วันออกพรรษาของชาวเชียงตุง
ประเพณีชาวพุทธที่สำคัญ และทำกันในวันนี้ทั่วทั้งเวียงเชียงตุง ในวันออกพรรษา คือ ประเพณีสัมมาคารวะผู้เฒ่า-ผู้แก่ ลูกหลานจะมาวัด มาสัมมาคารวะผู้เฒ่า-ผู้แก่ทุกคนที่มาวัด แม้ว่าจะไม่ใช่ญาติของตนก็ตาม โดยจะนำเทียน ดอกไม้ ของกิน ของใช้ ยารักษาโรค หรืออาจจะใส่เงินไว้ในพานด้วยก็ได้ (แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละคน) ใช้เป็นสิ่งแทนในการสัมมาคารวะ และจะท่องบทสวดมนต์เป็นภาษาบาลี
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 20
สิริวัฒกะเศรษฐีกล่าว พลางยื่นท่อนไม้ตะเคียนคืบหนึ่งส่งให้มโหสถดู “พระราชาทรงมีพระบรม ราชโองการมา ให้พวกเราพิจารณาท่อนไม้นี้ว่า ทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย แม้นไม่รู้จะทรงปรับสินไหม 1000 กหาปณะ เราทุกคนในที่นี้ ต่างจนปัญญาไปตามๆกัน ยังไม่อาจจะชี้ได้เลย ว่าทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย ลูกพอจะรู้ได้ไหมล่ะ”
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 19
ฝ่ายอาจารย์เสนกะ เมื่อได้ยินว่าท้าวสักกเทวราชได้เสด็จมาเพื่อประกาศปัญญานุภาพของ มโหสถก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ ครุ่นคิดแต่เพียงว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถยับยั้งพระองค์ไว้ได้ จึงกราบทูลคัดค้านและชี้แจงเหตุผลในทันที และถือโอกาศทดลองกำัลังปัญญาของมโหสถ มโหสถจะถูกทดลองปัญญาด้วยอะไรนั้น
เส้นใยนาโนยกรถครึ่งตัน
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 5
ในที่สุดศาลาหลังนี้จึงปรากฏว่าสง่างามล้ำสมัย เปรียบได้กับสุธรรมาเทวสภาบนสรวงสวรรค์ ได้ชะลอมาสู่ภพมนุษย์ ด้วยเหตุที่มโหสถบัณฑิตได้จัดการทุกสิ่ง โดยมุ่งเพิ่มพูนทานบารมีของตนให้ยิ่งๆขึ้นไป ศาลาหลังนี้จึงได้ก่อประโยชน์แก่มหาชนเป็นอันมาก ในกาลนั้น มโหสถบัณฑิตได้รับความเคารพ นบนอบ บูชา ได้เป็นเสมือนกาลสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยๆ เสด็จอุบัติขึ้นในโลกทีเดียว
ความประทับใจ ในวันเพ็ญ คืนวิสาขะ...
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนในวันนั้น เป็นภาพกองทัพธรรมที่สง่างาม ทัพหน้าเป็นเหล่าสมณะ งามอร่ามด้วยสีเหลืองทองของจีวร ตามด้วยทัพหลังของเหล่าพุทธบริษัทในชุดสีขาว ขาว เวลานั้นประมาณบ่ายสามโมงเศษ แสงแดดแผดกล้า จุดมุ่งหมายอยู่ที่บรมพุทโธ
มงคลที่ ๔ อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม - ทําสิ่งแวดล้อมให้เป็นปฏิรูปเทส ( ๓ )
โดยปกติเมื่อพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม แม้คนฟังยืนอยู่ข้างหน้า ข้างหลังหรืออยู่เลยไปร้อยจักรวาล พันจักรวาลก็ตาม อยู่ในรูปภพหรืออรูปภพก็ตาม ต่างพากันกล่าวว่า "พระศาสดาทอดพระเนตรดูเราคนเดียว ทรงแสดงธรรมโปรดเราคนเดียว" นี้คืออานุภาพแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา
บินไทยยันพร้อมบินดอนเมือง25มี.ค.จับมือรถใต้ดินเช็กอินลาดพร้าว
สาธารณรัฐ แอฟริกาใต้
เดิมแอฟริกาใต้เป็นที่อยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวโลก หลังกองเรือโปรตุเกสและสเปนค้นหาเส้นทางใหม่ไปอินเดีย จนอ้อม แหลมกู๊ดโฮป (แหลมแห่งความหวัง) ใต้สุดของทวีปได้สำเร็จ และเมื่อมีการค้นพบเพชรและทองคำ ก็มีผู้มาตั้งถิ่นฐานกันมากมาย ปัจจุบันแอฟริกาใต้มีเสรีภาพ และไม่มีปัญหาแบ่งแยกสีผิวเหมือนอดีตอีกแล้ว ปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข
10 เคล็ดลับประหยัดน้ำมันฉบับอีซูซุ