อัศจรรย์...ตะวันแก้ว ตอนที่ 1

ปรากฏการณ์มหาปีติ "อัศจรรย์...ตะวันแก้ว" ตัวอย่างของผู้ประสบกับเหตุการณ์อัศจรรย์ตะวันแก้ว ในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2541 คุณสุวรรณีอธิบายภาพที่เห็นขณะนั้นว่า เป็นมหัศจรรย์สวรรค์แท้ๆ ช่างเป็นภาพที่สวยงาม พูดอธิบายไม่ถูก แล้วเธอตั้งจิตอธิษฐาน https://dmc.tv/a15581

บทความธรรมะ Dhamma Articles > มหาปูชนียาจารย์ > อานุภาพมหาปูชนียาจารย์ > พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำฯ
[ 1 พ.ค. 2556 ] - [ ผู้อ่าน : 19540 ]

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำà¸<!-- WP_SPACEHOLDER -->าษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายของพระพุทธองค์ à¸žà¸£à¸°à¸¡à¸‡à¸„ลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำà¸<!-- WP_SPACEHOLDER -->าษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายของพระพุทธองค์พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำà¸<!-- WP_SPACEHOLDER -->าษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายของพระพุทธองค์

 

 
 "อัศจรรย์...ตะวันแก้ว"

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายของพระพุทธองค์
 
 
 
ปรากฏการณ์มหาปีติ "อัศจรรย์...ตะวันแก้ว"
 
มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าชาติใดภาษาใด จำเป็นต้องมีที่พึ่งทางจิตใจ เช่นศาสนา ลัทธิ ประเพณี หรือกฏระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย กติกาต่างๆ ที่สังคมตั้งขึ้น ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นที่ยึดเหนี่ยวในการดำรงชีวิตให้อยู่อย่างเป็นสุขในสังคมของตน ใครไม่มีความเชื่อในสิ่งใดๆ ให้ใจมีที่พึ่งเลย จะอยู่ในโลกนี้อย่างว้าเหว่เป็นทุกข์ จะใช้สิ่งใดเป็นที่พึ่งเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมก็ตาม สิ่งนั้นจะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ยึดเหนี่ยวได้ จำเป็นที่ผู้นั้นต้องมีความเชื่อ ความเลื่อมใส ในสิ่งที่ดีงามตามข้อกำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น
สำหรับชาวไทยเรา ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นความเชื่อความเลื่อมใสที่ประกอบด้วยปัญญา รู้ตามความเป็นจริง คือเชื่อในสิ่งที่เป็นไปตามนั้นจริงๆ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ เช่น เชื่อว่าเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม เป็นของมีอยู่จริง เชื่อว่าสัตว์ทั้งปวงมีกรรมเป็นของตน จะได้ดีได้ชั่ว เพราะตนทำกรรมเหล่านั้นไว้เองทั้งสิ้น และเชื่อในปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหล่านี้เป็นต้น
พุทธศาสนิกชนทุกคน มีความเชื่อในพระบริสุทธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระปัญญาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
1. พระบริสุทธิคุณ คือทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากอาสวกิเลศทั้งปวง อย่างหมดจด
2. พระกรุณาธิคุณ คือทรงปรารถนาให้เวไนยสัตว์ (สัตว์ที่พึงสอนได้) ทั้งปวง พ้นจากความทุกข์สิ้นเชิงตลอดไป
3. พระปัญญาธิคุณ คือทรงเป็นสัพพัญญู ตรัสรู้เห็นแจ่มแจ้งตามความจริงทุกสิ่งทุกประการ ไม่มีสิ่งใดที่ไม่รู้แจ้งด้วยพระปัญญาธิคุณนี้เอง ที่ทรงใช้เป็นกุศโลบายอบรมจิตใจ เหล่าเวไนยสัตว์ ให้หมดจากมิจฉาทิฏฐิ กลายเป็นสัมมาทิฏฐิขึ้นมา สัมมาทิฏฐินั้น เป็นองค์ประกอบใหญ่ ทำให้สามารถกำจัดอาสวกิเลสพ้นจากความทุกข์ในวัฏฏะ เลิกเวียนว่ายตายเกิด เหล่าสัตว์ทั้งหลายล้วนแตกต่างกันไป ตามระดับสติปัญญา ตามวาสนาบารมีที่เคยสร้างสมอบรมไว้ในภพชาติปางก่อนนับประมาณไม่ได้ ไม่มีใครเหมือนกันเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นบรมครูผู้ทรงปราดเปรื่องเรื่องการอบรมสั่งสอนผู้คน ทรงรู้วิธีสอนอย่างแตกฉานแจ่มแจ้งว่า ใครมีพื้นเพอัธยาศัย บุญเก่าใหม่ ความเชื่อที่ติดแน่นฝังใจต่างๆ ไม่เหมือนกันอย่างไร ใครรับการสั่งสอนอย่างใด จึงจะเป็นสัมมาทิฏฐิ ทำตามคำสั่งสอนได้
 
ด้วยเหตุนี้ในการประทานการสั่งสอนอบรม จึงมักทรงให้วิธีการอยู่ 3 ประการคือ
      1.สอนให้เข้าใจเหตุผลแท้จริงอย่างอัศจรรย์ ทำให้ผู้ฟังเชื่อถือ เลื่อมใส และปฏิบัติตามโดยเต็มใจ ได้ผลสำเร็จ
        2.สอนโดยแสดงให้ผู้ฟังทราบว่า ที่ตนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจนั้น ถูกหรือผิด ควรทำอย่างใด ทำให้ผู้ฟังเชื่อถือทำตาม
        3.สอนโดยแสดงฤทธิ์ให้เห็นเป็นอัศจรรย์ เพื่อให้ผู้พบเห็นมีความเชื่อมั่นในคำอบรมสั่งสอน เต็มใจกระทำตาม
         แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงยกย่องว่า การอบรมสั่งสอนอย่างแรก คือให้เข้าใจเหตุผลโดยแท้จริงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด แต่ในการปฏิบัติจริงสมัยพุทธกาล ทั้งพระองค์เองและเหล่าสาวกผู้มีความสามารถ ก็ทรงใช้วิธีการทั้งสามประการ เป็นอุบายกลับใจคนทำให้ได้รับผลสำเร็จทุกครั้ง
มาในปัจจุบัน วิธีดักใจคน และการแสดงฤทธิ์ ทำได้ยาก เพราะผู้กระทำต้องปฏิบัติธรรมได้รับผลสำเร็จเป็นปฏิเวธธรรมในระดับได้ฌาน ได้อภิญญา จึงสามารถกระทำได้ ดังนั้นการสั่งสอนผู้คนจึงนิยมอยู่วิธีเดียว คือพูดสอนให้เข้าใจได้คิดขึ้นมาเอง
เรื่องนี้น่าจะเป็นพุทธปรีชาญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงเห็นว่าในอนาคตภายภาคหน้า พระภิกษุสงฆ์ย่อมประพฤติย่อหย่อนในพระธรรมวินัย การบรรลุปฏิเวธธรรมจะน้อยลงเรื่อยๆ ไป การสั่งสอนด้วยอุบายพูดดักใจผู้ฟัง หรือการแสดงฤทธิ์แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็น จะไม่มีผู้ใดกระทำได้ จึงทรงแนะนำรับรองการสอนด้วยวิธีพูดให้ได้คิดเป็นวิธีที่ดีเยี่ยม ประเสริฐสุด การพูดสอนให้ผู้ฟังได้คิดและปฏิบัติตามนั้น ผู้สอนไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จขั้นสูงในการปฏิบัติธรรม หรือไม่ปฏิบัติเสียเลยก็ได้ ทำเพียงแต่ศึกษาเล่าเรียนภาคปริยัติธรรมตามตำหรับตำรา จำคำสอนเหล่านั้นมาพูดต่อ สอนต่อ ก็ได้รับผลสำเร็จด้วยดี และเป็นที่นิยมกันอยู่ทุกยุคทุกสมัยตลอดมา จนปัจจุบัน
         อีกประการหนึ่ง ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ตรัสรับรองว่า การพูดสอนเป็นวิธีที่ประเสริฐสุดแล้ว ผู้คนอาจไม่ยอมฟังพระภิกษุธรรมดาผู้ที่ยังปฏิบัติธรรมไม่ได้ผลก็ได้ ซึ่งจะทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมสูญเร็วยิ่งขึ้น


"อัศจรรย์...ตะวันแก้ว"
 
 
อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน พุทธศักราช 2541 ห่างจากสมัยพุทธกาลมานานเป็นพันๆ ปีอย่างนี้ พุทธศาสนิกชนอย่างเราสามารถได้พบเห็นปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้อีกครั้ง ควรนับว่าเป็นเรื่องโชคดีของผู้ได้พบ ไม่น่าถูกท้วงติงหาว่าเป็นคนงมงาย ไร้เหตุผล ของไม่มีจริงสร้างอุปาทานให้มีปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ มหัศจรรย์นั้น สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยพลังสมาธิ(Meditation)จิตของผู้มีความสามารถในการปฏิบัติธรรม ในระดับบรรลุอภิญญาจิต ซึ่งมีความสามารถพิเศษ 6 ประการ ห้าประการแรกเรียกว่า โลกียอภิญญา ซึ่งประกอบด้วย แสดงฤทธิ์ได้ มีหูทิพย์ ทายใจผู้อื่นได้ ระลึกชาติได้ มีตาทิพย์ ส่วนอภิญญาประการที่หกเป็นโลกุตรอภิญญา คือบรรลุญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป
เรื่องปาฏิหาริย์ คือการแสดงฤทธิ์นั้น เป็นเรื่องมีอยู่จริง สามารถพิสูจน์ได้ ตนเองพิสูจน์เองก็ได้ คนอื่นที่ปฏิบัติสำเร็จพิสูจน์ให้ดูก็ได้ ใครได้พบเห็นเหตุการณ์ประเภทนี้ ควรถือว่าเป็นบุญลาภของตน ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเต็มเปี่ยม ปราศจากความลังเลสงสัยใดๆ เป็นกำลังใจให้ตั้งมั่นแน่วแน่ในการปฏิบัติตามคำสอนเต็มความสามารถ
 
เพราะ ทราบแน่ชัดว่า มีตัวอย่างของผู้ปฏิบัติได้ให้เห็นอยู่ การกล่าวโจมตีของผู้ไม่รู้จริง จึงเป็นเพราะความไม่รู้ของเขาเอง แม้ผู้นั้นจะมีความรู้วิทยาการในทางโลกที่สมมติกันว่าสูงส่งเพียงใด แต่เมื่อไม่รู้ตามหลักธรรมคำสอนในศาสนาที่ตนเองอ้างว่านับถือเสียแล้ว ผู้นั้นจึงกลายเป็นคนความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด (จากอบายภูมิ) ไปโดยปริยาย 
ด้วยเหตุนี้ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของผู้คนที่มีสัมมาทิฏฐิทั้งปวง ให้เกิดมีศรัทธาเต็มเปี่ยมในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อมั่นแน่นแฟ้น ไม่มีความคลางแคลงสงสัยใดๆ มีกำลังใจในการปฏิบัติตาม เพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามคำสอนดังกล่าว ไม่มัวเสียเวลาลังเลสงสัยโต้แย้ง คณะผู้จัดพิมพ์หนังสืออานุภาพพระมหาสิริธาตุ จึงเห็นสมควรที่จะนำประสบการณ์ของผู้คนที่พบเหตุการณ์ปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ อันเป็นปฏิเวธธรรมระดับหนึ่งมาเล่าไว้ เป็นพยานหลักฐานยืนยัน ให้ผู้ไม่ได้เห็นด้วยตนเอง แต่เป็นผู้มีปัญญาได้ใคร่ครวญพิจารณาว่าควรเชื่อ แล้วตนเองจะได้ประโยชน์ คือมีกำลังใจปฏิบัติตามพระพุทโธวาท หรือจะปฏิเสธ เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ทำให้ขาดความศรัทธา กลายเป็นคนไม่มีที่พึ่งอะไรในชีวิตไป
 
 
อัศจรรย์ตะวันแก้ว
ภาพความปลื้มปีติของผู้มีบุญที่ได้ประสบกับเหตุกาณ์ตะวันแก้ว


ตัวอย่างของผู้ประสบกับเหตุการณ์อัศจรรย์ตะวันแก้ว

        คุณสุวรรณี จันทานนท์ เล่าว่า มีพระจากวัดพระธรรมกายรูปหนึ่งชื่อหลวงพี่สรรชัย ได้ชวนให้ทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานที่แกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์ จึงทำให้ตนเองได้มีโอกาสได้เห็นเหตุการณ์มหัศจรรย์ตะวันแก้วถึง 2 ครั้ง คือในวันที่ 6 กันยายนและวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2541
 
       ในวันที่ 6 กันยายน คุณสุวรรณีได้เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำองค์ใหญ่คลุมดวงอาทิตย์อยู่ ดวงอาทิตย์กระพริบได้ งามตาเหมือนประกายเพชรน้ำหนึ่งก็ไม่ปาน

       ส่วนวันที่ 11 ตุลาคม ได้มองเห็นดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าเป็น 2 ดวง ครู่หนึ่งก็เคลื่อนมาซ้อนเป็นดวงเดียวกัน แล้วเปล่งประกายกระพริบได้ และดวงอาทิตย์ก็หมุนไปมาเหมือนวงแหวน 2 วง แต่กระพริบอยู่ไม่นานเท่าวันที่ 6 กันยายน

       จากนั้นไม่นาน มีก้อนเมฆใหญ่มาบังดวงอาทิตย์ ทำให้เหลือแต่แสงสีทองอร่ามอยู่ทางด้านล่างลงมา แสงสีทองนั้นเป็นรูปร่างคล้ายกับโดมมหาธรรมกายเจดีย์ และมีภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในท่านั่งสมาธิ มือข้างขวายกขึ้นมาจีบ 2 นิ้วที่หน้าอก ที่นิ้วมือสองนิ้วนั้นเห็นชัดเจนว่าท่านถือดวงแก้วอยู่ด้วย
 
      คุณสุวรรณีอธิบายภาพที่เห็นขณะนั้นว่า เป็นมหัศจรรย์สวรรค์แท้ๆ ช่างเป็นภาพที่สวยงาม พูดอธิบายไม่ถูก แล้วเธอตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอให้มีทุนทรัพย์ให้มากพอที่จะช่วยร่วมสร้างมหาธรรมกายเจดีย์นี้ให้สำเร็จ และขอให้ไม่มีความย่อท้อที่จะเชิญชวนผู้คนให้มาร่วมทำบุญ ระหว่างทำการอธิษฐานจิต น้ำตาของเธอก็หลั่งไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นความปีติยินดีที่จะจดจำไว้ไม่รู้ลืมเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่พบเหตุการณ์มหัศจรรย์ในวันที่ 6 กันยายน

      จากนั้นเธอก็หันมามองบนมหาธรรมกายเจดีย์บริเวณที่พระภิกษุสามเณรนั่งอยู่ เธอมองเห็นพระภิกษุสามเณรเป็นสีชมพูหมดทุกรูป พอมองไปเหนือมหาธรรมกายเจดีย์ ทางด้านขวาเป็นเมฆสีขาวก้อนใหญ่ คุณสุวรรณีเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าเป็นคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ปรากฏภาพครึ่งตัว มีสไบสีทอง เหลืองอ่อนๆ พาดจากไหล่ซ้ายเฉียงลงมาด้านขวา อัศจรรย์จริงๆ คุณสุวรรณีถามพี่ๆ น้องๆ ที่มาด้วยกัน เห็นเหมือนกันทุกคน ต่างถามกันให้แน่ใจ ว่า "เห็นมั๊ย เห็นมั๊ย" ทุกคนก็ตอบว่า "เห็น เห็น คุณยายท่านก็มา ท่านมาให้เห็นครึ่งองค์ด้วย"

        ขณะเขียนเล่าเหตุการณ์อยู่นี้ คุณสุวรรณีกล่าวย้ำว่า ยังอิ่มใจอยู่ไม่รู้ลืม ไม่อยากให้ภาพที่ได้เห็นลบเลือนจากความทรงจำไป ขอให้จำได้ตลอดไปทั้งสองวัน และปรารถนาให้ได้เห็นอีกเรื่อยไป สิ่งที่เกิดทำให้ในใจของคุณสุวรรณีมีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคงหนักแน่น เกินจะหาคำพูดใดมาพูดเปรียบ รู้แต่เพียงว่า ผืนแผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก คำสอนในพระพุทธศาสนาเมื่อปฏิบัติแล้วได้ผลจริง พระภิกษุผู้ให้การสั่งสอนจนรู้แจ้งเห็นจริงตามคำสอนเหล่านั้นในยุคปัจจุบันยังมีอยู่ ช่างเป็นโชคดีวิเศษสุดของผู้คนที่ได้มาร่วมกันสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ และผู้มีโอกาสได้ฟังคำสั่งสอนและปฏิบัติตามซึ่งจะเป็นทางมาแห่งบุญอันมหาศาลแก่ตนเอง

       การเห็นปาฏิหาริย์ที่ได้ผ่านมา 2 - 3 ครั้งนั้น ในแต่ละครั้งแต่ละคน บ้างเห็นเหมือนกัน บ้างก็เห็นไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วเห็นเหมือนกันในเรื่องใหญ่ เช่น ดวงตะวันใสเหมือนดวงแก้วมองได้สบายตา กระพริบได้ หมุนได้ เคลื่อนไหวเข้าออกได้ หมุนรอบ และมีรัศมีสีแสงต่างๆ สาดประกายออกมา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่นรายคุณสุวรรณี หรือที่เล่าสู่กันฟังมาหลายรายนั้น เป็นด้วยความหยุดนิ่งของจิตใจเฉพาะตัว ใจของใครสงบ หยุดนิ่งได้สนิทมาก มีความเลื่อมใส ไม่ลังเลสงสัยว่า นั่นยิงเลเซอร์หรือเปล่า โดนสกดจิตหรือเปล่า อุปาทานไปเองหรือเปล่า ฯลฯ คนที่เชื่อมั่นเลื่อมใสว่า ผลการปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีอยู่จริง ย่อมสามารถเห็นรายละเอียดต่างๆ ได้อัศจรรย์ ตามระดับความหยุดนิ่งของใจ
ด้วยเหตุนี้ วิสัยของบัณฑิตนักปราชญ์ เมื่อต้องการพิสูจน์สิ่งใดด้วยตนเองว่าเป็นเรื่องจริงเรื่องเท็จเพียงใด ควรลงมือพิสูจน์ปฏิบัติให้เห็นด้วยตนเอง ไม่ควรใช้วิธีคาดเดา คิดเอาเอง จะกลายเป็นมิจฉาทิฏฐิไป ซึ่งเป็นผลเสียกับตัวเองในที่สุด
 
 
รับชมวิดีโอ
 

รับชมคลิปวิดีโออัศจรรย์ตะวันแก้ว
ชมวิดีโออัศจรรย์ตะวันแก้ว  MP3 ธรรมะอัศจรรย์ตะวันแก้ว   Download ธรรมะอัศจรรย์ตะวันแก้ว
 
หล่อหลวงปู่ทองคำ องค์ที่ 7
 
 
บทความที่เกี่ยวข้องกับอานุภาพหลวงปู่วัดปากน้ำ
 
 

 

http://goo.gl/gppFJ


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      พิธีหล่อรูปเหมือนทองคำคุณยายฯ เพื่อประดิษฐาน ณ อาคาร 100 ปี
      ขอเรียนเชิญร่วมตอกเสาเข็มสถาปนาอนุสรณ์สถานบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559
      ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 5 วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559