วใช้น้ำมันราดตัวเอง จุดไฟเผา ไหม้เป็นตอตะโกในท่านั่งขัดสมาธิ ตัวเอนเล็กน้อย เช้าญาติเห็นไม่ไปบิณฑบาตจึงออกตามหา ไปพบก็ถูกไหม้เป็นศพดังกล่าว
ตัวผู้ส่งเคสเองปัจจุบันแต่งงานแล้ว สามีเป็นชาวไม่พุทธ เกิดที่พม่า มาอยู่ไทยตั้งแต่เด็ก ตอนแรกขายโรตี ปัจจุบันทำงานบริษัท ตอนแรกผู้ส่งเคสไม่ทราบว่าสามีนับถือศาสนาอะไร ได้ยินเขาถูกเรียกว่าอาจารย์ เวลาหมู่พวกมีเรื่องกัน สามีก็จะถูกเชิญไปตัดสินความ ภายหลังจึงทราบว่าเขาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่เคร่งศาสนามาก ตระกูลเขานับถือศาสนานี้หมด เขาไม่ยอมรับศาสนาพุทธเลย ถ้าผู้ส่งเคสพูดเรื่องศาสนาก็จะทะเลาะกัน เวลาเขาอยู่จึงเปิดดาวธรรมไม่ได้ เขาเคยบอกว่าถ้ามีลูกชายจะเอาไปเข้าศาสนาเขา ผู้ส่งเคสจึงไม่ยอมมีลูก และอีกอย่างคิดว่าการสร้างบารมีจะลำบากด้วย คุณครูไม่ใหญ่ได้กล่าวว่าถ้าศรัทธา ศีล ทิฐิไม่เสมอกัน ก็มีปัญหาอย่างนี้แหละ
คำถาม
- 1. กรรมใดทำให้ปู่ป่วยเป็นโรคจุกแน่นในท้อง ต้องฉีดยา จนเกิดฝีและหนองลามไปถึงเข่า จนเสียชีวิต ปู่ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
- 2. ผีปู่ดามาเข้าสิงลุง ขอให้ทำบุญผ้าป่าไปให้จริงหรือไม่ วันนั้นปู่ได้มากับผีปู่ดาจริงหรือไม่ ปู่รู้จักกับปู่ดาได้อย่างไร มาทำไม ทำหน้าที่อะไร ทำไมต้องไปนั่งบนขื่อ
- 3. วันที่ผู้ส่งเคสจะไปทอดกฐิน ผีปู่ดาได้มาเข้าสิงพ่อจริงหรือไม่ ต้องการอะไร ทำไมถึงบอกว่าตามไปวัดพระธรรมกายก็เข้าไม่ถึง ปัจจุบันปู่ดาอยู่ที่ไหน ความเป็นอยู่อย่างไร
- 4. ชายลึกลับที่ลากพ่อไปเป็นใคร เสียงผู้หญิงที่บอกทางให้พ่อกลับบ้านเป็นเสียงของใคร พ่อถูกทำคุณไสยหรือไม่ ถ้าทำเป็นเพราะเหตุใด ใครทำ
- 5. ใครเป็นคนออกคำสั่งให้พ่อทำตามที่ต้องการ เหตุใดสิ่งลึกลับเหล่านี้จึงไม่ชอบความดี ไม่ชอบให้มาวัด ไม่ชอบสวดมนต์ สั่งให้ทิ้งพระที่คล้องคอ บวชก็อยู่ไม่ได้
- 6. พ่อที่ทำตามคำสั่งเหล่านั้น มีวิบากกรรมหรือไม่ เพราะถูกบังคับจิต
- 7. กรรมใดทำให้พ่อมีอาการเหมือนถูกบังคับอยู่เกือบ 10 ปี
- 8. ตอนที่เป็น ทำไมพ่อจึงกินอาหารซ้ำที่เคยกิน หรือซ้ำที่คนอื่นกินไม่ได้
- 9. น้ำมันสีดำที่ไหลออกทางทวารเกิดจากอะไร
- 10. พ่อหายจากอาการเหมือนถูกบังคับเพราะบุญที่สร้างพระธรรมกายประจำตัวใช่หรือไม่
- 11. วิบากกรรมใดทำให้พ่อมีอาการแน่น ทรมานในท้อง เป็นอุปสรรคต่อการนั่งสมาธิ ทำอย่างไรพ่อจึงจะหายจากโรคนี้
- 12. ย่าตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ผู้ส่งเคสสร้างองค์พระไปให้หรือไม่ หลังจากสร้างองค์พระไปแล้วฝันเห็นย่า เป็นเพราะย่ามาเข้าฝันจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้าไม่เคยฝันถึงเลยทั้งที่คิดถึงมาก
- 13. กรรมใดทำให้ลูกชายป้าเผาตัวตายในผ้าเหลืองในท่านั่งขัดสมาธิ ตายแล้วไปไหน
- 14. ผู้ส่งเคสกับสามีเคยเกี่ยวข้องกันมาอย่างไร ทำไมจึงมาเป็นสามีภรรยากันและนับถือศาสนาต่างกัน เขามีสายบุญกับหมู่คณะมาหรือไม่ ทำอย่างไรเขาจึงจะมีศรัทธามาสร้างบุญกับหมู่คณะ
- 15. ตัวผู้ส่งเคส พ่อ และแม่ เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:
คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่
เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?
การที่กัลยาณมิตรมีหูทิพย์ ตาทิพย์ ติดต่อกับผู้ต่างภพภูมิได้ เป็นจริงหรือไม่ เหตุใดเธอจึงถอดจิตบ่อยๆ บางครั้งก็ถอดได้เอง ตอนถอดจิตไปร่วมงานชุบตัวที่สระมงคลเศรษฐีกับลูกสาวเป็นจริงหรือไม่ ผู้ที่ฝึกสมาธิแล้วเกิดหลุดออกไปแบบนี้ควรแก้ด้วยวิธีใด
ด้วยวิบากกรรมใดผู้ส่งเคสจึงเจอสามีที่ติดการพนัน สร้างหนี้สินมาก ทำให้สูญเสียเงินทองและที่ดิน การแยกทางกับเขาจะทำให้ต้องจองเวรกันหรือไม่?






