ผีเร่ร่อน

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.165 ผีเร่ร่อน

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

นับถือต่างศาสนา

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเล่าเรื่องครอบครัวคริสต์ศาสนิกชนที่เริ่มต้นจากคุณก๋งชาวจีน คุณก๋งกับอาม่าไม่ได้นับถือคริสต์มาก่อน แต่หลงทางในป่าจึงบนว่าจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์หากออกจากป่าได้ เมื่อออกจากป่าได้จึงเปลี่ยนไปนับถือคริสต์ตั้งแต่นั้นมา คุณเตี่ยมาจากเมืองจีนและมาแต่งงานกับคุณแม่ที่แม่สื่อแนะนำให้ คุณแม่ไม่ชอบคุณเตี่ย แต่คุณเตี่ยชอบคุณแม่ การแต่งงานเกิดขึ้นเมื่อคุณเตี่ยอายุประมาณ 50 ปี และคุณแม่อายุ 30 ปี คุณเตี่ยกับคุณแม่ทะเลาะกันบ่อยมากตั้งแต่ผู้ส่งเคสจำความได้ ครอบครัวมีลูก 5 คน เป็นพี่สาวบุญธรรม 1 คน พี่สาวแท้ๆ 1 คน ผู้ส่งเคส และน้องชายอีก 2 คน ครอบครัวยากจนมาก คุณเตี่ยกับคุณแม่มีอาชีพขายขนมครกและกวาดOยาเด็ก (แพทย์แผนโบราณ) ผู้ส่งเคสแต่งงานตอนอายุ 20 ปี และมีลูกชาย 2 คน หญิง 1 คน คุณเตี่ยเสียชีวิตไปได้ 18 ปีแล้ว เมื่อผู้ส่งเคสท้องลูกคนกลางได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ผู้ส่งเคสเคยทำมิซาอุทิศให้คุณเตี่ยตามหลักศาสนาคริสต์แต่ไม่เคยฝันถึงท่านเลย

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นจากภูมิหลังครอบครัวของผู้ส่งเคสที่เป็นคริสต์ศาสนิกชนมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า จากเหตุการณ์ที่คุณก๋งกับอาม่าหลงป่า ครอบครัวนี้ย้ายมาจากเมืองจีน การแต่งงานของคุณเตี่ยและคุณแม่ซึ่งอายุต่างกันถึง 20 ปี ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง ชีวิตในวัยเด็กของผู้ส่งเคสอยู่ในครอบครัวที่ยากจน แม้จะทะเลาะกันบ่อย แต่พวกท่านก็มีลูกด้วยกัน 5 คน ผู้ส่งเคสเล่าว่าตนเองรักคุณเตี่ยมากกว่าคุณแม่

ผู้ส่งเคสแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย และต่อมาคุณเตี่ยก็เสียชีวิตไป ตามความเชื่อเดิม ผู้ส่งเคสได้ทำมิซาอุทิศส่วนกุศลให้คุณเตี่ย แต่ก็ไม่เคยได้รับสัญญาณอะไรจากท่านเลย ไม่เคยฝันถึง

ชีวิตดำเนินไปจนผู้ส่งเคสได้มาพบเพื่อนคนหนึ่งซึ่งนับถือพระพุทธศาสนาและเข้าวัดพระธรรมกาย เพื่อนได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงให้ฟัง ทำให้ผู้ส่งเคสสนใจมาก และอยากจะติดต่อกับคุณเตี่ยให้ได้เหมือนกับที่คุณยายอาจารย์ทำได้ ด้วยความสนใจนี้ ผู้ส่งเคสจึงเริ่มทำบุญกับวัดพระธรรมกายในปี พศ 2546 เป็นครั้งแรก โดยการสร้างพระถวายพระสังฆาธิการ หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสก็ทำบุญมาตลอดและได้อุทิศผลบุญทั้งหมดให้คุณเตี่ย

ผลบุญนี้เริ่มส่งไปถึงคุณเตี่ย ทำให้ผู้ส่งเคสได้ฝันถึงคุณเตี่ยถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกฝันเห็นท่านนั่งสบายใจอยู่ที่บ้าน ครั้งที่สองฝันเห็นท่านเข้าแถวไปไหนสักแห่งและหันมายิ้มให้ สิ่งนี้ทำให้ผู้ส่งเคสเห็นว่าบุญเป็นของกลาง เหมือนอากาศที่ทุกคนต้องหายใจ ไม่ว่าจะมีพื้นเพหรือนับถือศาสนาใด ก็มีสิทธิที่จะทำบุญและศึกษาความจริงของชีวิตได้ คุณครูไม่ใหญ่บอกว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักวิชชา

ในปัจจุบัน ผู้ส่งเคสเปิดร้านขายอุปกรณ์เครื่องมือช่างและไฟฟ้าอยู่ที่บ้าน พอมีรายได้ สามีทำงานตกแต่งภายใน สามีของผู้ส่งเคสยังเป็นคริสต์ศาสนิกชนอยู่และยังไม่เข้าใจเรื่องบุญและการทำสมาธิ เมื่อทราบว่าผู้ส่งเคสไปทำบุญสร้างพระที่วัดพระธรรมกายก็โกรธมาก ถึงขนาดขู่ว่าจะเลิกหากไปวัดอีก ผู้ส่งเคสจึงต้องประนีประนอม เลิกไปที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม แต่ก็ยังคงฝึกนั่งสมาธิที่บ้านโดยการแอบนั่ง เพราะสามีจะแซวทำให้ไม่สบายใจ ผู้ส่งเคสรู้สึกว่าการนั่งสมาธิทำให้ใจเย็นลง มีสติปัญญามากขึ้น และตั้งใจจะนั่งสมาธิไปตลอด คุณครูไม่ใหญ่ชื่นชมและสนับสนุนให้ทำต่อไปจนกว่าจะพบพระธรรมกายในตัว

ผู้ส่งเคสได้สร้างบุญใหญ่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เป็นประธานกองกฐิน และสร้างรูปหล่อทองคำหลวงปู่ (พระผู้ปราบมาร) 3 องค์

นอกเหนือจากเรื่องคุณเตี่ยและสามีแล้ว ผู้ส่งเคสยังมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคุณแม่ที่ไม่ค่อยลงรอยกัน รวมถึงมีเรื่องกังวลเกี่ยวกับน้องชายคนเล็กที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่ออายุ 35 ปี ในปี พศ 2539 น้องชายชอบดื่มเหล้าและติดยาเสพติดอย่างหนัก รักษาที่ถ้ำกระบอกแล้วก็กลับไปติดอีกจนอาการหนักและเสียชีวิต ผู้ส่งเคสสงสัยว่าน้องชายไปอยู่ที่ไหนหลังเสียชีวิต และยังสงสัยว่าทำไมตนเองถึงชอบพระพุทธศาสนามาก ทั้งที่เป็นคริสต์และเคยฝันเห็นพระพุทธเจ้าถึงสองครั้ง คำถามเหล่านี้เองที่นำมาสู่การไขปริศนาเคสนี้

คำถาม

  1. คุณเตี่ยตายแล้วไปอยู่ที่ไหน
  2. น้องชายคนเล็กตายแล้วไปอยู่ที่ไหน
  3. ทำไมผู้ส่งเคสจึงชอบพระพุทธศาสนาทั้งที่นับถือศาสนาคริสต์ และเคยฝันเห็นพระพุทธเจ้าถึง 2 ครั้ง
  4. ทำไมผู้ส่งเคสกับคุณแม่ถึงไม่ค่อยลงรอยกันเลย
  5. ผู้ส่งเคสจะทำอย่างไรให้พ่อบ้าน (สามี) ซึ่งเป็นคริสต์ชนเข้าใจและมีศรัทธาในเรื่องบุญและการทำสมาธิ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

นักศึกษาความจริงของชีวิต

ทำไมลูกรักศรัทธาในศาสนาคริสต์และเคารพนักบวชมาก รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่สูงค่า?

เพราะบุญจากลูกนั้นคุณพ่อ เลื่อนชั้นจากยมโลกเป็นเทพบุตรไฮโซ

คุณพ่อเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูก ๆ อุทิศไปให้หรือไม่ และมีอะไรฝากถึงครอบครัวหรือไม่

นึกว่าง้วนดินเลยกินเข้าไป

คุณพ่อ เสียชีวิตแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่

กินลูกต่อหน้าพ่อ

คุณตาตายแล้วไปไหน ได้รับส่วนบุญที่ผู้ส่งเคสส่งไปให้แล้วมีความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง การที่ท่านซื้อหลอดไฟประดับเจดีย์ ถอนหญ้าตามร่องพื้นปูนรอบเจดีย์ และสร้างรูปเทวดาปกปักรักษาเจดีย์ จะได้อานิสงส์อย่างไรบ้าง

ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก

ด้วยบุญใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสมีโอกาสสร้างโบสถ์ สร้างวัดในช่วงแรกๆ จนถึง 2,000 ไร่? ด้วยบุญใดทำให้รอดพ้นจากการมีชีวิตครอบครัว และหาก หลวงพ่อ ไม่ช่วยไว้ชีวิตจะเป็นอย่างไร? กรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสต้องทำหน้าที่บุกเบิก แก้ไขงานที่ผู้อื่นทำค้างไว้เสมอ และจะได้รับอานิสงส์อย่างไร? ชาติหน้าอยากเกิดรอบ 2 ต้องทำอย่างไร?

ทาลิปสติกทีไรเกือบตายทุกที

เพราะวิบากกรรมใด ผู้ส่งเคสจึงเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ต้องจากพ่อตั้งแต่ 7 ขวบ และได้เรียนแค่ ป.3?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา