ชนเหล่าใดเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ชนเหล่านั้นชื่อว่า เลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ ก็วิบากอันเลิศย่อมมีแก่บุคคลผู้ที่เลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ...
พระพุทธเจ้า ผู้มีพระมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ บำเพ็ญบารมีทุกประการจนเต็มเปี่ยม บรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยอำนาจแห่งการนอบน้อมนั้น ขอความชนะและความเป็นมงคล จงบังเกิดมีแก่ข้าพระพุทธเจ้า...
พอคุณยายท่านเห็นลูกพูดไม่ออก ท่านจึงต้องพูดขึ้นมาก่อนว่า “ลูกในท้องคุณ..เป็นคนมีบุญนะ บุญพ่อกับแม่ไม่พอจะรองรับเขาหรอก ต้องถวายให้เป็นลูกยาย”
ครั้นแล้ว พระเจ้าวิเทหราชจึงทรงตวาดมโหสถว่า “มโหสถ ทำไมเจ้าจึงกล้าพูดกับเราได้ถึงเพียงนี้ ดูสิ...ใครๆเมื่อรู้ว่าพระเจ้าจุลนีจักทรงประทานพระราชธิดาให้เรา ต่างก็พากันพูดถึงแต่สิ่งที่เจริญเป็นมงคลแก่เรา แต่เจ้ากลับทำลายมงคลของเราเสีย เจ้านี่ช่างไม่รู้จักอะไรเสียเลย”
พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับคำตอบของอาจารย์เสนกะ ก็ทรงดีพระทัยยิ่งนัก ท้าวเธอจึงลองตรัสถามอาจารย์ที่เหลือตามลำดับ ครั้นแล้วก็ทรงได้รับคำตอบในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดกราบทูลทัดทานเลย เมื่อเป็นดังนี้ ท้าวเธอก็ทรงคลายความระแวงพระทัย และทรงปักพระทัยมั่นที่จะเสด็จไปปัญจาลนครตามคำทูลเชิญของพระเจ้าจุลนี
พระกุมารทรงระลึกชาติหนหลัง ก็รู้ว่าก่อนที่ตนจะมาเกิดในพระราชฐานนี้ ได้จุติมาจากเทวโลก และทรงระลึกย้อนไปอีกว่า ก่อนที่จะอยู่ในเทวโลก ได้มาจากมหานรกขุมหนึ่ง และก่อนที่จะตกนรก ได้ เคยเกิดเป็นพระราชาอยู่ในแคว้นนี้เอง จึงทรงดำริว่า ถ้าเราครองราชสมบัติอีก ก็จะต้องสร้างกรรม และต้องเสวยทุกข์ใหญ่ในมหานรกอีกอย่างแน่นอน
งานบุญครั้งนี้ เรียกได้ว่า ทั้งพระทั้งโยมปลาบปลื้มกันไม่หยุด ทางด้านคณะสงฆ์ ท่านบอกว่า ช่วงที่ท่านปลื้มสุดๆ ก็คือตอนกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ช่วงเวลานี้สาธุชนกว่า 50,000คนได้กล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ได้ยินได้ฟังแล้วทำให้ปลื้มจนขนลุกเลยทีเดียว และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า คนมาอยู่รวมกันกว่าครึ่งแสนจะเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้