อาจารย์เสนกะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น กลับพูดต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้นไปอีกว่า “เวลา นี้พวกเราน่ะ หากจะเปรียบกับวัตถุที่มีแสง ก็เป็นเพียงแสงของดวงดาว จริงอยู่เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับไป ความมืดที่ปกคลุมม่านฟ้าก็พอทำให้แสงดาวแพรวพราวได้บ้าง แต่ในเวลาที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลขึ้น ถึงเวลานั้น ใครเล่าจะเห็นความสุกสกาวของแสงดาว...
ขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย นางอมราผู้ซึ่งบัดนี้ได้รับพระราชทานตำแหน่งสะใภ้หลวง และให้เฉลิมนามว่า “อมราเทวี” นางประดับกายด้วยผ้าแพรพรรณอันประณีตและเครื่องประดับเลอค่าที่ได้รับพระ ราชทานจากเจ้าเหนือหัว นางค่อยๆก้าวขึ้นสู่วอทองที่ตบแต่งอย่างอลังการ ด้วยท่วงทีงามสง่าดุจนางพญาหงส์ทอง
วาทะของมโหสถในครั้งนี้ เป็นดุจไม้หน้าสามที่ตีแสกลงกลางกระหม่อมของอาจารย์เสนกะเสียจนหน้าคว่ำไม่ เป็นท่า เพราะไม่ว่าใครหากได้ตรองตามสักหน่อย ก็ย่อมจะเห็นชัดว่า คำพูดของอาจารย์เสนกะผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะในขณะที่กำลังยกตนว่าเป็นบัณฑิตผู้มีปัญญาที่ถึงอย่างไรก็ต้องยอม สวามิภักดิ์ต่อผู้มีทรัพย์อยู่ดี นั่นก็เท่ากับแฝงนัยยะว่า พระราชาเป็นเพียงผู้มีทรัพย์แต่พระองค์หามีปัญญาไม่
การยอมตนเข้าไปขอความช่วยเหลือ จากมโหสถบัณฑิตในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า อาจารย์ทั้ง ๔ นั้น ตามที่จริงแล้ว พวกเขายอมรับในปรีชาญาณ และความสามารถของมโหสถว่าเหนือกว่าพวกตนมานานแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่มีความริษยา ไม่อยากตกอันดับเป็นสองรองจากมโหสถเท่านั้น
ในที่สุดท่านเสนกะจึงตัดสินใจกราบทูลว่า “ขอ เดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ พวกข้าพระพุทธเจ้าตระหนักดีว่า ปัญหานี้มิใช่ปัญหาธรรมดา จักต้องมีเงื่อนงำที่ลึกล้ำอยู่พอสมควร ด้วยเหตุนี้ การที่ฝ่าพระบาททรงมีพระราชประสงค์จะทราบคำตอบในทันที จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งพระพุทธเจ้าข้า”
ท้าวเธอทรงสังเกตอากัปกิริยาของสัตว์ทั้งสองแล้ว ก็ทรงแปลกพระทัยยิ่งนัก เพราะธรรมดาแพะกับสุนัขย่อมเป็นอริกัน ไม่มีทางที่จะเป็นมิตรกันได้เลย แต่แพะกับสุนัขคู่นี้ กลับมาเป็นมิตรชิดชอบกันได้ แต่จะเป็นด้วยสาเหตุอันใดนั้น ท้าวเธอก็ยังไม่ทรงทราบแน่ชัด
ความริษยานั้น เมื่อมันเข้าครอบงำใจบุคคลใด ก็ย่อมทำให้บุคคลนั้นมีจิตใจคับแคบ ทนไม่ได้เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีมีสุขกว่าตน เร่าร้อนอยู่ด้วยไฟแห่งริษยา จากคนที่มีปัญญามาก มีความสง่าผ่าเผย กลับต้องปิดบังซ่อนเร้นการกระทำที่ไม่ซื่อของตน ก็จะกลายเป็นคนอาภัพไร้ยศศักดิ์ในที่สุด
ท่านเสนกะกราบทูล เพื่อจะโน้มน้าวพระหฤทัยของพระเจ้าวิเทหราช ให้ทรงเห็นว่า ตนเป็นผู้รักษาเชิดชูพระอิสริยยศของพระองค์ มิยอมปล่อยให้พระบรมเดชานุภาพถูกดูหมิ่นได้โดยประการทั้งปวง พระเจ้าวิเทหราชทรงนิ่งสดับคำพูดของท่านเสนกะที่ กราบทูลมายืดยาว แต่พระพักตร์นั้นกลับทรงนิ่งเฉย มิได้แสดงพระอาการว่าเข้าพระทัยหรือทรงเห็นด้วยแต่อย่างใด
ฝ่ายอาจารย์เสนกะ เมื่อได้ยินว่าท้าวสักกเทวราชได้เสด็จมาเพื่อประกาศปัญญานุภาพของ มโหสถก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ ครุ่นคิดแต่เพียงว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถยับยั้งพระองค์ไว้ได้ จึงกราบทูลคัดค้านและชี้แจงเหตุผลในทันที และถือโอกาศทดลองกำัลังปัญญาของมโหสถ มโหสถจะถูกทดลองปัญญาด้วยอะไรนั้น
พิธีมุทิตาสักการะ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื่องในโอกาสที่พระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์ เปรียญธรรม ๙ ประโยค ราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร แต่งตั้งให้ พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นฐานานุกรม ในราชทินนามที่ พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ ไพบูลศาสนภารธุราทร บวรสังฆานุนายก