
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสได้เล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองว่า เธอเริ่มเข้าวัดครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2528 นับถึงตอนที่เล่าเรื่องนี้ก็ 21 ปีมาแล้ว เธอรู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสมากราบคุณยายอาจารย์ทุกอาทิตย์ ได้ร่วมทำบุญใหญ่ต่างๆ มากมาย เช่น กฐินยักษ์ กฐินยาย, บุญสร้างวิหารคุณยายอาจารย์ เธอเคยอบรมธรรมทายาทหญิงรุ่นที่ 5 ตอนอายุ 21 ปี ในช่วงแรกๆ ที่มาวัด เธอได้เป็นหนึ่งในวงคอรัส วงธรรมคีตา ได้ขึ้นร้องเพลงธรรมะในเทศกาลปีใหม่ เธอมักจะเห็นคนอื่นนำรูปญาติที่เสียชีวิตแล้วไปให้คุณยายอาจารย์ช่วย เธอจึงทำบ้าง แต่ภายหลังจึงทราบว่าเป็นบาปที่ไปใช้ผู้มีญาณ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวของผู้ส่งเคสเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอได้มีโอกาสเข้าวัดพระธรรมกายในปี 2528 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังทันได้กราบคุณยายอาจารย์ผู้เมตตา เธอได้ทำบุญต่างๆ มากมายด้วยความปีติ โดยเฉพาะบุญกฐินยักษ์ กฐินยาย ที่เธอได้เทินหมดกระเป๋า และบุญสร้างวิหารคุณยายอาจารย์ที่เธอตั้งใจทำเต็มที่ ในช่วงแรกๆ ที่มาวัด เธอได้ร่วมกิจกรรมบุญต่างๆ อย่างมีความสุข รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของวงธรรมคีตาและได้ร้องเพลงธรรมะ
เธอเล่าถึงประสบการณ์ที่นำรูปพี่ชายคนที่ 7 ซึ่งเสียชีวิตด้วยไฟฟ้าช็อตเมื่ออายุ 14 ปี ไปให้คุณยายอาจารย์ช่วย คุณยายบอกว่าพี่ชายไปเป็นอสุรกาย แต่ต่อมาคุณยายได้เมตตาช่วยให้พี่ชายได้ไปอยู่บนสวรรค์ พี่ชายคนนี้เป็นคนดี รักพ่อแม่ คืนที่สองหลังเสียชีวิต เขาเคยมาเข้าฝันพี่สาวคนที่สองถามว่าจัดงานวันเกิดให้เขาหรือ หลายปีต่อมา แม่เคยไปพบร่างทรงแถวรังสิต ซึ่งร่างทรงได้ทำพิธีเรียกวิญญาณพี่ชายมาเข้า ร่างทรงบอกว่าที่เขาไปเร็วเพราะทำบุญมาแค่นั้น และต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอกราบคุณยายอาจารย์พร้อมคนอื่นๆ คุณครูไม่ใหญ่กล่าวขึ้นว่า "อย่าแต่งงานนะ เดี๋ยวไปเจอคนชู้...ขี้เหล้าเมายา จะลำบาก" ขณะนั้นมีหญิงสาวอยู่สามคนรวมเธอด้วย คุณป้าหมอท่านหนึ่งถามคุณครูไม่ใหญ่ว่ารู้จักเธอหรือ คุณครูไม่ใหญ่ตอบว่าเห็นมานานแล้ว สงสาร แต่ไม่ทราบว่ากรรมอะไรมาบัง ผู้ส่งเคสฟังแล้วไม่เข้าใจ ไม่คิดว่าคุณครูไม่ใหญ่กำลังสอนตนเอง อันที่จริงเธอไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลย และเคยพูดกับพี่สาวอย่างหนักแน่นว่าจะไม่แต่งงาน
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่ออายุ 22 ปี เธอได้พบกับผู้ชายแปลกหน้าซึ่งมาส่งของให้แม่ค้าที่โรงเรียนที่เธอเป็นแม่ค้าอยู่ เธอบอกว่าไม่ทราบเพราะวิบากกรรมใด พอเห็นเขาปุ๊บ เธอก็ลืมปณิธานเดิมจนหมดสิ้น รู้สึกปิ๊งเขาขึ้นมาทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข แต่เขาไม่ได้ชอบเธอ เธอจึงพยายามเอาอกเอาใจทุกอย่าง เช่น ถักหมอนให้ แต่เขาก็ไม่ใส่ใจ เธอยังคงดื้อที่จะรักเขาต่อไป ต่อมาจึงทราบจากเด็กนักเรียนว่าเขาไปเฝ้าผู้หญิงอีกคน เมื่อเธอถาม เขาก็ตอบอย่างหนักแน่นว่ามีแฟนแล้ว ทำให้เธออกหัก เธอรู้สึกไม่กล้าชอบใครอีก
หลังจากนั้นเป็นปี เขาก็กลับมาใหม่ คราวนี้เขามาจีบเธอ เพราะแฟนที่เขาไปเฝ้าได้แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว ในที่สุดเธอกับเขาก็ได้แต่งงานกัน แต่เขาไม่มีเงิน เธอจึงต้องใช้เงินตัวเองเป็นค่าสินสอดทั้งหมด ซึ่งตรงกับที่คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าแต่งแล้วจะลำบาก เธอคาดว่าเขาจะให้เธอเก็บเงิน แต่เขาไม่เคยให้เลย บางครั้งยังจะเอาเงินของเธอไปอีก เมื่อพูดเรื่องเงินก็จะทะเลาะกัน เขาจะพูดว่าอยู่กันด้วยใจ แต่ความจริงอยู่กันด้วยปัจจัย เธอต้องเสียค่าเช่าบ้านเองตลอด 2 ปี
เธอคิดหาวิธีให้เขารับผิดชอบ จึงเอาเงินตัวเอง 100,000 บาทไปดาวน์บ้านเพื่อให้เขาเป็นคนส่ง แต่สุดท้ายเธอก็ต้องเป็นคนส่งเอง ช่วงนั้นมีลูก 1 คน สามีไปทำงานเป็นผู้จัดการที่ราชบุรี เธอต้องกู้เงิน 300,000 บาทให้เขาไปลงทุน เธอว่าจ้างคนมาทำงานก็ถูกโกงเงินหลายครั้ง อีก 1 ปีต่อมา เงินบริษัทหายไปเป็นแสน หุ้นส่วนจึงให้สามีกลับกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินใช้หนี้ สามีต้องมาขับแท็กซี่ ระหว่างนั้นเธอกำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 สามีอยากวิ่งรถค้าของเก่า เธอก็ไปกู้เงินมาซื้อรถให้ หวังว่าเขาจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเธอต้องรับภาระใช้หนี้ 5-6 แสนบาท ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ เธอยอมทุกอย่างเพราะรักเขา แต่พอเขามีรถ เขากลับไปรับส่งผู้หญิงอื่น ซึ่งตรงกับที่คุณครูไม่ใหญ่บอกไว้ สุดท้ายเธอจำใจต้องเลิกกับเขา นอกจากไม่เห็นความดีของเธอแล้ว เขายังพูดซ้ำเติมว่าอยู่กับเธอมีแต่จะเป็นหนี้ เธอรู้สึกทั้งรักทั้งแค้นสุดขีด แต่ก็ยังหวังว่าสักวันเขาจะกลับมาคืนดี
หลังจากเลิกกันไป 3-4 เดือน มีคนแนะนำให้ไปหาหลวงปู่ที่สุรินทร์ ท่านทักว่าสามีโดนของ ผู้หญิงเอาประจำเดือนให้กิน บอกให้เอาเสื้อผ้ามาจะแก้ให้ เมื่อทราบว่าเขาถูกทำของ ความแค้นเปลี่ยนเป็นสงสาร เธอว่าจ้างนักสืบตามหาจนพบแต่เอาเสื้อผ้ามาไม่ได้ เธอไม่ละความพยายาม เดินทางไปเขมรอย่างยากลำบากหาหมอไสยศาสตร์เก่งๆ มาแก้ให้ หมอแก้ให้แล้วบอกให้โทรหา สามีจะยอมคุย และเขาก็พูดด้วยจริงๆ หลังจากนั้นเธอพยายามโทรหา นัดทานข้าวเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น เธอยังคงเฝ้าดูเขา เช่าแท็กซี่ไปแอบดูที่บ้านเพียงเพื่อให้เห็นว่าเขายังอยู่ดีมีความสุข แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็เริ่มคลายความรัก เพราะเวลาพบกันเขาจะโทษว่าเป็นความผิดของเธอ ที่สำคัญคือ เขายังพูดพาดพิงถึงวัดพระธรรมกายในทางไม่ดีเสมอ เธอจึงคิดว่าเสียเวลาที่จะรอผู้ชายคนนี้ เพราะเขาไม่เคยนำความชื่นใจมาให้ จึงค่อยๆ คลายความผูกพันและความรักที่มีต่อเขา จนมั่นใจว่าไม่มีเขาก็อยู่ได้
เธอทำงานหนักขึ้นสองเท่าเพื่อหาเงินใช้หนี้หลายแสน ถ้าอยู่คนเดียวจะไม่เป็นหนี้ มีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท แต่ก็ไม่เหลือเพราะหมดไปกับหนี้ บ้านที่ผ่อนไว้ก็ถูกยึดคืน สูญเงินเกือบล้าน เธออดทนใช้หนี้จนหมด หลังหมดหนี้ก็ผ่อนรถป้ายแดง คราวนี้สามีเริ่มมาหาบ่อยขึ้นเพราะเห็นรถใหม่ ต่อมาเขาตามมาวัด บอกว่าอยากกลับมาอยู่ด้วย แต่ตอนนี้เธอหมดรักแล้ว เธอจึงยื่นข้อเสนอว่าถ้าจะอยู่ด้วยต้องบวชที่วัดพระธรรมกายที่เขาเคยว่าในทางไม่ดี เขาตกลง หลังศึกออกมา เขาก็ไปรับลูกคนเล็กที่ฝากแม่และน้องสาวเลี้ยงกลับมาอยู่ด้วยกัน ต่อมามีคนทักว่าต้องแยกบ้านกันอยู่ถึงจะยืด ซึ่งก็เป็นจริง เพราะสามีไปเช่าห้องอยู่คนเดียว แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในบ้านเธอก็ยังต้องเป็นคนหามาใช้ เงินสามีพอแค่ค่า น้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูก เธอยังสังเกตว่า 2-3 ปีหลังสามีกลับมาอยู่ การงานการเงินก็เริ่มสะดุด ไม่ดีเหมือนตอนอยู่คนเดียว ตอนนี้เธอหวังแค่ให้เขาดูแลหัวใจกันบ้างก็พอ
ตอนนี้ผู้ส่งเคสตั้งใจจะไปอเมริกา กำลังทำเรื่องกู้เงิน ซึ่งสำเร็จแล้ว รอวันเดินทาง สาเหตุที่ไปคืออยากนำเงินมาทำบุญกับหลวงพ่ออย่างน้อย 1 ล้านบาท เพราะเคยทำได้แค่หลักแสน และอยากได้เงินมาซื้อบ้านให้ตัวเอง
เธอเล่าเรื่องลูกชายคนเล็กว่าพอตั้งท้องเขาก็เริ่มฐานะแย่ลง ตั้งแต่ในท้อง หากเธอหิวต้องรีบลงจากรถหาอะไรทานทันที ตอนคลอดไม่ถึงเดือน ถ้าป้อนนมช้า เขาจะงอน สะบัดหัวไม่กิน สักพักทนไม่ไหวจึงยอมกิน อายุ 6 เดือน เวลาเธอทำกับข้าวข้างล่าง เขาจะคลานออกมาร้องหา แม่คนอื่นอุ้มก็ไม่ยอม จะเอา้นกระแทกบันไดให้เธอขึ้นไปอุ้ม เธอรู้สึกว่าเขาเอาชนะเธอตั้งแต่ในท้องจนโต คิดไปเองว่าอดีตชาติอาจติดค้างอะไรกัน นิสัยและหน้าตาเขาเหมือนพ่อมาก และเข้ากับพ่อได้ดี ถึงอย่างนั้นลูกคนนี้ก็บวชให้แม่ 2 ครั้ง
คำถาม
- ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:
- กรรมใดทำให้พี่ชายถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ทำไมหลังเสียชีวิต 2 วันมาเข้าฝันถามพี่สาวเรื่องงานวันเกิด ตอนแม่หาร่างทรงพี่ชายเข้าจริงหรือ ไม่? ทำไมไปเกิดเป็นอสุรกาย? บุญใดช่วยให้ไปอยู่ดาวดึงส์? ปัจจุบันพี่ชายเป็นอย่างไร?
- การนำรูปญาติที่เสียชีวิตไปให้ผู้มีญาณช่วย เป็นบาปหรือไม่? จะแก้ไขบาปอย่างไร?
- กรรมใดทำให้ต้องแต่งงานกับสามีคนนี้ ทั้งที่ควรแคล้วคลาดตั้งแต่แรก? เคยเกี่ยวพันกันอย่างไรจึงรักเขาแรกเจอ?
- ทำไมจึงต้องเป็นทุกข์เพราะถูกเขานอกใจ? เขาถูกผู้หญิงคนนั้นทำคุณไสยใส่หรือไม่? เพราะเหตุใด?
- ทำไมจึงอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสามีไม่ได้ ต้องแยกบ้านถึงจะอยู่ยืด?
- ทำไมพึ่งพาสามีเรื่องเงินทองไม่ได้ แถมต้องลำบากใช้หนี้เพราะเขา? ทำไมเมื่อเขามีอยู่ด้วย การงานการเงินจึงไม่คล่องเหมือนตอนอยู่คนเดียว?
- วิบากกรรมใดทำให้มีรายได้มากแต่หมดไปกับการใช้หนี้ไม่รู้จบ ปัจจุบันยังต้องกู้เงินไปอเมริกา? ควรไปอเมริกาหรืออยู่ไทยดี? เพราะเหตุใด?
- พอSลูกชายคนเล็กเกิด ฐานะก็แย่ลง เขาเกี่ยวข้องกับตัวเธอและสามีอย่างไร? ทำไมหน้าตา/นิสัยเหมือนพ่อและเข้ากับพ่อได้ดี แต่กับตัวเธอทำไมนิสัยชอบเอาชนะมาตั้งแต่ในท้อง? (คุณครูไม่ใหญ่เสริมว่า ฟุ้งซ่านไปเองหรือเปล่า)
- ลูกชายคนเล็กเคยเกิดเป็นแม่ลูกกันมาหรือไม่?
- ตัวเธอ สามี และลูกชายทั้งสอง เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ผลการปฏิบัติธรรมของเธอและสามีเป็นอย่างไร?
- ทุกคนมาเกิดจากที่ไหน?
- การที่พาSลูกชายคนโตไปกราบคุณยายตอน 3 ขวบ แล้วคุณยายบอกฝากเลี้ยงไว้ก่อน หมายความว่าอย่างไร?
- ลูกชายทั้งสองจะได้บวชอุทิศชีวิตให้พระศาสนาตามที่ปรารถนาหรือไม่?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้ครับ/ค่ะ
เหตุใดคุณแม่จึงเป็นวัณโรค เสียชีวิตเร็ว ไปที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และมีข้อความถึงลูกบ้างหรือไม่
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:
คุณแม่เสียชีวิตเพราะเหตุใด ทำกรรมอะไรมาจึงตายทั้งกลม ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด และที่มาหาลูก 3 ครั้งจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด
คุณแม่ฝันเห็นหมู่ญาติหลังลูกสร้างพระให้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นกุศลนิมิต? ท่านทำได้หรือเห็นได้อย่างไร? ทำไมท่านลำบากวัยต้นแต่สบายวัยชรา? กรรมใดทำให้เป็นมะเร็ง? ท่านตายแล้วไปไหน? การอธิษฐานสร้างองค์พระให้ท่านทำตามหลักวิชชาหรือไม่? ก่อนทำบุญเสาแก้วที่ฝันเห็นบ้านไม้สีทองนั้นเป็นภพภูมิหรือไม่? หลังทำบุญเสาแก้วแล้ว บุญส่งผลให้ท่านไปภพภูมิที่สูงขึ้นหรือไม่? มีข้อความใดฝากมาหรือไม่?






