ในวันอาทิตย์ ผมได้นั่งสมาธิกับหลวงพ่อผ่าน DMC ผมนั่งวางใจตามเสียงหลวงพ่อไปเรื่อยๆ ตอนนั้นใจนิ่งมาก ผมก็เห็นว่ามีดวงกลมๆขนาดเท่ากับหัวไม้ขีดไฟ ลอยอยู่ในกลางท้องของผม
สามีของลูกจึงมากราบขอบารมีคุณยายอาจารย์ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ซึ่งเขาก็ได้เล่าอาการทุกอย่างให้คุณยายฟัง และท่านก็นั่งเข้าที่ให้ทันที แล้วก็พูดว่า “มีอยู่ชาติหนึ่งลูกเกิดเป็นผู้ชาย ชอบไปทำลายรังสัตว์ ตีรังสัตว์ ด้วยกรรมนี้ ส่งผลให้ชาตินี้กลายมาเป็นรังสัตว์ ต้องผ่าตัดอย่างทรมานเช่นนี้” ตอนนั้นท่านก็รับปากจะช่วยให้
“ คุณยายคะ..ช่วงนี้โรงพักวุ่นวายจังเลยค่ะ ตาแป๊ะ ที่เฝ้าโรงเจคลอง 7 แกหายสาบสูญไปไหนไม่มีใครทราบ หากันหลายวันแล้วไม่เจอ ญาติพี่น้องก็ไม่รู้แกหายไปไหน...”
นับตั้งแต่สร้างบ้านแป้งมากว่า 170ปี บัดนี้ ได้เกิดภาพแห่งความมหัศจรรย์แห่งศรัทธาของสาธุชนจากทั่วทุกสารทิศ ที่เดินทางไปร่วมงานตักบาตรที่บ้านแป้งกันเนืองแน่นขนัด จนแทบจะไม่มีแม้แต่ทางเดิน แน่นจนล้นตั้งแต่หน้าวัดกลางธนรินทร์ไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ทุกตารางเมตรล้วนเต็มไปด้วยผู้มีบุญที่แต่งชุดขาวพร้อมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอิ่มเอิบปีติด้วยบุญ
ในขณะที่เรากำลังเตรียมและจัดงานวิสาขบูชาอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น ก็พบเรื่องราวอัศจรรย์เกิดขึ้นหลายประการ เป็นประจักษ์พยานถึงความสำคัญของวันนี้ ที่มีต่อพุทธศาสนิกชนชาวมองโกเลียและชาวโลก
หากลูกใช้เวลาหาทรัพย์หรือใช้เวลากับ Idea ความคิดที่จะทำ โดยไม่ลงมือ I do คือทำสักที สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความเสียดายและเสียใจไปตลอดชีวิตแน่นอน เพราะบุญใหญ่สร้างพระนี้คุณแม่อาจได้เพียงแค่อนุโมทนา ไม่ได้มีโอกาสจะถวายด้วยมือได้ปลื้มใจด้วยด้วยตัวของท่านเอง”
การสัมภาษณ์พิเศษแบ่งปันประสบการณ์ Lovely Love ของ “คุณสุวิทย์ – คุณศศินา – ด.ช.พอเพียง วิมุตตานนท์” ซึ่งมายืนยันว่า "สมาธิและบุญ" นั้น สามารถหยุดยั้งความไม่เข้าใจในชีวิตคู่ ทุเลาความหดหู่ อับเฉาและอบอ้าวในครอบครัว ให้กลายเป็นความสดใสอบอุ่นได้อย่างฉับพลันทันตาเห็น
เธอเกิดมามีชีวิตที่แสนลำบาก...พ่อแม่ไม่ต้องการเพราะมีลูกมากแล้ว...พี่น้องก็ไม่รัก หนำซ้ำยังเอาเปรียบและรังแกอีกด้วย...แต่ด้วยจิตใจของยอดนักสร้างบารมี เธอไม่เคยย่อท้อในการทำบุญ นำเงินก้อนเดียวในชีวิตที่หามาได้ด้วยความลำบาก สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว และยังเก็บเงินสร้างองค์พระให้กับพ่อแม่อีกด้วย...นอกจากนี้เธอยังทำหน้าที่เป็นผู้นำบุญ สร้างองค์พระอีกหลายองค์
สุวโปดกรู้ว่า ถึงอย่างไรนางก็จะไม่ยอมบอกตนง่ายๆ จึงได้ใช้ไม้ตายสุดท้ายเพื่อให้นางยอมจำนน “เอาเถอะ พี่เชื่อที่น้องพูด แต่จะพิสูจน์ด้วยการกระทำของน้อง น้องก็รู้นี่ว่า ธรรมดาคู่รักกัน ไม่ควรมีความลับต่อกัน ต่างฝ่ายจึงจะมั่นใจได้ว่า ผู้ที่ตนรักมีความซื่อสัตย์ต่อกันจริง แต่ในเมื่อน้องไม่ยอมบอกความลับแก่พี่ การเป็นสามีภรรยาของเราจะมีความหมายอะไร”