ฟ้าเปลี่ยนสี ลมเปลี่ยนทิศ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.856 ฟ้าเปลี่ยนสี ลมเปลี่ยนทิศ

ออกอากาศ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549

คนที่ขอพรหลวงปู่แล้วที่สำเร็จกับไม่สำเร็จ ที่สำเร็จช้ากับสำเร็จเร็ว เพราะบุพกรรมใด

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

พระลูกชายของ คุณครูไม่ใหญ่ รู้สึกทึ่งในอานุภาพของหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้ฟัง คุณครูไม่ใหญ่ เล่าเรื่องพายุหมุนดำทมึนที่หยุดชะงักและเปลี่ยนทิศทางบริเวณหน้า รูปหล่อหลวงปู่ที่ท้ายสภาในเดือนสิงหาคมปี 2549 เหตุการณ์นี้ทำให้ท่านพระลูกชายเกิดแรงบันดาลใจที่จะเรียบเรียงเรื่องราวอานุภาพหลวงปู่ที่เกิดขึ้นกับ โยมพี่ ซึ่งเคยเป็นอาสาสมัครคนหนึ่งในแผนก เพื่อนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยคาดว่าเรื่องราวของ โยมพี่ น่าจะเป็น "Talk of the Town" ที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนในการสร้างบุญใหญ่ได้

เนื้อเรื่อง

ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ปี 2542 โยมพี่คนหนึ่งได้เกิดขัดใจกับพี่สาวและถูกไล่ออกจากบ้าน ทำให้ต้องไปขออาศัยอยู่กับคนที่ไม่ใช่ญาติในกรุงเทพฯ ความที่ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ และไม่มีอาหารกิน ทำให้สุขภาพร่างกายของ โยมพี่ ทรุดโทรมลงมาก แม้จะมีโรคประจำตัวคือโรคกระเพาะ แถมยังมีเนื้ออกในมดลูกและซีสต์ในรังไข่ทั้งสองข้าง แต่ โยมพี่ ก็ยังคงอดทนและสู้ชีวิตต่อไป โดยคิดว่าสักวันหนึ่งชีวิตคงจะดีขึ้น

ด้วยความที่ไม่มีเงิน โยมพี่ จึงต้องรับจ้างทำงานบ้านทุกอย่างตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 ทุ่ม งานหนักและต้องทำงานแข่งกับเวลา ทำให้ต้องกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ จนกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ด้วยเหตุนี้ โยมพี่ จึงตัดสินใจลาออก ซึ่งทำให้ต้องกลับมาตกงานอีกครั้ง แถมยังถูกคนอื่นว่ากล่าวว่าเป็นคนไม่สู้ งาน แม้จะตกอับถึงขีดสุด แต่ โยมพี่ ก็ไม่เคยทิ้งการสร้างบุญเลย

เมื่อได้ยิน คุณครูไม่ใหญ่ พูดถึงอานิสงส์ของการเป็นประธานกองทอดผ้าป่าสร้างอนุสรณ์สถานเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ว่า ถ้าใครเป็นประธานกองแล้วต่อไปจะรวย คำนี้ได้แทรกเข้าไปในใจของ โยมพี่ อย่างแรงกล้า เพราะเข็ดขยาดกับความจนมาก โยมพี่ รู้สึกว่าจำเป็นต้องรวยให้ได้ ไม่ใช่แค่รวยธรรมดา แต่ต้องรวยเร็ว รวยแรง และรวย รั่ว

อย่างไรก็ตาม การจะเป็นประธานกองได้นั้นต้องทำบุญถึง 10,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงลิบสำหรับ โยมพี่ ในขณะนั้นที่กำลังอยู่ในชะตากรรมที่ตกต่ำ แต่กลับมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นประธานกองให้ได้ แม้ คุณครูไม่ใหญ่ เองก็ยังทึ่งและนึกไม่ออกว่าทำไม โยมพี่ ถึงกล้าตั้งเป้าหมายเช่นนี้ การตั้งเงื่อนไขเรื่องจำนวนเงินและเวลาเช่นนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างกำลังใจให้ทุกคนตั้งเป้าหมายและทำบุญให้เต็มที่ เพราะสมบัติที่เกิดขึ้นย่อมตามกำลังบุญ ทำน้อยได้น้อย มีกำลังแต่ไม่ทำ ชีวิตก็จะลำเค็ญ ดังนั้นจึงต้องตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย และหากทำได้ ความปีติและภาคภูมิใจที่เกิดขึ้น จะทำให้บุญส่งผลเกินควรเกินคาด การจะเป็นประธานกองต้องมีเงินไปวางเดือนภายใน 7 วัน ซึ่งคำว่า "วางเดือน" เป็นเพียงการสมมติเหมือนการวางดาวซื้อบ้าน แต่การวางเดือนนั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก เพราะได้บุญ ซึ่งจะแปลงไปเป็นรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ที่มีค่ามากกว่าบ้านในโลกมนุษย์ซึ่งอยู่เพียงชั่วคราว

แม้จะรู้สึกสิ้นหวังเนื่องจากเงื่อนไขดังกล่าว โยมพี่ ก็ยังอยากเป็นประธานกอง จึงเดินคอตกมาอธิษฐานขอพรกับภาพหลวงปู่ที่ท้ายสภาว่า "หลวงปู่เจ้าขา ลูกไม่มีอะไรสักอย่างเลย เงินก็ไม่มี บ้านก็ไม่มี อะไรก็ไม่มีทั้งนั้น มีอย่างเดียวเท่านั้น ลูกอยากเป็นประธานกองเหลือเกิน แต่ในตอนนี้ลูกไม่มีเงิน แต่ลูกอยากเป็น ขอหลวงปู่ช่วยบันดาลให้ลูกได้เป็นด้วยเถิด" เมื่อเป็นผู้แสวงหา โยมพี่ ย่อมพบช่องทาง โดยใช้แรงงานเข้าแลกเพื่อสร้างบุญกับหลวงปู่บ้าง แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่ โยมพี่ ก็ไม่ยอมแพ้ หัวใจยังคิดอยากเป็นประธานกองให้ได้เสมอ

ในที่สุด "ฟ้าก็เปลี่ยนสี" ในใจของ โยมพี่ คิดเสมอว่าจะต้องเป็นประธานกองให้ได้ อธิษฐานกับหลวงปู่แล้วก็ลุยสร้างบุญไปเลย บุญที่ได้ทำในตอนนั้นคือการขนกระสอบหินเกล็ดขึ้นจากสระหน้ามหาวิหารหลวงปู่ ซึ่งเรียกว่า "สระเศรษฐีทะเลบุญ" การขนหินเกิดขึ้นหลังพิธีชุบตัวในวันครูธรรมกายปีนั้น ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ โดยมีฝนตกถี่ๆ ท้องฟ้าอึมครึมทั้งวันทั้งคืน ทุกคนยอมตากฝน โยมพี่ ก็ยอมตากฝนจนจับไข้ ไหนจะป่วย ไหนจะอดนอน โยมพี่ ต้องเอาแรงมาขนกระสอบหินถึง 3 คืนติดๆ กัน โดยทานเพียงอาหารมื้อเดียวเพื่อประทังชีวิต

ในคืนวันที่ 3 การทำงานยิ่งลำบากมากเพราะฝนตกหนักมาก มีเมฆยักษ์ดำทมึนลอยมามืดฟ้ามัวดิน พร้อมกับเสียงฟ้าคำรามและฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง แม้จะน่ากลัว แต่กลุ่มคนประมาณ 30 คนที่เหลือในน้ำก็ยังคงฮึกเหิม ขนกระสอบหินบริเวณหน้า รูปหล่อหลวงปู่โดยไม่กลัวเกรงต่ออำนาจใดๆ ทั้งสิ้น ทันใดนั้น สายฟ้าได้ฟาดลงมาต่อหน้า โยมพี่ ห่างจากผืนน้ำเพียง 1 ฟุตเท่านั้น ทำให้ทุกคนที่แช่น้ำอยู่รีบกุลีกุจอขึ้นจากน้ำกันหมด โยมพี่ อึ้งตะลึง ทำอะไรไม่ถูก เพราะคิดว่าหากสายฟ้าผ่าลงในน้ำที่พวกเขาอยู่ คงต้องชักดิ้นชักงอเป็นตอตะโก เหตุการณ์นี้ทำให้ โยมพี่ ขนลุกซูซ่า เมื่อขึ้นจากสระ โยมพี่ ก็อธิษฐานอีกครั้งว่า ที่ทุ่มเทเอาชีวิตเป็นเดิมพันถึง 3 คืนติดๆ กันทั้งที่เหนื่อยแทบขาดใจนี้ ไม่ขออะไร ขออย่างเดียว ขอให้ได้เป็นประธานกอง

กระทั่งถึงวันรับผ้าไตร โยมพี่ มานั่งซึมคอตก เพราะมีเงินทำบุญสุดกำลังได้เพียง 100 บาท ซึ่งเป็นค่าอาหารมื้อต่อไปด้วย แต่ก็ไม่คิดล้มเลิกเป้าหมาย ทันใดนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีคนไม่รู้จักเดินเข้ามาบอก โยมพี่ ว่า "เราเป็นประธานกอง มาร่วมบุญกันไหมล่ะ" โยมพี่ ตอบเสียงอ่อยๆ ว่าอยากเป็นแต่ไม่มีเงิน คนไม่รู้จักจึงเสนอให้ยืมเงิน 10,000 บาทเพื่อวางเดือนก่อน โยมพี่ ตอบไปตรงๆ ว่าถ้าให้ยืมก็ไม่มีเงินคืน แต่ถ้าจะร่วมบุญด้วยก็ยินดีรับ คนไม่รู้จักอึ้งชะงักไปครู่หนึ่งแล้วตอบแบบงงๆ ว่า "ก็ได้" และรีบจูง โยมพี่ ไปหาผู้ประสานงาน ควักเงินหมื่นใส่ซอง หิ้วปี โยมพี่ ไปถวายปัจจัยและรับผ้าไตรกับหลวงพ่อ โยมพี่ ยังคงงงว่ามาเป็นประธานกองได้อย่างไร สิ่งแรกที่นึกถึงคือหลวงปู่และขอบคุณท่าน

หน้าที่ต่อไปคือการบอกบุญต่อให้ครบเป้าหมายภายใน 1 เดือน ในช่วงนั้น หมอดูที่แม่นมากคนหนึ่งได้ทัก โยมพี่ ว่าช่วงนี้ห้ามเดินทางเด็ดขาดเพราะจะเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ โยมพี่ ไม่กล้าเดินทางไปภาคใต้เพื่อบอกบุญญาติ จนเวลาผ่านไป 2 อาทิตย์ เหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์ก็จะปิดกองแล้ว โยมพี่ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร จึงเข้าไปนั่งสมาธิที่บ้านคุณยายอาจารย์ ตั้งแต่ 3 ทุ่มถึง 9 โมงเช้า เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ขณะนั่งสมาธิ โยมพี่ เห็นภาพตัวเองกำลังนั่งรถทัวร์ไปภาคใต้ท่ามกลางความมืด และมีเสียงตอบรัวๆ ขึ้นมาในท้องว่า "ไปเถอะ ไปได้ ปลอดภัย"

เมื่อลืมตาขึ้นมา โยมพี่ จึงตัดสินใจยอมลงไปใต้ แม้หมอดูจะทายว่าจะเกิดอุบัติเหตุก็ตาม ด้วยความปีติ จึงเดินทางไปบอกบุญญาติๆ ทุกคน ได้เงินมา 5,000 บาท แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อกลับมาแล้ว ด้วยหัวใจที่ตั้งเป้าว่าต้องให้เข้าเป้า โยมพี่ ก็บอกบุญทุกคนที่ เจอ จนวันสุดท้ายที่จะต้องถวาย ก็สามารถบอกบุญได้เต็มกองอย่างเฉียดฉิว ในวันที่ 10 ตุลาคม 2544 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่ แถมยังเกินเป้ามาอีก 700 บาท คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าการเกินเป้าหมายนี้แปลว่า โยมพี่ จะรวยอย่างเกินควรเกินคาด และผังจนถูกรื้อไปหมดแล้ว เพราะทำบุญด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยว โยมพี่ คนนี้ไม่มีอะไรสักอย่าง แต่มีหัวใจที่มุ่งมั่น แล้วในที่สุดก็ทำได้

คำถาม

  1. ทำไมฝนถึงตกหนักต่อเนื่องเฉพาะที่วัดจนการขนกระสอบหินลำบาก แล้วการที่ทุกคนเกือบโดนฟ้าผ่า แต่สายฟ้าหยุดชะงักได้นั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร
  2. การที่คนทั่วไปอธิษฐานขออะไรกับหลวงปู่ทั่วโลก ท่านจะรับรู้ทุกครั้งหรือไม่ ท่านมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะช่วยใครบ้างอย่างไร การที่ โยมพี่ อธิษฐานขอเป็นประธานกอง หลวงปู่รับรู้หรือไม่
  3. การที่มีคนไม่รู้จักเดินมาให้เงินวางเดือนเพื่อให้ โยมพี่ เปิดกองและปิดกองทำบุญสำเร็จเกินเป้านั้น หลวงปู่ช่วยอย่างไร
  4. โยมพี่ จะได้รับอานิสงส์อย่างไรจากการปิดกองสำเร็จ
  5. บุพกรรมใดที่ทำให้ โยมพี่ มักต้องมีเรื่องทุกข์ใจเสียใจหนักๆ ก่อนที่จะมีลาภใหญ่ จะแก้ไขวิบากนี้อย่างไร และต้องทำใจอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้
  6. โยมพี่ พอจะมีกำลังบุญในการมีอาชีพที่ดี มีรายได้แน่นอน และมีเงินทำบุญเป็นประธาน M ถวายหลวงปู่องค์ละกองตามที่เคยปรารถนาก่อนตายได้หรือไม่ ต้องทำอะไรบ้าง
  7. ก่อนเดินทางไปใต้ โยมพี่ นั่งสมาธิที่บ้านคุณยายได้นิ่งอย่างมีความสุข 12 ชั่วโมง แม้ไม่เห็นอะไรนอกจากภาพตัวเองนั่งรถในความมืดและได้ยินเสียงบอกว่าปลอดภัย สิ่งนี้เกิดจากอะไร หากไม่ได้มานั่งสมาธิที่บ้านคุณยาย จะต้องเกิดอุบัติเหตุตามหมอ ดูทักหรือไม่
  8. บุพกรรมใดทำไม โยมพี่ ชายของ โยมพี่ เกิดมามีผิวพรรณลักษณะดี แต่เป็นโรคฝีดาษตายตั้งแต่เป็นทารก ตายแล้วไปอยู่ไหน เป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไหม
  9. บุพกรรมใดทำไม โยมก๋งเป็นโรคสมองฝ่อและอัมพาต ขณะป่วยศรัทธาหลวงปู่แต่ไม่ได้ทำบุญมาก ความศรัทธาช่วยท่านได้อย่างไรบ้าง ตายแล้วท่านอยู่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง
  10. โยมแม่และพระพ่อของท่านพระลูกชายสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร มีหน้าที่อะไรในกองทัพธรรม เคยเข้าถึงธรรมกายหรือไม่ ตัวท่านพระลูกชายเองสร้างบารมีกับหมู่คณะมากี่รอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

นี่สำคัญนะ พ่อแม่ต้องสอนลูกให้รู้จักพุทธศาสนา ไม่ใช่เพื่อใครเลย

เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม

สุดเค็ม

กรรมใดทำให้พ่อถูกลอบยิงถูกแขน ยกแขนไม่ได้หลายปี ป่วยเป็นเบาหวาน อัมพฤกษ์ ปอดเป็นจุด ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ตายแล้วไปไหน มีข้อความฝากมาหรือไม่ บุญที่ลูกสร้างให้ส่งผลดีขึ้นอย่างไร

สู้สิลูก

พระพุทธันดรที่แล้วของลูกเป็นอย่างไร ก่อนเกิดลูกมาจากไหน เกี่ยวข้องกับวัวแดงตัวใหญ่ที่แม่ฝันหรือไม่

เกือบไป

คุณพ่อ: บุพกรรมใดทำให้ชีวิตวัยรุ่นลำบาก แต่ต่อมาร่ำรวยมาก แต่มีอัธยาศัยตระหนี่ในการทำบุญ? บุพกรรมใดทำให้เป็นมะเร็งลำไส้และลามเข้ากระดูก เป็นโรคนี้มากี่ชาติแล้ว? บุญที่ลูกทำให้พอจะตัดรอนวิบากกรรมนี้ให้พ่อในชาติหน้าหรือไม่ ต้องช่วยอย่างไรไม่ให้เป็นโรคนี้ในชาติหน้า? ลูกมีวิบากกรรมหรือไม่ที่ตัดสินใจให้พ่อรักษาด้วยคีโมทำให้แพ้มาก? ทำไมคุณพ่อถึงปฏิเสธบุญทุกรูปแบบทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยยอมทำบุญ? คุณพ่อเข้าใจลูกผิดเรื่องอะไรและคิดกับลูกอย่างไร? คืนก่อนเสียชีวิตฝันเห็นคนเดินผ่านห้อง 2 คน เขาคือใคร มาทำไม? ก่อนเสียชีวิตท่านน้ำตาไหล อยากจะบอกอะไร? มีคตินิมิตอย่างไรช่วง 7 วันหลังตาย ทำอะไร อยู่ที่ไหน คิดอะไร? คืนที่ 3 หลังพระสวดจบ ญาติทะเลาะเรื่องมรดกแล้วมีเสียงดังบนหลังคา ใช่ฝีมือพ่อหรือไม่ ถ้าใช่ พ่อจะบอกอะไร ทำเสียงดังด้วยวิธีใด? หลังงานศพลูกทำบุญให้ทุกบุญ ช่วยพ่อได้แค่ไหน พ่อเป็นอย่างไร ตอนนี้อยู่ไหน มีอะไรอยากฝากบอกลูก? หากท่านกลับมาเกิดเป็นคนแล้ว บ้านท่านอยู่ไหน ลูกจะไปหาแล้วชวนมาสร้างบารมีได้ไหม?

รักต้องสู้ เพราะเรามีศูนย์กลางกายอยู่

กรรมใดทำให้ปู่เป็นอัมพาตขาเดินไม่ได้ ไม่ได้รับการดูแล ถูกว่าร้าย และตายแล้วไปไหน จะขออโหสิกรรมได้หรือไม่? และกรรมใดทำให้ปู่และย่าไม่มีที่ดินและยากจนทั้งที่ตระกูลเดิมมีฐานะดี?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา