
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนลูก 8 คนของอาปาและคุณแม่ ซึ่งอาปาได้อพยพมาจากเมืองจีนและมาตั้งรกรากที่จังหวัดจันทบุรี ชีวิตในครอบครัวของผู้ส่งเคสต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณแม่เริ่มมีอาการทางประสาทหลังการเกิดของผู้ส่งเคสไม่นาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนในครอบครัว รวมถึงพี่ชายคนโตที่มีอาการทางประสาทเช่นกัน และพี่สาวคนโตที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอและประสบอุบัติเหตุที่ขาซ้ำอีก ผู้ส่งเคสจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแลครอบครัวและรับผิดชอบชีวิตของพี่ชาย ท่ามกลางปัญหาทั้งด้านสุขภาพและธุรกิจของอาปา ผู้ส่งเคสจึงต้องการทราบเหตุแห่งกรรมของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว และแนวทางในการช่วยเหลือทุกคนให้พ้นจากวิบากกรรมนี้
เนื้อเรื่อง
อาปา ของผู้ส่งเคส ได้เดินทางอพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่อายุ 19 ปี และได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่นี่เองที่ท่านได้พบและสมรสกับคุณแม่ของลูก ซึ่งเป็นชาวจีนที่เกิดในประเทศไทย ทั้งสองท่านมีพยานรักด้วยกันถึง 8 คน โดยผู้ส่งเคสเป็นบุตรคนที่ 4 ตลอดชีวิต อาปาเป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพค้าขายอย่างมาก ท่านมีจิตใจที่ดีงาม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และชอบทำบุญทำทาน ด้วยความดีเหล่านี้ ทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมากมายทั้งในตลาดท่าใหม่และบริเวณใกล้เคียง ต่อมา ท่านได้ย้ายเข้ามาทำการค้าในตัวจังหวัดจันทบุรี และกิจการก็เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ชีวิตช่วงบั้นปลายของอาปาต้องพบกับอุปสรรค ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ท่านได้ตัดสินใจนำเงินไปลงทุนเปิดร้านขายสมุนไพรที่อำเภอหาดใหญ่ ทว่าเปิดร้านได้เพียงไม่กี่วัน ก็ต้องเผชิญกับเหตุน้ำท่วมหนัก สินค้าเสียหายเป็นจำนวนมากเนื่องจากท่านอยู่คนเดียวและไม่สามารถขนย้ายข้าวของได้ทัน ท่านต้องติดอยู่ในร้านที่ถูกน้ำท่วมอยู่เป็นเวลาถึง 10 วัน เมื่อน้ำลด ท่านก็แทบหมดตัว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในเมืองหาดใหญ่ในช่วงนั้นวิกฤตไปทั่ว
แม้จะประสบปัญหา อาปาวัย 75 ปี ก็ยังมีความมุมานะ ในเดือนกรกฎาคม ปี 2546 ท่านเกิดความฮึดสู้ อยากจะกลับไปทำธุรกิจด้วยตนเองอีกครั้ง จึงเดินทางลงไปหาดใหญ่เพียงลำพัง ไปเช่าโรงแรมพักอยู่และใช้เงินที่เก็บไว้หลายหมื่นบาทจนหมด ในช่วงเวลานั้น อาปาเริ่มมีอาการเบลอๆ พูดจาและทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับวัยชรา ไม่ยอมหลับยอมนอนในยามค่ำคืน เดินแจกจ่ายหนังสือ ยาสมุนไพร หรือแม้แต่เงินที่ท่านมีจนหมด ในที่สุด ท่านก็เดินทางกลับมาพักอาศัยที่จันทบุรี ก่อนกลับ ได้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล แพทย์ได้ให้ยาระงับประสาทและยานอนหลับมาเพื่อช่วยควบคุมอาการในระดับหนึ่ง ปัจจุบัน อาปายังคงมีชีวิตอยู่
สำหรับคุณแม่ หลังจากผู้ส่งเคสเกิดได้ไม่นาน ขณะที่คุณแม่กำลังอาบน้ำอยู่ภายในห้องน้ำ ท่านได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ภายในบ้านตะโกนว่าจะต้องฆ่าอาปาให้ได้ ด้วยความตกใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของอาปาและทุกคนในบ้าน คุณแม่ถึงกับเป็นลมหมดสติไป ตั้งแต่ที่คุณแม่ฟื้นขึ้นมา ท่านก็มีอาการคล้ายประสาทหลอน ได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน บางครั้งเป็นเสียงถาม บางครั้งเป็นเสียงด่าทอด้วยคำพูดที่หยาบคาย คุณแม่ก็มักจะตะโกนด่าโต้ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเช่นกัน อาการนี้เป็นอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลาเข้าพักผ่อน แม้ในขณะที่หลับไปแล้ว ท่านก็ยังละเมอ ตะโกนด่าคำหยาบคายออกมาอีก
ญาติของคุณแม่บางคนมีความเห็นว่าอาการนี้เป็นเพราะถุงน้ำคร่ำแตกขณะคลอดผู้ส่งเคส ทำให้ท่านมีอาการเช่นนี้และรักษาไม่หาย จึงไม่ควรสิ้นเปลืองเงินทองในการรักษา ขณะที่บางคนเชื่อว่าท่านถูกคุณไสยกลั่นแกล้ง เมื่อเห็นว่าพาไปรักษาที่ไหนก็ไม่ได้ผล ดูเหมือนจะเสียเงินเปล่า อาปาจึงหยุดพาคุณแม่ไปตระเวนหาหมอและพาคุณแม่กลับมาอยู่บ้าน บางครั้ง ขณะที่ผู้ส่งเคสกำลังพูดคุยกับลูกค้าที่หน้าร้าน คุณแม่ก็จะเดินเข้ามาด่าว่าทั้งตัวผู้ส่งเคสเองและลูกค้าด้วยคำพูดหยาบคาย จนลูกค้าต้องรีบเดินหนีออกจากร้านไป เมื่อผู้ส่งเคสพยายามห้ามไม่ให้คุณแม่พูดหรือด่า ท่านก็จะพยายามเข้ามาทุบตี บางวันที่ผู้ส่งเคสทนไม่ไหว ก็ถึงกับตวาดคุณแม่ด้วยความโกรธ และหลายครั้งต้องแกล้งคว้ามีดทำครัวมาฟันโต๊ะอาหาร พร้อมขู่ว่าจะฟันให้ยับหากไม่เงียบเสียง (คุณครูไม่ใหญ่ติงว่าไม่ควรทำเช่นนั้น) ถึงแม้จะถูกขู่ คุณแม่ก็หยุดพูดไปชั่วขณะ แต่ก็จะกลับไปนอนบ่นพึมพำต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นับตั้งแต่ประมาณปี พศ 2530 เป็นต้นมา คุณแม่มีอาการเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่ง คือ ได้ยินเสียงแว่วว่ามีคนต้องการเปลือกส้มโอหั่นฝอยเป็นจำนวนมาก ท่านก็จะไปซื้อส้มโอสารพัดชนิดมาหลายเข่ง แล้วนำมาลอกเปลือกออกและนั่งหั่นเป็นฝอยเล็กๆ อยู่เช่นนี้ทุกวัน ส่วนเนื้อส้มโอที่ลอกเปลือกออกแล้วก็จะกองทิ้งไว้จนเน่าเสีย ท่านไม่ยอมให้ใครนำไปไหน โดยบอกว่าจะมีคนมารับซื้อในราคาลูกละเป็นพันเป็นหมื่นบาท เมื่อคุณแม่หลับไปในช่วงกลางวันเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่ให้ทาน พวกผู้ส่งเคสก็จะแอบนำเนื้อส้มโอหลายเข่งที่กองทิ้งไว้นี้ไปถวายพระตามวัดต่างๆ บ้าง นำไปเลี้ยงเด็กที่สถานสงเคราะห์บ้าง และเคยแอบนำมาถวายที่โรงเรียนวัดหลายครั้ง (คุณครูไม่ใหญ่แนะนำว่าให้เอามาถวายโดยตรง ไม่ต้องแอบ)
พี่ชายคนโต สมัยเด็กเรียนเก่งมากและมีความจำดี แต่หลังจากที่คุณแม่เริ่มมีอาการทางประสาท เขาก็กลายเป็นคนเงียบขรึมไปนานถึง 15 ปี เขาเคยพูดกับพี่น้องว่าจะต้องพยายามสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ให้ได้ เพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับมาช่วยเหลือคุณแม่ เขาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก บางวันถึงกับนำเชือกมาผูกขาตัวเองติดกับขาโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนข้างนอก อย่างไรก็ตาม เมื่อขึ้นเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ มศ4 เขาก็เริ่มมีอาการปวดที่ขา และมีอาการทางประสาทตามมาเรื่อยๆ กลายเป็นคนหงุดหงิด โกรธง่าย และอาการรุนแรงขึ้น จนบางวันถึงขั้นอาละวาดทำลายข้าวของภายในร้าน
พี่สาวคนโต เป็นผู้ดูแลกิจการการค้าที่จันทบุรี และการค้าก็มีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด แต่พี่สาวมีข้อจำกัดทางร่างกายคือเสียขาไปข้างหนึ่งตั้งแต่สมัยเด็กด้วยโรคโปลิโอ
ในช่วงอายุ 40 กว่าปี พี่สาวได้ประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้ม ทำให้กระดูกสะโพกตรงขาข้างที่เป็นโปลิโอหักซ้ำอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมกระดูกถึง 2 ครั้ง
นี่คือเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวของผู้ส่งเคส ซึ่งนำมาสู่คำถามที่ต้องการเรียนทราบถึงเหตุแห่งกรรมจาก คุณครูไม่ใหญ่ ต่อไป
คำถาม
- ทำไมธุรกิจของอาปาจึงถูกน้ำท่วมในช่วงบั้นปลายชีวิต และทำไมอาปาจึงมีอาการทางประสาท
- ทำไมอาปาจึงมีความผูกพันและอยากไปหาดใหญ่เสมอ
- อาปาโดนไสยศาสตร์หรือไม่ ถ้าใช่ จะแก้ไขอย่างไร
- ทำไมอาปาจึงประสบอุบัติเหตุรถยนต์เมื่ออายุ 50 ปี ทำให้เอ็นขาซ้ายขาด และประสบอุบัติเหตุโดนกระติกน้ำร้อนลวกขาที่เมืองจีน อะไรเป็นกรรมที่ทำให้อาปามีปัญหาเกี่ยวกับขา
- คุณแม่มีกรรมอะไรจึงมีอาการทางประสาทเช่นนี้ และอาปามีกรรมอะไรร่วมกับคุณแม่
- คุณแม่โดนไสยศาสตร์ หรือเป็นเพราะถุงน้ำคร่ำแตกตอนคลอดผู้ส่งเคส
- กรรมอะไรที่ทำให้พี่ชายมีอาการทางประสาท
- ทำไมผู้ส่งเคสจึงต้องมารับผิดชอบชีวิตของพี่ชาย และเกิดมาในครอบครัวที่มีผู้ป่วยด้วยโรคประสาท และมีพี่สาวป่วยโรคโปลิโอและกระดูกขาหักซ้ำ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?
บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสเป็นโรคมะเร็งที่เต้านม ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองและตับ จะมีสิทธิ์หายหรือไม่ ต้องทำบุญอย่างไร ด้วยบุญใดจึงมีชีวิตอยู่ได้ 4 ปีกว่า
เตี่ยเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ไม่ทราบว่าเตี่ยมีโรคที่พวกเราไม่รู้หรือไม่? และตอนนี้ท่านไปอยู่ที่ไหน? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่?
ปรโลกของย่าเป็นอย่างไร ทำไมย่าจึงตาบอดนาน สุขภาพดี อายุยืน และเป็นโรคไตในช่วงบั้นปลายชีวิต บุญที่ผู้ส่งเคสอุทิศให้ ย่าได้รับหรือไม่?
ลูกทำกรรมอะไรจึงมีชีวิตลำบากและต้องเกิดกับพ่อแม่แบบนี้? ทำอย่างไรชาติหน้าจึงไม่เจอพ่อแม่แบบนี้อีก? ทำบุญให้พ่อแม่และพี่น้องแต่ไม่ติดต่อหรือให้เงินจะบาปหรือไม่?
คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่






