ลูกรู้ว่า สามีมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งซึ่งเก็บไว้ด้วยความรัก ตั้งใจจะเอาไว้ให้ลูกไปซื้อรถยนต์คันแรก แต่ลูกอยากให้เขาได้ทำบุญ ได้ปลื้ม เพราะชีวิตเราลำบากมาด้วยกัน ถ้าจะสบายไปสวรรค์ ไปดุสิตบุรี ก็อยากไปอยู่ด้วยกัน ลูกคิดว่า รถเราจะซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ ซื้อแบบผ่อนก็ได้ ไม่ต้องซื้อเป็นเงินสด แต่บุญใหญ่ครั้งนี้สิ ถ้าเราไม่รีบทำแบบสุดๆตอนนี้ มันก็จะไม่ปลื้ม เราก็จะอดบุญ
มโหสถใช้เวลาครุ่นคิดเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก็สามารถที่จะเฉลยคำตอบในทันทีว่า “เรื่องนี้ไม่ยากดอก อย่าเดือดเนื้อร้อนใจไปเลย เพราะอันที่จริง โคมงคลที่พระราชาตรัสถามถึง ทรงหมายเอาไก่สีขาวปลอดนั่นเอง เพราะตามธรรมดา ไก่ย่อมมีเขาที่เท้าคือเดือย มีโหนกที่ศีรษะคือหงอน และขันวันละ ๓ เวลาเป็นปกติ ฉะนั้น ท่านจงทำตามคำของเราก็แล้วกัน”
นับแต่นั้นมา พระเจ้าวิเทหราชก็ได้ผูกปัญหาส่งไปทดสอบชาวปาจีนยวมัชฌคามอย่างต่อเนื่องมิ ได้ขาด ทั้งนี้ทรงมีพระราชประสงค์จะวัดปัญญานุภาพของมโหสถบัณฑิตแต่เพียงผู้เดียว เท่านั้น แต่ครั้นจะทรงส่งปัญหาไปถึงมโหสถโดยตรง ก็เกรงว่าจะเป็นการจำเพาะเจาะจงจนเกินไป ดังนั้น จึงได้มอบให้เป็นภาระของชาวปาจีนยวมัชฌคามทุกคนที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่นับวันปัญหานั้นก็จะยิ่งทวีความยากขึ้นไปเรื่อยๆ
ในช่วงชีวิตนี้ คิดว่าที่เราได้ทำบุญแบบคุ้มสุด ก็ตอนมาวัดพระธรรมกาย วันคุ้มครองโลก 22 เมษายน ปีนี้ เพราะมาครั้งเดียวได้ทำบุญสองหมื่นวัด เพราะฉะนั้นลูกจึงปลื้มมาก คิดว่า เราคงทำบุญมาหลายชาติแล้ว จึงได้มีโอกาสมาทำบุญอย่างนี้ จากนั้นก็มีอีก คือ วันวิสาขบูชา, ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน ในวันครูธรรมกายที่ผ่านมา ลูกได้เห็นภาพคนมาทำบุญเยอะๆแล้ว มีความสุขมากค่ะ
ตอนเจอ เลส-ขะ ครั้งแรกสุด ผิวของเขาก็ดูดำขลับเหมือนมาไซคนอื่นๆ แต่หลังจาก เลส-ขะ เห็นองค์พระ และนั่งสมาธิต่อเนื่องทุกวัน พอมาเจออีก ก็รู้สึกหน้านวลขึ้น หน้าตาดูแจ่มใสกว่าแต่ก่อน ตอนเจอแรกๆดำ ตอนนี้ดำจางลง เลส-ขะ บอกว่า ตั้งแต่นั่งสมาธิแล้ว เวลาเขาเดินไปไหนมาไหน รู้สึกเดินสบายขึ้นกว่าเดิม
ปี พ.ศ.2506 หลังจากรัฐบาลที่นำโดยนายโงดินห์เดียม (ซึ่งนับถือคริสต์ และกดขี่ชาวพุทธอย่างรุนแรง) พ้นจากอำนาจแล้ว ระยะนั้น เวียดนามใต้ มีวัด 4,766วัด ในจำนวนนั้นเป็นวัดเถรวาท 400กว่าวัด พระภิกษุเถรวาทกว่า 300รูป ส่วนใหญ่มีเชื้อสายเขมร โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ วัดเชตวัน กรุงโฮจิมินห์ ซิตี้ (ไซ่ง่อน
นึกถึงมาไซ ที่อยู่ในบ้านโครงไม้แล้วมีมูลวัวมาปะแห้ง ส่งกลิ่นให้ผู้มาเยือนต้องผงะ ภายในบ้านก็ปูด้วยมูลวัวเอามาทำเป็นแผ่นๆ ปูเป็นพื้น และมีแหล่งน้ำไกลบ้านต้องเดินเท้าถึงหนึ่งวัน ไม่มีไฟฟ้า อยู่ท่ามกลางดงสิงโต และโรคภัยไข้เจ็บมากมายที่มีในป่า และกว่ามาไซจะได้เงินมาแต่ละ ชิลลิ่ง ก็ลำบาก 5ปีถึงได้เงินครั้งหนึ่ง 5ปีถึงมีอาหารกินอิ่ม
พระพุทธศาสนา ได้รับผลกระทบจากสภาพความวุ่นวายทางการเมืองและสงครามเรื่อยมา สถาบันศาสนาก็ถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม จนเป็นเหตุของการสร้างความตกตะลึงให้ชาวโลก ในปี พ.ศ.2506 มีพระภิกษุและแม่ชีในเวียดนาม เผาตัวเองประท้วงฝ่ายปกครอง
ชาวเวียดนาม มักไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ พวกเขาจะหาอะไรทำตลอดเวลา ชีวิตที่ลำบาก ยากจนขนาดกินมันต่างข้าวในสมัยสงคราม หล่อหลอมให้ต้องอดทนและทำงานหนัก...แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่เคยมองข้ามการศึกษา นักเรียนทุกคนเรียนฟรี โดยภาครัฐ จะบังคับให้นักเรียนในชนบทต้องเรียนจนจบ ม.ต้น ส่วนนักเรียนในเมืองต้องจบ ม.ปลาย มีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วประเทศถึง 200แห่ง
การเปิดศูนย์ในครั้งนี้ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตะลึง เมื่อชาวไทยในไซปรัสได้มีโอกาสเห็นพระภิกษุองค์จริงๆในผ้ากาสาวพัสตร์เหลืองอร่าม ทันทีที่คณะพระภิกษุเดินลงจากเครื่องบิน พร้อมกับเสียงสาธุการของชาวพุทธที่ไปรอรับ ทันใดนั้นแสงแฟลช จากกล้องถ่ายรูปก็วิบวับ รับกับจีวร เจ้าหน้าที่ของสนามบินออกมารุมขอถ่ายรูป ผู้คนแถวนั้นแตกตื่นกันมาก ราวกับพระท่านเป็นดาราดัง
ในสมัยที่พระองค์เสวยพระชาติเป็นช้างเผือก ที่มีความ กตัญญู มีบริวารถึง ๑๐๐,๐๐๐ เชือก สามารถปกครองช้างทั้งหมดให้อยู่กันอย่างมีความสุข มารดาของท่านตาบอด ไม่สะดวกในการหาอาหารด้วยตนเอง ในคืนวันหนึ่ง พญาช้างโพธิสัตว์จึงพามารดาไปอยู่ในถ้ำที่เชิงเขาตามลำพัง คอยหาน้ำ หาอาหารมาเลี้ยงดูแลท่านด้วยความกตัญญู
นักปราชญ์ได้กล่าวถึงพระคุณของพ่อแม่ว่า มีมากเกินกว่าที่จะพรรณนาให้หมดสิ้นได้ และเป็นการยากที่จะทดแทนพระคุณของท่านได้หมด เพราะนอกจากจะกตัญญูรู้คุณ และตอบแทนพระคุณแล้ว เรายังต้องประกาศคุณความดีของท่าน ด้วยการทำตนให้เป็นคนดี หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม ให้กาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ ดังเช่นการตอบแทนพระีุคุณโยมแม่ของพระสารีบุตร
แล้วอยู่ๆเสียงพิธีกรงานบวชก็ดังขึ้น ผมลืมตาขึ้นพร้อมกับน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมา ผมรีบเช็ดน้ำตาเพราะอายสาธุชน ผมปลื้มมาก ปีติมาก อย่างบอกไม่ถูก ปลื้มมากที่การบวชครั้งนี้ ผมได้เป็นเนื้อนาบุญให้โยมพ่อ โยมแม่และญาติโยมสาธุชน ทุกย่างก้าวของผม คือ การจรดใจไว้ที่กลางท้อง และกลางองค์พระ
วันหนึ่ง พระภิกษุผู้เป็นบุตรเศรษฐีได้ข่าวจากเพื่อนภิกษุอาคันตุกะว่า โยมพ่อโยมแม่ของท่านกำลังลำบากต้องขอทานเขากิน ท่านรู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างจับใจ ประกอบกับช่วงนั้นท่านรู้สึกท้อแท้เพราะผลการปฏิบัติธรรมที่ไม่ก้าวหน้า จึงคิดอยากสึกออกไปเป็นคฤหัสถ์ เพื่อเลี้ยงดูมารดาบิดา