ด้วยหัวใจยอดกัลยาณมิตร ปรารถนาที่จะให้ฤๅษีหักห้ามความเศร้าโศกให้ได้ จึงตรัสว่า "สัตว์ทั้งหลายมีมากมายที่ร้องไห้ถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่ท่านรู้ไหม การร้องไห้เศร้าโศกนั้น สัตบุรุษกล่าวว่า เป็นโมฆะของชีวิต ทำให้ชีวิตและจิตใจมัวหมอง หากท่านปรารถนาที่จะให้ใจผ่องใส จงหักห้ามความโศกเถิด"
การจะนำกุลสตรีผู้สมบูรณ์ ด้วยสติปัญญา และมารยาทอันงดงามเข้าสู่เรือนในฐานะภรรยาของตนในสภาพที่ไม่มีใครรู้จักเลย นั้น เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง จำเป็นที่จะทำเกียรติคุณของนางให้ปรากฏ และรายงานให้พระนางอุทุมพรเทวีทรงทราบเสียก่อน แล้วจึงค่อยนำนางเข้าเรือนด้วยเกียรติยศอันสูงส่งจึงจะเป็นการเหมาะสม
สักครู่ก็เห็นดวงใสๆ กลมๆ เล็กมากเท่าปลายนิ้วก้อย ปรากฏขึ้นมา พอน้อมใจลงตรงกลางดวงเล็กๆ นั้น ก็เห็นเกตุดอกบัวตูมเล็กๆผุดขึ้นมาตรงกลาง แล้วองค์พระก็ขยายขึ้นจนเต็มองค์ เอาใจจรดตรงกลางองค์พระต่อไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ใจก็ดิ่งลงอย่างเร็วพร้อมกับเห็นองค์พระเกิดขึ้นอีก องค์แล้วองค์เล่า
เมื่อสิ้นเสียงของนางเทพธิดาพสุนทรี เหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ก็พลันบังเกิดขึ้นพร้อมกันถึง 4 อย่างคือ ความเจ็บป่วยของสุวรรณสามพระโพธิสัตว์ได้คลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง แม้รอยแผลอันเกิดจากการถูกยิงก็กลับเลือนหายไปไม่ปรากฏรอยแผลใดๆเลย
ฤษิณีผู้เป็นมารดา ได้ยกเท้าทั้งสองขึ้นกอดไว้แนบอก แล้วพร่ำรำพันอยู่ว่า “โธ่ พ่อสามะของแม่ เจ้าต้องมานอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ดุจดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงสู่ผืนดินเสียแล้ว โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย...พ่อสามะผู้งดงามของแม่ เจ้ามาหลับใหลเหมือนคนเมาสุราไม่ยอมลุกขึ้นสักที เจ้าขัดเคืองใครหรือจึงไม่ยอมพูดจาอะไรกับแม่บ้างเลย”
ชายคนหนึ่ง หลังจากคลอดออกมาได้ไม่นาน ก็มีญาติมาขอไปเป็นลูกบุญธรรม ต่อมา เมื่อเขาอายุได้ 6ขวบจึงได้ทราบความจริงว่า ใครคือพ่อ-แม่ที่แท้จริง...เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้น่าศึกษาว่า การที่ได้ไปเป็นลูกบุญธรรมของผู้อื่นแล้ว ทำไม บางคนก็ได้รู้จักพ่อ-แม่ที่แท้จริงของตนได้เร็ว บางคนก็ช้า ก็คนก็ไม่รู้จักพ่อ-แม่ที่แท้จริงของตนเลย...คำตอบ...อยู่ที่นี่แล้ว