ภาษาบาลีและสันสกฤตมีความสำคัญอย่างไร

ภาษาไทย แม้จะเป็นภาษาคนละตระกูลกับภาษาบาลีและสันสกฤต แต่ก็รับเอาคำบาลีและสันสกฤตมาใช้ในภาษาไทยไม่น้อย อาจกล่าวได้ว่ามากกว่าภาษาอื่นๆ ที่นำมาใช้ในภาษาไทยในปัจจุบัน เช่น ภาษาอังกฤษ https://dmc.tv/a9946

บทความธรรมะ Dhamma Articles > Review รายการ DMC
[ 26 ม.ค. 2554 ] - [ ผู้อ่าน : 57216 ]

ประโยชน์ของภาษาบาลีและสันสกฤต

ภาษาบาลีและสันสกฤตมีความสำคัญอย่างไร 


บาลี
                                                            
      สักวาบาลีที่เลิศล้ำ         ช่วยหนุนนำชีวิตพระศาสนา       
เป็นคำสอนขององค์พระสัมมา    ที่จะพาเราไปสู่นิพพาน            
อันวิชาบาลีนี้ดีเลิศ            สุดประเสริฐให้เราได้สืบสาน     
เพราะวิชาความรู้ครูอาจารย์      ช่วยผสานทุกข์ภัยให้หายเอย 
เขียนโดย สณ.ฐานะ ตาคำ และ สณ.กิตติพงศ์ ทรงคาศรี ชั้น ม.2/2
 
     ภาษาบาลีและสันสกฤต เป็นภาษาในตระกูลเดียวกันคือตระกูลอินโด-ยุโรป (Indo-European) ภาษาในกลุ่มนี้ เป็นภาษาที่มีวิภัตติปัจจัย หมายความว่าคำทุกคำ (ยกเว้นจำพวกอัพยยศัพท์) ไม่ว่าจะเป็นคำนามหรือคำกริยา ล้วนแต่มีรากศัพท์ หรือผ่านการประกอบรูปศัพท์ทั้งสิ้น ไม่ใช่จะสำเร็จเป็นคำศัพท์เลยทีเดียว และเมื่อจะนำไปใช้จะต้องมีการแจกรูปเสียก่อน เพื่อทำหน้าที่ต่างๆ ในประโยคเช่น เป็นประธาน เป็นกรรม เป็นต้น
         
     ภาษาไทย แม้จะเป็นภาษาคนละตระกูลกับภาษาบาลีและสันสกฤต แต่ก็รับเอาคำบาลีและสันสกฤตมาใช้ในภาษาไทยไม่น้อย อาจกล่าวได้ว่ามากกว่าภาษาอื่นๆ ที่นำมาใช้ในภาษาไทยในปัจจุบัน เช่น ภาษาอังกฤษ แต่เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยแล้ว ก็มีการเปลี่ยนรูป เปลี่ยนเสียง เปลี่ยนความหมาย ฯลฯ หรือที่เรียกว่าการกลายรูป กลายเสียง กลายความหมาย ฯลฯ นั่นเอง

ภาษาบาลี 

     ปัจจุบันภาษาบาลีและสันสกฤตมีอิทธิพลต่อภาษาไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาษาไทยรับเอาคำภาษาทั้งสองนี้มาใช้เป็นจำนวนมาก ดังกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งแน่นอนว่าการจะศึกษาภาษาไทยให้ได้ดีนั้น จำเป็นจะต้องศึกษาภาษาทั้งสองนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเข้าใจภาษาทั้งสองอย่างดี จนสิ้นข้อเคลือบแคลงสงสัย ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาภาษาไทยอย่างมากมายมหาศาล ประโยชน์ของภาษาบาลีและสันสกฤตพอสรุปได้ดังนี้

1. ทำให้เข้าใจความหมายของคำต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

1.1 คำราชาศัพท์ ในภาษาไทยเรามีคำราชาศัพท์ที่เป็นคำบาลีและสันสกฤตจำนวนไม่น้อย  เช่น

พระเนตร หมายถึง ดวงตา (บาลี เนตฺต, สันสกฤต เนตฺร)
พระกรรณ หมายถึง หู (บาลี กณฺณ, สันสกฤต กรฺณ)
พระทนต์ หมายถึง ฟัน (บาลี ทนฺต, สันสกฤต ทนฺต)
พระบาท หมายถึง เท้า (บาลี ปาท, สันสกฤต ปาท)
พระพาหา หมายถึง แขน (บาลี พาหา, สันสกฤต พาหา)
พระเศียร หมายถึง หัว (บาลี สิร, สันสกฤต ศิรสฺ)

1.2 ชื่อจังหวัด อำเภอ ฯลฯ ในประเทศไทย เช่น

อุบลราชธานี แปลว่า เมืองดอกบัวหลวง แยกเป็น อุบล (ดอกบัว) + ราช (พระราชา, หลวง) + ธานี (เมือง)
บุรีรัมย์ แปลว่า เมืองที่น่ายินดี แยกเป็น บุรี (เมือง) + รัมย์ (น่ายินดี, อันเขาพึงยินดี)
ปทุมธานี แปลว่า เมืองแห่งดอกบัว แยกเป็น ปทุม (ดอกบัว) + ธานี (เมือง)

1.3 ชื่อ - นามสกุลของคน  เช่น

กุลสตรี แปลว่า สตรีของตระกูล แยกเป็น กุล (ตระกูล, สกุล) + สตรี (สตรี, ผู้หญิง)
กัญญารัตน์ แปลว่า นางแก้ว, แก้วคือหญิงสาว แยกเป็น กัญญา (หญิงสาว) + รัตน์ (แก้ว, รัตนะ)
ตุงคมณี แปลว่า มณีชั้นสูง แยกเป็น ตุงค (สูง, สูงส่ง) + มณี (มณี)

1.4 ชื่อมหาวิทยาลัย สถานที่ วัด  เช่น

เกษตรศาสตร์ แปลว่า ศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเกษตร แยกเป็น เกษตร (เกษตร, ที่นา) + ศาสตร์ (ศาสตร์, ความรู้)
เทพหัสดิน แปลว่า ช้างของเทพ (หรือ เทพแห่งช้าง) แยกเป็น เทพ (เทพ) + หัสดิน (ช้าง)
ราชมังคลากีฬาสถาน แปลว่า ที่สำหรับเล่นอันเป็นมงคลของพระราชา แยกเป็น ราช (พระราชา) + มังคลา (เป็นมงคล) + กีฬา (กีฬา, การเล่น) + สถาน (สถาน, ที่)

1.5 ชื่อเดือนทั้ง 12  เช่น

มกราคม แปลว่า (เดือน) เป็นที่มาของกลุ่มดาวที่มีรูปร่างคล้ายมังกร แยกเป็น มกร (มังกร) + อาคม (เป็นที่มา)
กุมภาพันธ์ แปลว่า (เดือน) ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวที่มีรูปร่างคล้ายหม้อ แยกเป็น กุมภ (หม้อ) + อาพันธ์ (เกี่ยวข้อง)
มีนาคม แปลว่า (เดือน) เป็นที่มาของกลุ่มดาวที่มีรูปร่างคล้ายปลา แยกเป็น มีน (ปลา) + อาคม (เป็นที่มา)

1.6 คำที่ใช้ในบทร้อยกรอง (โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน)  เช่น

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติที่วางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ฯ

1.7 คำทั่วไป  เช่น

ราตรี แปลว่า กลางคืน (บาลี รตฺติ, สันสกฤต ราตฺริ,ราตฺรี)
ไปรณีษย์ แปลว่า ของที่ควรส่งไป (บาลี เปสนีย, สันสกฤต ไปฺรษณีย)
เกษียณ แปลว่า สิ้นไป (บาลี ขีณ, สันสกฤต กฺษีณ)

2. ใช้หรือประกอบคำภาษาบาลีและสันสกฤตได้ถูกต้อง  เช่น

อานิสงส์ แปลว่า ผลหรือประโยชน์ที่ได้ (บาลี อานิสํส, (สันสกฤต อาจประกอบเป็น อานิศํส)) ผู้ที่ไม่รู้อาจใช้ผิดเป็น อานิสงฆ์ เพราะไปเทียบผิดกับคำว่า สงฆ์ (พระสงฆ์)

ภาษาบาลี

3. ช่วยให้เรียนภาษาไทยหรือไวยากรณ์ไทยได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่เรียนภาษาบาลีและสันสกฤตมาก่อนนั้น เมื่อไปศึกษาภาษาไทย จะช่วยให้เรียนรู้ได้ง่าย

4. ช่วยให้สามารถใช้คำภาษาบาลีและสันสกฤตได้อย่างไพเราะสละสลวย ทั้งในบทร้อยกรองและร้อยแก้ว ข้อนี้เราสังเกตเห็นว่าในการแต่งร้อยกรองและเขียนร้อยแก้วก็ตาม ถ้าเราใช้คำภาษาบาลีและสันกฤตแล้ว จะมีความไพเราะสละสลวยมากกว่าที่จะใช้คำในภาษาไทย แม้ในบทร้อยแก้วทั่วๆไปก็เช่นกัน
 
     ดังนั้นหากขาดคำภาษาบาลีและสันสกฤตแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะทำให้ภาษาไทยขาดรสชาติ ขาดความหนักแน่น ไม่สละสลวย และไม่กระชับรัดกุม



http://goo.gl/IGwpl


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      พระพุทธศาสนากับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
      วันวาเลนไทน์ Valentine’s Day ประวัติและธรรมเนียมปฏิบัติในวันวาเลนไทน์
      ทุกข์โทษภัยของวจีกรรม
      นกน้อยผู้มีจิตเลื่อมใส
      ทำถูกหลักวิชชา นำพาสู่สวรรค์
      Affiliate Marketing ทำอย่างไร
      อารมณ์กับการเกิดโรค
      ฝึกเด็กอย่างไรโตไปไม่โกง
      เศรษฐกิจฐานชีวภาพ
      ล้มแล้วลุก ข้อคิดดีๆ ในการแก้ปัญหาชีวิต
      สรรเสริญพุทธคุณ บุญส่งถึงนิพพาน
      เลิกราอย่างเข้าใจ
      วันมาฆบูชา 2561 ประวัติความสำคัญ กิจกรรมวันมาฆบูชา