ขณะที่กำลังเสด็จผ่านต้นมะเดื่อนั้น ท้าวเธอก็ทรงทอดพระเนตรเห็นนางนั่งอยู่ลำพังผู้เดียวบนคาคบต้นมะเดื่อ จึงทรงขอเหนี่ยวพระคชาธารให้หยุดรอ ขณะที่เหล่าข้าราชบริพารที่เหลือ ต่างพากันจ้องมองนางอย่างไม่กระพริบตา
ธรรมดาว่าคู่หนุ่มสาวเมื่อร่วมเดินทางย่อมสนทนา ปราศรัย ชี้ชวนกันชมนกชมไม้เพื่อบรรเทาความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หนทางที่ว่าไกลก็จะเป็นเหมือนใกล้เพราะมีคนรู้ใจเป็นสหายร่วมทาง แต่สำหรับปิงคุตตระแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เขากลับพยายามเร่งก้าวเดินเพื่อจะให้ถึงมิถิลานครโดยเร็ว จนทิ้งห่างนางไป
ทรงดำริพลาง มีพระดำรัสถามว่า “พ่อมโหสถ เธอจำกิ้งก่าตัวนี้ได้ไหมเล่า” “จำได้อย่างแน่นอนพระเจ้าข้า” มโหสถทูลตอบ “เธอดูซิ ประหลาดไหมเล่า เจ้ากิ้งก่าตัวนี้ เมื่อก่อนพอมันเห็นเรา ก็วิ่งลงมาซบแทบพื้นดิน ครั้งนั้นเธอเคยบอกเราว่ามันแสดงความเคารพเรา แต่มาวันนี้ ทำไมดูมันช่างกระด้างกระเดื่องเช่นนั้น เธอทราบหรือไม่ว่า เพราะเหตุอันใด มันจึงยังคงเกาะนิ่ง เชิดหัวชูคออยู่เช่นนั้น”
เรื่องราวของนายโคฬกาฬ ที่่ทั้งเีตี้ยและดำ แต่เขากลับได้ภรรยาที่่สวยงดงาม ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับดิน ด้วยความพยายามยอมมอบกายถวายตัวให้กับบิดามารดาของนาง สุดแต่เขาจะใช้สอย งานหนักก็เอางานเบาก็สู้ ทำเต็มที่เต็มหัวใจ ไม่มีบ่ายเบี่ยงหรือเกี่ยงงาน
ผู้หญิงคนหนึ่ง มีชีวิตครอบครัวที่แตกร้าว สามีแยกทางไปมีภรรยาใหม่ ปล่อยให้เธอดูแลลูกๆ 3คน แต่เพียงลำพัง เธอเลี้ยงดูลูกทั้งสาม ด้วยการถือหลักการทำตัวอย่างให้ลูกเห็น เช่น ไม่พูดโกหก มีสัจจะ อยู่ในศีลห้า และตอบสนองในสิ่งที่ลูกขอ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปอย่างที่เธอหวัง ลูกสาวคนโตดูเหมือนจะรักพ่อมากกว่า ส่วนลูกชายคนที่สอง ตำหนิเธอว่า เข้มแข็งเกินความเป็นหญิง ไม่มีความเป็นแม่ ขาดความอ่อนโยน อ่อนหวาน และที่สำคัญที่สุดคือ ควบคุมเขามากเกินไป...คงมีแต่ลูกสาวคนเล็กที่ดูจะติดแม่ เพราะพ่อจากไปตั้งแต่เธออายุเพียง 6ปี...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันฝันวิทยา
ผู้หญิงคนหนึ่ง มีชีวิตครอบครัวที่แตกร้าว สามีแยกทางไปมีภรรยาใหม่ ปล่อยให้เธอดูแลลูกๆ 3 คน แต่เพียงลำพัง เธอเลี้ยงดูลูกทั้งสาม ด้วยการถือหลักการทำตัวอย่างให้ลูกเห็น เช่น ไม่พูดโกหก มีสัจจะ อยู่ในศีลห้า และตอบสนองในสิ่งที่ลูกขอ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปอย่างที่เธอหวัง ลูกสาวคนโตดูเหมือนจะรักพ่อมากกว่า ส่วนลูกชายคนที่สอง ตำหนิเธอว่า เข้มแข็งเกินความเป็นหญิง ไม่มีความเป็นแม่ ขาดความอ่อนโยน อ่อนหวาน และที่สำคัญที่สุดคือ ควบคุมเขามากเกินไป...คงมีแต่ลูกสาวคนเล็กที่ดูจะติดแม่ เพราะพ่อจากไปตั้งแต่เธออายุเพียง 6 ปี...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันฝันวิทยา...
ด้วยเดชแห่งศีลและพรหมจรรย์ของคนทั้งสอง ได้บันดาลให้ภพแห่งท้าวสักกะเกิดอาการเร่าร้อนขึ้น พระองค์จึงตรัสเรียกวิสสุกรรมเทพบุตรมา แล้วรับสั่งให้วิสสุกรรมเทพบุตรไปเนรมิตบรรณศาลาและบรรพชิตบริขารเพื่อบุคคลทั้งสอง