ครอบครัวอาปา

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.177 ครอบครัวอาปา

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

ครอบครัวอาปา

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนลูก 8 คนของอาปาและคุณแม่ ซึ่งอาปาได้อพยพมาจากเมืองจีนและมาตั้งรกรากที่จังหวัดจันทบุรี ชีวิตในครอบครัวของผู้ส่งเคสต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณแม่เริ่มมีอาการทางประสาทหลังการเกิดของผู้ส่งเคสไม่นาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนในครอบครัว รวมถึงพี่ชายคนโตที่มีอาการทางประสาทเช่นกัน และพี่สาวคนโตที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอและประสบอุบัติเหตุที่ขาซ้ำอีก ผู้ส่งเคสจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแลครอบครัวและรับผิดชอบชีวิตของพี่ชาย ท่ามกลางปัญหาทั้งด้านสุขภาพและธุรกิจของอาปา ผู้ส่งเคสจึงต้องการทราบเหตุแห่งกรรมของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว และแนวทางในการช่วยเหลือทุกคนให้พ้นจากวิบากกรรมนี้

เนื้อเรื่อง

อาปา ของผู้ส่งเคส ได้เดินทางอพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่อายุ 19 ปี และได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่นี่เองที่ท่านได้พบและสมรสกับคุณแม่ของลูก ซึ่งเป็นชาวจีนที่เกิดในประเทศไทย ทั้งสองท่านมีพยานรักด้วยกันถึง 8 คน โดยผู้ส่งเคสเป็นบุตรคนที่ 4 ตลอดชีวิต อาปาเป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพค้าขายอย่างมาก ท่านมีจิตใจที่ดีงาม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และชอบทำบุญทำทาน ด้วยความดีเหล่านี้ ทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมากมายทั้งในตลาดท่าใหม่และบริเวณใกล้เคียง ต่อมา ท่านได้ย้ายเข้ามาทำการค้าในตัวจังหวัดจันทบุรี และกิจการก็เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ชีวิตช่วงบั้นปลายของอาปาต้องพบกับอุปสรรค ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ท่านได้ตัดสินใจนำเงินไปลงทุนเปิดร้านขายสมุนไพรที่อำเภอหาดใหญ่ ทว่าเปิดร้านได้เพียงไม่กี่วัน ก็ต้องเผชิญกับเหตุน้ำท่วมหนัก สินค้าเสียหายเป็นจำนวนมากเนื่องจากท่านอยู่คนเดียวและไม่สามารถขนย้ายข้าวของได้ทัน ท่านต้องติดอยู่ในร้านที่ถูกน้ำท่วมอยู่เป็นเวลาถึง 10 วัน เมื่อน้ำลด ท่านก็แทบหมดตัว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในเมืองหาดใหญ่ในช่วงนั้นวิกฤตไปทั่ว

แม้จะประสบปัญหา อาปาวัย 75 ปี ก็ยังมีความมุมานะ ในเดือนกรกฎาคม ปี 2546 ท่านเกิดความฮึดสู้ อยากจะกลับไปทำธุรกิจด้วยตนเองอีกครั้ง จึงเดินทางลงไปหาดใหญ่เพียงลำพัง ไปเช่าโรงแรมพักอยู่และใช้เงินที่เก็บไว้หลายหมื่นบาทจนหมด ในช่วงเวลานั้น อาปาเริ่มมีอาการเบลอๆ พูดจาและทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับวัยชรา ไม่ยอมหลับยอมนอนในยามค่ำคืน เดินแจกจ่ายหนังสือ ยาสมุนไพร หรือแม้แต่เงินที่ท่านมีจนหมด ในที่สุด ท่านก็เดินทางกลับมาพักอาศัยที่จันทบุรี ก่อนกลับ ได้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล แพทย์ได้ให้ยาระงับประสาทและยานอนหลับมาเพื่อช่วยควบคุมอาการในระดับหนึ่ง ปัจจุบัน อาปายังคงมีชีวิตอยู่

สำหรับคุณแม่ หลังจากผู้ส่งเคสเกิดได้ไม่นาน ขณะที่คุณแม่กำลังอาบน้ำอยู่ภายในห้องน้ำ ท่านได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ภายในบ้านตะโกนว่าจะต้องฆ่าอาปาให้ได้ ด้วยความตกใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของอาปาและทุกคนในบ้าน คุณแม่ถึงกับเป็นลมหมดสติไป ตั้งแต่ที่คุณแม่ฟื้นขึ้นมา ท่านก็มีอาการคล้ายประสาทหลอน ได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน บางครั้งเป็นเสียงถาม บางครั้งเป็นเสียงด่าทอด้วยคำพูดที่หยาบคาย คุณแม่ก็มักจะตะโกนด่าโต้ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเช่นกัน อาการนี้เป็นอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลาเข้าพักผ่อน แม้ในขณะที่หลับไปแล้ว ท่านก็ยังละเมอ ตะโกนด่าคำหยาบคายออกมาอีก

ญาติของคุณแม่บางคนมีความเห็นว่าอาการนี้เป็นเพราะถุงน้ำคร่ำแตกขณะคลอดผู้ส่งเคส ทำให้ท่านมีอาการเช่นนี้และรักษาไม่หาย จึงไม่ควรสิ้นเปลืองเงินทองในการรักษา ขณะที่บางคนเชื่อว่าท่านถูกคุณไสยกลั่นแกล้ง เมื่อเห็นว่าพาไปรักษาที่ไหนก็ไม่ได้ผล ดูเหมือนจะเสียเงินเปล่า อาปาจึงหยุดพาคุณแม่ไปตระเวนหาหมอและพาคุณแม่กลับมาอยู่บ้าน บางครั้ง ขณะที่ผู้ส่งเคสกำลังพูดคุยกับลูกค้าที่หน้าร้าน คุณแม่ก็จะเดินเข้ามาด่าว่าทั้งตัวผู้ส่งเคสเองและลูกค้าด้วยคำพูดหยาบคาย จนลูกค้าต้องรีบเดินหนีออกจากร้านไป เมื่อผู้ส่งเคสพยายามห้ามไม่ให้คุณแม่พูดหรือด่า ท่านก็จะพยายามเข้ามาทุบตี บางวันที่ผู้ส่งเคสทนไม่ไหว ก็ถึงกับตวาดคุณแม่ด้วยความโกรธ และหลายครั้งต้องแกล้งคว้ามีดทำครัวมาฟันโต๊ะอาหาร พร้อมขู่ว่าจะฟันให้ยับหากไม่เงียบเสียง (คุณครูไม่ใหญ่ติงว่าไม่ควรทำเช่นนั้น) ถึงแม้จะถูกขู่ คุณแม่ก็หยุดพูดไปชั่วขณะ แต่ก็จะกลับไปนอนบ่นพึมพำต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นับตั้งแต่ประมาณปี พศ 2530 เป็นต้นมา คุณแม่มีอาการเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่ง คือ ได้ยินเสียงแว่วว่ามีคนต้องการเปลือกส้มโอหั่นฝอยเป็นจำนวนมาก ท่านก็จะไปซื้อส้มโอสารพัดชนิดมาหลายเข่ง แล้วนำมาลอกเปลือกออกและนั่งหั่นเป็นฝอยเล็กๆ อยู่เช่นนี้ทุกวัน ส่วนเนื้อส้มโอที่ลอกเปลือกออกแล้วก็จะกองทิ้งไว้จนเน่าเสีย ท่านไม่ยอมให้ใครนำไปไหน โดยบอกว่าจะมีคนมารับซื้อในราคาลูกละเป็นพันเป็นหมื่นบาท เมื่อคุณแม่หลับไปในช่วงกลางวันเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่ให้ทาน พวกผู้ส่งเคสก็จะแอบนำเนื้อส้มโอหลายเข่งที่กองทิ้งไว้นี้ไปถวายพระตามวัดต่างๆ บ้าง นำไปเลี้ยงเด็กที่สถานสงเคราะห์บ้าง และเคยแอบนำมาถวายที่โรงเรียนวัดหลายครั้ง (คุณครูไม่ใหญ่แนะนำว่าให้เอามาถวายโดยตรง ไม่ต้องแอบ)

พี่ชายคนโต สมัยเด็กเรียนเก่งมากและมีความจำดี แต่หลังจากที่คุณแม่เริ่มมีอาการทางประสาท เขาก็กลายเป็นคนเงียบขรึมไปนานถึง 15 ปี เขาเคยพูดกับพี่น้องว่าจะต้องพยายามสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ให้ได้ เพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับมาช่วยเหลือคุณแม่ เขาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก บางวันถึงกับนำเชือกมาผูกขาตัวเองติดกับขาโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนข้างนอก อย่างไรก็ตาม เมื่อขึ้นเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ มศ4 เขาก็เริ่มมีอาการปวดที่ขา และมีอาการทางประสาทตามมาเรื่อยๆ กลายเป็นคนหงุดหงิด โกรธง่าย และอาการรุนแรงขึ้น จนบางวันถึงขั้นอาละวาดทำลายข้าวของภายในร้าน

พี่สาวคนโต เป็นผู้ดูแลกิจการการค้าที่จันทบุรี และการค้าก็มีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด แต่พี่สาวมีข้อจำกัดทางร่างกายคือเสียขาไปข้างหนึ่งตั้งแต่สมัยเด็กด้วยโรคโปลิโอ

ในช่วงอายุ 40 กว่าปี พี่สาวได้ประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้ม ทำให้กระดูกสะโพกตรงขาข้างที่เป็นโปลิโอหักซ้ำอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมกระดูกถึง 2 ครั้ง

นี่คือเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวของผู้ส่งเคส ซึ่งนำมาสู่คำถามที่ต้องการเรียนทราบถึงเหตุแห่งกรรมจาก คุณครูไม่ใหญ่ ต่อไป

คำถาม

  1. ทำไมธุรกิจของอาปาจึงถูกน้ำท่วมในช่วงบั้นปลายชีวิต และทำไมอาปาจึงมีอาการทางประสาท
  2. ทำไมอาปาจึงมีความผูกพันและอยากไปหาดใหญ่เสมอ
  3. อาปาโดนไสยศาสตร์หรือไม่ ถ้าใช่ จะแก้ไขอย่างไร
  4. ทำไมอาปาจึงประสบอุบัติเหตุรถยนต์เมื่ออายุ 50 ปี ทำให้เอ็นขาซ้ายขาด และประสบอุบัติเหตุโดนกระติกน้ำร้อนลวกขาที่เมืองจีน อะไรเป็นกรรมที่ทำให้อาปามีปัญหาเกี่ยวกับขา
  5. คุณแม่มีกรรมอะไรจึงมีอาการทางประสาทเช่นนี้ และอาปามีกรรมอะไรร่วมกับคุณแม่
  6. คุณแม่โดนไสยศาสตร์ หรือเป็นเพราะถุงน้ำคร่ำแตกตอนคลอดผู้ส่งเคส
  7. กรรมอะไรที่ทำให้พี่ชายมีอาการทางประสาท
  8. ทำไมผู้ส่งเคสจึงต้องมารับผิดชอบชีวิตของพี่ชาย และเกิดมาในครอบครัวที่มีผู้ป่วยด้วยโรคประสาท และมีพี่สาวป่วยโรคโปลิโอและกระดูกขาหักซ้ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เบญจเพส

เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?

บุญใหม่ต่ออายุยืนยาว

บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสเป็นโรคมะเร็งที่เต้านม ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองและตับ จะมีสิทธิ์หายหรือไม่ ต้องทำบุญอย่างไร ด้วยบุญใดจึงมีชีวิตอยู่ได้ 4 ปีกว่า

ผลห้ามคนทำบุญ

เตี่ยเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ไม่ทราบว่าเตี่ยมีโรคที่พวกเราไม่รู้หรือไม่? และตอนนี้ท่านไปอยู่ที่ไหน? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่?

คู่เวรอาฆาต รักแล้วทิ้งพาคนใหม่มาหยาม

ปรโลกของย่าเป็นอย่างไร ทำไมย่าจึงตาบอดนาน สุขภาพดี อายุยืน และเป็นโรคไตในช่วงบั้นปลายชีวิต บุญที่ผู้ส่งเคสอุทิศให้ ย่าได้รับหรือไม่?

ขายลูกสาวเป็นโสเภณี ชาตินี้โดนเหมือนกัน

ลูกทำกรรมอะไรจึงมีชีวิตลำบากและต้องเกิดกับพ่อแม่แบบนี้? ทำอย่างไรชาติหน้าจึงไม่เจอพ่อแม่แบบนี้อีก? ทำบุญให้พ่อแม่และพี่น้องแต่ไม่ติดต่อหรือให้เงินจะบาปหรือไม่?

ไม่ได้มาง้อแต่มาขอร่ำลา

คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา