ด้วยจิตที่จะอนุเคราะห์พระราชา พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงถวายพระพรว่า "ธรรมดานักโทษย่อมไม่ยินดีในเรือนจำ มีแต่ดิ้นรนแสวงหาหนทางออกจากเรือนจำนั้นอย่างเดียว ขอพระองค์จงเป็นเช่นนั้นเถิด จงเห็นภพทั้งหมดเหมือนเรือนจำเถิด โลกนี้ถูกความมืด คือ อวิชชา ห่อหุ้มไว้ ตราบใดที่สัตวโลกยังไม่ได้รับแสงสว่างจากพระสัทธรรม เปรียบเสมือนตกอยู่ในคุกมืด..."
"ท่านอาจารย์ผู้ว่างเปล่า อย่าทำตนเป็นผู้ไม่ว่างอยู่เลย ท่านไม่รู้ตัวหรือว่าขณะนี้ท่านเป็นผู้ที่ประมาทแล้ว ตัวของท่านเป็นเสมือนแผ่นกระดานสำหรับให้คนทั้งหลายเดินข้ามไป ท่านเป็นที่พึ่งให้แก่คนอื่นก็จริงอยู่ แต่ท่านไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร..."
ภรรยาเจ้าของร้านก็ขอให้ทุกคนที่ร้านมาร่วมกันสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น พร้อมทั้งนั่งสมาธิก่อนเปิดร้าน และหลังจากปิดร้านแล้ว ครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง จะทำอย่างนี้ทุกวัน แล้วเจ้าของร้านได้บอกให้ลูกและเพื่อนที่ทำงานขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่ภูเรือ ในร้านจะมีพนักงานอยู่ 2คน ซึ่งจะต้องสับเปลี่ยนกันไป
พอถึงช่วงทำวัตรเย็น ผมก็จรดใจนิ่งไปที่องค์พระพร้อมกันไปด้วย...ผมเริ่มด้วยการผ่อนคลายร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า...ผมจะเริ่มด้วยการปล่อยให้ใจของผมฟุ้งไปให้เต็มที่ก่อน พอฟุ้งเต็มที่ใจมันก็หยุดฟุ้งเอง...ผมนั่งสมาธิทุกวันอย่างต่อเนื่องมาหนึ่งปีครึ่ง จนการปฏิบัติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ทุกวันนี้ แม้ตัวลูกเองจะทำงานหนักแค่ไหน ก็ไม่ลืมที่จะทำการบ้าน 10ข้อไปด้วย และไม่เคยขาดการนั่งสมาธิเลยแม้แต่วันเดียว ก่อนทานข้าวลูกก็ทำทานโดยหยอดกระปุกวันละ 1ดอลลาร์ตามที่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว สอนว่า “เช้าใดยังไม่ทำทาน เช้านั้นอย่าเพิ่งกินข้าว”
ประเทศไทยรักษาการใช้ภาษาบาลีไว้ เพื่อไม่ให้เนื้อหาธรรมะดั้งเดิมเสียไป และภาษาบาลีจะพบได้ในพิธีกรรมทางสงฆ์ และบทสวดมนต์ต่างๆ ส่วนการเทศน์สอนจะใช้ภาษาไทย ซึ่งถอดเนื้อหาธรรมะจากภาษาบาลี เพื่อให้สาธุชนชาวไทยได้ศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
วันหนึ่ง ประชาชนเข้ามาขอร้องนายอำเภอว่า ข้าแต่นาย ในงานมหรสพประจำปี ซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ทุกๆ ปีตั้งแต่โบราณกาล ชาวบ้านต่างพากันดื่มสุราเลี้ยงฉลองกันใหญ่โตเป็นที่สนุกสนาน เวลาอื่นท่านห้ามขายสุรา พวกเราก็ไม่ว่า แต่พรุ่งนี้เป็นงานประจำปี ซึ่งทำกันเป็นประเพณีมานาน เพราะฉะนั้น ขอท่านนายอำเภอ จงอนุญาตให้ซื้อขาย และดื่มสุรากันสักวันหนึ่งเถิด