ด้วยบุญที่ถวายลูกชายสุดที่รักไว้ในพระพุทธศาสนา เมื่อคราวละโลก ภาพบุญนี้จึงมาปรากฏ นำให้ไปเกิดบนสรวงสวรรค์
การจัดงานในครั้งนี้ ประวัติศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์ต้องจารึกเอาไว้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในดินแดนไฮเทคแห่งนี้
กัลยาณมิตรวาทิณีบอกว่า “อยากให้ลูกพระธัมฯทุกคน ลุกขึ้นมากอบกู้และปกป้องพระพุทธศาสนา หากชาวพุทธเข้มแข็งซะอย่าง ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ขอฝากคำถามว่า ท่านได้ฝังไมโครชิพ เรารักพระพุทธศาสนา ลงในจิตใจแล้วหรือยัง ท่านสามารถพูดได้เต็มปากหรือยังว่า ท่านรักพระพุทธศาสนา หากรักจริง ก็ต้องตื่นตัวทำหน้าที่กันได้แล้ว”
มีประโยคหนึ่ง ที่ผู้เป็นพ่อรำพึงออกมาว่า ที่เขาไม่ยอมบวชก็คงเป็นเพราะผมไม่คอยบอกไม่เคยสอนเรื่องการบวชแก่เขา.....แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่เคยคิดอยากบวช...อย่างนี้นี่เอง พ่อแม่คือต้นแบบทั้งทางร่างกาย และจิตใจให้แก่ลูกจะนำมาซึ่งหนทางของสวรรค์ หรือ อบายก็ได้
คุณครูไม่ใหญ่เคยบอกว่า “หากเรามีบุญมาก เราจะทำอาชีพอะไร เราก็จะอยู่ตรงยอดของอาชีพนั้น” เมื่อก่อนลูกไม่เข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้ลูกเข้าใจแล้ว ไม่ว่าอาชีพครู เราก็เป็นยอดของครู อาชีพนักธุรกิจ เราก็เป็นยอดของนักธุรกิจ หรือแม้แต่การเป็นผู้นำบุญ มีหลายคนบอกว่าลูกเป็น Wonderful Amazing Woman แต่ลูกบอกว่า เปล่าเลย ลูกก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แต่มีหัวใจที่แข็งแกร่งและมุ่งมั่น อาศัยแต่ “บุญ” เท่านั้น คือ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จทั้งปวง
ตอนนี้เห็นว่าสังขารยังพอไหว จึงตั้งใจว่า “เราจะต้องบวช เพื่อตามหาพระที่หายไป และจะบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้าย” แม้ผมจะบวชตอนแก่ ก็ขอแก่บุญแก่บารมี แก่อินทรีย์แต่ไม่ขอแก่หน้า จะเดินตามเส้นทางอริยะของพระราธะ ที่ท่านแม้จะบวชตอนแก่ แต่ก็ว่าง่ายสอนง่าย จนกว่าจะได้เข้าถึงธรรม ได้มีความสุขกับพระภายใน เป็นรักแท้ในวัยชราครับ
เมื่อพระอาจารย์แจ้งข่าวการบวชธรรมทายาทนานาชาติ ผมตัดสินใจได้ทันที เพราะผมตระหนักดีว่า “นี่คือโอกาสทองที่จะได้เรียนรู้สมาธิให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้ศึกษาพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมในดินแดนของชาวพุทธ ได้รู้จักกับวัฒนธรรมชาวพุทธจากพุทธศาสนิกชนในประเทศไทย”
ในที่สุดศาลาหลังนี้จึงปรากฏว่าสง่างามล้ำสมัย เปรียบได้กับสุธรรมาเทวสภาบนสรวงสวรรค์ ได้ชะลอมาสู่ภพมนุษย์ ด้วยเหตุที่มโหสถบัณฑิตได้จัดการทุกสิ่ง โดยมุ่งเพิ่มพูนทานบารมีของตนให้ยิ่งๆขึ้นไป ศาลาหลังนี้จึงได้ก่อประโยชน์แก่มหาชนเป็นอันมาก ในกาลนั้น มโหสถบัณฑิตได้รับความเคารพ นบนอบ บูชา ได้เป็นเสมือนกาลสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยๆ เสด็จอุบัติขึ้นในโลกทีเดียว
วันหนึ่งขณะที่มโหสถกุมารกำลังวิ่งเล่นกับเหล่าสหาย ภายในสนามเด็กเล่นท่ามกลางหมู่บ้าน พลันมหาเมฆก็ตั้งเค้าทะมึน ไม่ช้าก็โปรยปรายละอองฝนลงมา สายฝนตกกระหน่ำถี่ขึ้นเป็นลำดับ จนเหล่ากุมารต้องรีบวิ่งหนีฝนกันอลหม่าน มโหสถกุมารเห็นความเป็นไปเช่นนั้น ก็ให้นึกสมเพชเวทนา จึงคิด..?