ในอดีตผมไม่ชอบวัด เพราะดูแต่สื่อสีดำที่ยิ่งดูยิ่งช้ำระกำใจ อีกทั้งสื่อนี้..ก็ให้ข้อมูลลบเกี่ยวกับวัดมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้พอ คุณนุ้ย มาชวนเข้าวัด ผมจึงยอมไปวัดแบบไม่เต็มใจ แถมเมาเหล้าเข้าวัดหลายครั้ง แต่พอมาวัดบ่อยเข้า ก็เลยเข้าใจธรรมะ เข้าใจบุญ และเห็นด้วยตัวเองว่าวัดไม่เหมือนข่าวที่เขาว่าไว้เลย
หลวงพ่อครับผมเป็นผู้ชายธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาครับ เพราะตั้งแต่ 5ขวบ โยมพ่อกับโยมแม่เกิดปลื้มอะไรก็ไม่ทราบ เอาผมไปปล่อยไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
สิ่งที่เกิดกับชีวิตผม เหลือเชื่อจริงๆ นะครับ หากย้อนไป 5 ปีก่อน ถ้าผมไม่มีกัลยาณมิตรที่ชื่อ แบงค์ (เถ้าแก่วัยกระเตาะ) ชวนผมมาเป็นประธานกองกฐิน ปัจจุบันผมก็คงเป็นแค่พนักงานจนๆ ในบริษัทแห่งหนึ่งเท่านั้น เพราะผมไม่เคยคิดจะเข้าวัด อีกทั้งยังแอนตี้การทำบุญทีละมากๆ เนื่องจากคนอย่างผมทำบุญครั้งละ 20 ถึง 100 บาท ก็ถือว่า..ดูหล่อมากแล้วครับ
เดิมทีหมอปุ้ยเป็นคนแอนตี้วัดมากค่ะ แต่หลังจากที่ลูกชวนหมอปุ้ยไปนั่งสมาธิที่พนาวัฒน์ ในปี พ.ศ.2546 หมอปุ้ยก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ คือ รักบุญ กลัวบาป ชอบนั่งสมาธิมาก
เธอเคยแอนตี้วัด เพราะฟังจากข่าวสารต่างๆ แต่พอได้มีโอกาสมาวัดพระธรรมกายแล้วเธอกลับประทับใจในทุกๆ สิ่งทุกอย่างที่ได้เห็น แล้วเธอยังได้บอกอีกว่า "ฉันได้รับปริญญาชีวิตแล้ว เพราะ DMC" เพราะเธอได้เรียนรู้แล้ว ว่า "ชีวิตจะมีค่าได้ก็ต่อเมื่อได้เข้าถึงสิ่งที่ล้ำค่า คือองค์พระและแสงสว่างภายในเท่านั้น" อะไรทำให้เธอพูดได้อย่างนั้น
อยู่ตรงนี้แล้วปลอดภัย ไม่อยากเสี่ยง คอมฟอร์ทโซนคืออะไร เหมือนกบในกะลาหรือไม่