ครั้นท้าวเธอได้ทอดพระเนตรเห็นอาจารย์ทั้ง ๔ มาเข้าเฝ้า ก็มิได้ทรงรอช้า รีบรับสั่งถามอาจารย์ทั้ง ๔ ทันทีว่า “ท่านอาจารย์ฆ่ามโหสถแล้วหรือ” พระสุรเสียงของพระองค์สั่นสะท้าน เหมือนทรงข่มพระทัยอย่างสุดกำลัง “ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า” ท่านเสนกะกราบบังคมทูล “พวกข้าพระพุทธเจ้ามาซุ่มรอตั้งแต่เช้าตรู่ จนบัดนี้
ฝ่ายพระเจ้าวิเทหราช พระองค์เสด็จเข้าสู่พระแท่นบรรทมตั้งแต่ปฐมยาม จนล่วงเข้ามัชฌิมยามแล้ว ก็ยังมิอาจข่มพระเนตรลงได้ ท้าวเธอเสด็จบรรทมอยู่ด้วยพระหฤทัยกระสับกระส่ายยิ่งนัก ทุกครั้งที่ทรงหวนระลึกถึงใบหน้าของมโหสถบัณฑิต และภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อตอนกลางวัน ท้าวเธอก็ยิ่งไม่สบายพระทัยเป็นนักหนา
อาจารย์เสนกะไม่รอช้า รีบชิงกราบทูลก่อนใครๆว่า “ขอ เดชะมหาราชเจ้า ก่อนอื่นข้าพระบาททั้งหลายใคร่จะทูลถามความเห็นของพระองค์ก่อน พระพุทธเจ้าข้า หากได้ทราบความดำริของพระองค์แล้ว พวกข้าพระบาทก็จักได้กราบทูลให้เป็นที่พอพระราชหฤทัยสืบไป พระพุทธเจ้าข้า”
อาจารย์เสนกะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น กลับพูดต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้นไปอีกว่า “เวลา นี้พวกเราน่ะ หากจะเปรียบกับวัตถุที่มีแสง ก็เป็นเพียงแสงของดวงดาว จริงอยู่เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับไป ความมืดที่ปกคลุมม่านฟ้าก็พอทำให้แสงดาวแพรวพราวได้บ้าง แต่ในเวลาที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลขึ้น ถึงเวลานั้น ใครเล่าจะเห็นความสุกสกาวของแสงดาว...
ขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย นางอมราผู้ซึ่งบัดนี้ได้รับพระราชทานตำแหน่งสะใภ้หลวง และให้เฉลิมนามว่า “อมราเทวี” นางประดับกายด้วยผ้าแพรพรรณอันประณีตและเครื่องประดับเลอค่าที่ได้รับพระ ราชทานจากเจ้าเหนือหัว นางค่อยๆก้าวขึ้นสู่วอทองที่ตบแต่งอย่างอลังการ ด้วยท่วงทีงามสง่าดุจนางพญาหงส์ทอง
การพบกันเพียงครั้งแรกระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ เกิดความรู้สึกต้องตาต้องใจกันเช่นนี้ ก็เนื่องด้วยบุพเพสันนิวาส คือได้เคยอยู่ร่วมกันมา และเคยได้สร้างบุญร่วมกันมาในภพชาติก่อน ซึ่งมโหสถบัณฑิตและนางอมราก็อยู่ในกฎเกณฑ์นี้
การยอมตนเข้าไปขอความช่วยเหลือ จากมโหสถบัณฑิตในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า อาจารย์ทั้ง ๔ นั้น ตามที่จริงแล้ว พวกเขายอมรับในปรีชาญาณ และความสามารถของมโหสถว่าเหนือกว่าพวกตนมานานแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่มีความริษยา ไม่อยากตกอันดับเป็นสองรองจากมโหสถเท่านั้น
เรื่องราวมีอยู่ว่า แพะนั้นเข้าไปในโรงช้าง เห็นหญ้าที่คนเลี้ยงช้างวางไว้สำหรับช้าง ก็ยากที่จะอดใจได้ เพราะหญ้าเป็นอาหารโปรดของแพะ มันจึงแอบกินหญ้านั้นเรื่อยมา แต่ต่อมาพวกคนเลี้ยงช้างเห็นเข้า จึงคว้าไม้ไล่ตะเพิดแพะ คนเลี้ยงช้างอีกคนหนึ่งคว้าไม้พลองได้ ก็หวดไม้ลงไปกลางหลังอย่างเต็มเหนี่ยว จนแพะหลังแอ่น
ในที่สุดท่านเสนกะจึงตัดสินใจกราบทูลว่า “ขอ เดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ พวกข้าพระพุทธเจ้าตระหนักดีว่า ปัญหานี้มิใช่ปัญหาธรรมดา จักต้องมีเงื่อนงำที่ลึกล้ำอยู่พอสมควร ด้วยเหตุนี้ การที่ฝ่าพระบาททรงมีพระราชประสงค์จะทราบคำตอบในทันที จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งพระพุทธเจ้าข้า”
ท้าวเธอทรงสังเกตอากัปกิริยาของสัตว์ทั้งสองแล้ว ก็ทรงแปลกพระทัยยิ่งนัก เพราะธรรมดาแพะกับสุนัขย่อมเป็นอริกัน ไม่มีทางที่จะเป็นมิตรกันได้เลย แต่แพะกับสุนัขคู่นี้ กลับมาเป็นมิตรชิดชอบกันได้ แต่จะเป็นด้วยสาเหตุอันใดนั้น ท้าวเธอก็ยังไม่ทรงทราบแน่ชัด