วันหนึ่ง พระโพธิสัตว์กับพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ ได้ออกไปไถนาตั้งแต่เช้าตรู่ พ่อก็ไถนาไป ส่วนท่านกำลังเผาหญ้าอยู่ งูเห่าตัวหนึ่งได้เลื้อยออกมาจากโพรงไม้ เพราะกลัวถูกไฟเผา ด้วยความโกรธจึงกัดท่านทันที เมื่อรู้ว่าถูกงูพิษกัด ท่านจึงเรียกพ่อให้มาช่วย พ่อได้วิ่งมาดู แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร
พระโพธิสัตว์จึงบอกกับน้องว่า “น้องเอ๋ย ธรรมในหมู่มนุษย์นี้ คือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุขและทุกข์ ทั้งหมดนี้เป็นของไม่เที่ยง มีแล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย” แต่ลิงน้องชาย แม้จะได้ฟังอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถลดความอิจฉาริษยา ในลาภสักการะของลิงกาฬพาหุได้ จึงพูดกับพี่ชายว่า “พี่ราธะ พี่เป็นบัณฑิต ย่อมรู้ถึงประโยชน์ แม้ที่ยังมาไม่ถึง ทำอย่างไรหนอ เราจะได้เห็นเจ้าลิงดำตัวนั้น ถูกขับไล่ออกไปจากราชสกุล”
ในตอนเย็น จึงเริ่มแผนการด้วยการเดินมุ่งหน้าไปวัดพระเชตวัน แต่งตัวเรียบร้อย ถือดอกไม้ของหอมเข้าไป เดินสวนทางกับสาธุชนทั้งหลายที่กลับจากการฟังธรรม เมื่อเดินสวนทางกัน คนก็สงสัย จึงถามว่า “นี่เธอจะไปไหนล่ะ” นางตอบว่า “ฉันจะเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า”
แต่เมื่อถึงฐานที่ห้าดวงแก้วก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น จนขนาดเท่าลูกกอล์ฟ กระผมก็ดูไปและเลื่อนดวงแก้วไปเรื่อยๆจนถึงฐานที่เจ็ด ดวงแก้วขยายใหญ่ขึ้นอีกเรื่อยๆ จนเท่ากับลูกเบสบอลครับ และยังขยายต่อไปเรื่อยๆ จนใหญ่คลุมตัวกระผมไปเลย
ขณะกำลังนั่งสมาธิตามเสียงพระเดชพระคุณหลวงพ่อในวันบูชาข้าวพระ ดิฉันพบความรู้สึกที่หยุดนิ่งจริงๆ คือ ทุกสิ่งรอบตัวและในตัวหยุดหมด เหมือนไม่มีเวลาไม่มีความคิดไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเลย จากนั้นดิฉันมักนั่งเห็นองค์พระธรรมกายที่ใสและสว่าง ขนาดเล็กประมาณ 2เซนติเมตรบ้าง หรือใหญ่ประมาณ 2เท่าของตัวเองบ้าง