ธรรมดาว่าคู่หนุ่มสาวเมื่อร่วมเดินทางย่อมสนทนา ปราศรัย ชี้ชวนกันชมนกชมไม้เพื่อบรรเทาความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หนทางที่ว่าไกลก็จะเป็นเหมือนใกล้เพราะมีคนรู้ใจเป็นสหายร่วมทาง แต่สำหรับปิงคุตตระแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เขากลับพยายามเร่งก้าวเดินเพื่อจะให้ถึงมิถิลานครโดยเร็ว จนทิ้งห่างนางไป
ทันทีที่มโหสถมาถึง ก็รีบมุ่งตรงไปที่ริมขอบสระ ยืนจ้องมองดูแสงแก้วมณีนั้นอย่างพินิจพิจารณา แม้นสระโบกขรณีนั้นจะกว้างใหญ่สักเพียงใดก็ตาม แต่พอมโหสถสังเกตดูเพียงครู่เดียว ก็รู้ทันทีว่า แสงที่เห็นนั้นมิใช่แสงที่พวยพุ่งขึ้นมาจากสระอย่างแน่นอนแท้ที่จริงคงเป็นเพียงเงาสะท้อนของดวงแก้วมณีเท่านั้น แต่ปัญหาที่ยากยิ่งกว่านั้นก็คือ “แล้วแก้วมณีนั้นเล่า ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งใดกัน”
ครั้นมโหสถกุมารและเหล่าสหายมาถึง ได้รับทราบเรื่องที่พระราชารับสั่งให้ร้อยเส้นด้ายใหม่เข้าไปในแก้วมณี จึงเอ่ยปากขอดูแก้วมณีดวงนั้น ครั้นรับมาไว้ในมือแล้ว ก็พลิกกลับไปกลับมา ตรวจตราพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า “ท่านพ่อขอรับ คงต้องยอมรับว่า ภาระกิจนี้เกินกว่าวิสัยที่พวกเราทุกคนจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน”
ท้าวสักกเทวราชไม่ตรัสตอบสิ่งใด เมื่อความจริงได้ปรากฏ และบัดนี้มหาชนก็ได้ทราบแล้วว่าพระองค์เป็นใคร จึงทรงกลับร่างเป็นเทพราชา ผู้สง่างามด้วยทิพย์อาภรณ์มีรัศมีเฉิดฉาย ทรงเหาะทะยานขึ้นสู่เบื้องบนแล้วไปปรากฏพระองค์อยู่กลางนภากาศ ตรัสชื่นชมปัญญาบารมีของมโหสถบัณฑิตด้วยพระสุรเสียงก้องกังวาน
เมื่อนายโคฬกาฬนึกถึงภรรยาสุดที่รักที่กำลังถูกชิงตัวไป จึงรีบวิ่งลงไปในน้ำไปได้หน่อยหนึ่งก็กลับขึ้นมาอีกเพราะความกลัว ครั้นรวบรวมความกล้าได้อีกครั้ง ก็รีบวิ่งลงไปในแม่น้ำอีกหนด้วยความโกรธ กระโจนลงไปด้วยปลงใจว่าจะเป็นหรือตายก็ช่างเถิด ขอเพียงให้ได้ภรรยาคืนมา เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อนั้น...
เรื่องราวของนายโคฬกาฬ ที่่ทั้งเีตี้ยและดำ แต่เขากลับได้ภรรยาที่่สวยงดงาม ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับดิน ด้วยความพยายามยอมมอบกายถวายตัวให้กับบิดามารดาของนาง สุดแต่เขาจะใช้สอย งานหนักก็เอางานเบาก็สู้ ทำเต็มที่เต็มหัวใจ ไม่มีบ่ายเบี่ยงหรือเกี่ยงงาน
ยักษิณีตนหนึ่งซึ่งสิงสถิตอยู่ในราวป่า ถูกความหิวบีบคั้นมานาน เฝ้ารอคอยโอกาสที่จะจับมนุษย์ผู้อ่อนแอกินเป็นอาหาร ครั้นเห็นหญิงนั้นอุ้มลูกน้อยผ่านมาทางที่อยู่ของตน ก็ปรารถนาจะกินทารกนั้นเป็นอาหาร จึงติดตามมาจนถึงสระโบกขรณี จ้องหาโอกาสที่จะชิงทารกไปจากอ้อมอกของนาง
มโหสถบัณฑิตได้ฟังคำให้การของคนทั้งสองแล้ว ปรารถนาจะทำความจริงให้ประจักษ์ท่ามกลางมหาชน จึงให้คนใช้นำถาดพร้อมใบประยงค์มาด้วยกำหนึ่ง สั่งให้ตำในครกจนแหลก ขยำด้วยน้ำ แล้วกรอกน้ำนั้นใส่ปากโค
โจรสบโอกาสก็คว้าเชือกสนสะพายที่ผูกรั้งจมูกโคเอาไว้ นึกกระหยิ่มใจว่า “เจ้าหนุ่มนี่ขี้เซาจริง เขาลักโคของตนก็ยังไม่รู้ ช่างเป็นลาภของเราหนอ ที่ได้โคมาเปล่าๆ นี่ถ้าเอาไปขายต่อ ก็คงจะได้กำไรงาม” แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร
One woman has encountered lots of mystery stories in her life. She met the white water buffalo and the strange horse, called “Kwan”. She felt as if she traveled to the past. Are there stories real? DMC has the answers.