
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.211 วิทยาศาสตร์ทางใจ คืนวิชาคุณไสย
ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547
วิทยาศาสตร์ทางใจ คืนวิชาคุณไสย
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคส ท่านนี้คือ คุณลุงวัน เป็นนักบุญอีสาน ท่านมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง มีพี่น้อง 4 คน ท่านเป็นคนที่ 3 ชีวิตค่อนข้างลำบาก ท่านสร้างฐานะด้วยตนเองจนพอมีอยู่มีกิน ท่านเคยเป็นทหารไปรบที่ประเทศเวียดนาม เมื่อกลับมา ได้พาครอบครัวมาทำไร่ในที่ซึ่งเป็นดงป่าทึบ มีอันตรายรอบด้าน และผู้ร้ายชุกชุม เมื่อไม่พอใจใครก็ฆ่าทิ้งกันง่ายๆ
เนื้อเรื่อง
ด้วยความที่ผู้ส่งเคสเป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา จึงทำให้มีศัตรูหลายด้านและถูกลอบทำร้ายหลายครั้ง ชีวิตในตอนนั้นเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่รู้ว่าจะถูกฆ่าเมื่อไหร่ เวลาไปไหนมาไหนจึงต้องพกอาวุธติดตัวเพื่อป้องกันตัว ท่านจึงตัดสินใจไปขอของป้องกันตัวจากพระรูปหนึ่งซึ่งท่านมีวิชาอาคม ของที่ได้รับมาประกอบด้วย เสื้อยันต์, ลูกกลมโลหะ, และกษัตริย์เงินทองนาคขนาดเท่าหัวแม่มือ ซึ่งต้องพกติดตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีการลงน้ำมัน ได้แก่น้ำมันช้าง น้ำมันงา น้ำมันเสือ น้ำมันงู โดยการใช้เหล็กแหลมกรีดตามหลังและศีรษะแล้วทาด้วยน้ำมัน แม้ตอนกรีดจะเจ็บปวดมาก แต่เมื่อพระอาจารย์เป่าให้ก็หายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง
เมื่อได้ของขลังมาแล้ว ผู้ส่งเคสก็มีความมั่นใจมากขึ้น ครั้งหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน ท่านถูกโจรลอบยิง แต่ปืนกลับด้าน ยิงไม่ออก แม้โจรจะพยายามยิงอีกหลายครั้งลูกปืนก็ยังคงยิงไม่ออก ท่านเดินเข้าไปหาโจรโดยที่ใจเป็นปกติ ไม่ได้กลัวอะไรเลย ลูกกระสุนไม่มีอารมณ์จะออก ยังอยู่ในที่ตั้งเดิม หลังจากนั้นท่านก็เจอเหตุการณ์แบบนี้อีกหลายครั้ง
ท่านกลัวว่าของขลังคือลูกกลมโลหะจะหล่นหายยามคับขัน จึงตัดสินใจกลืนเข้าไปเลยเพื่อความชัวร์ ท่านก็แคล้วคลาดมาได้ทุกครั้ง แต่ต่อมา ก้อนโลหะที่กลืนเข้าไปนี้ก็ไปจุกอยู่ที่คอเหมือนจุกขวด ทำอย่างไรก็ไม่หาย สร้างความรำคาญให้มาก ในช่วงนั้นพระอาจารย์ที่ให้ของขลังก็มรณภาพไป ท่านต้องหาคนมาแก้ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี
ท่านเล่าถึงการได้ของขลังมาว่า มีอาจารย์เก่งๆ เคยแนะนำว่าก่อนกลืนของขลังที่เคารพนับถือ ต้องย่อมันเสียก่อน แต่ท่านไม่ได้ย่อก่อนกลืนเข้าไป อาจารย์ยังบอกวิธีดูก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ด้วยการตัดกระดาษขาวใส่ขันน้ำมัน มันจะเป็นฟิล์มบอกลักษณะ ถ้าจะให้ขลังต้องไปเอาตอนคนเยอะๆ กำลังบูชาอยู่ และห้ามบอกใคร ให้ไปอุ้มมาเลยถึงจะขลัง ท่านทำตามที่แนะนำเข้าไปอุ้มหินเขียวๆ ก้อนใหญ่มาท่ามกลางคนบูชา ไม่มีใครว่าอะไร เมื่อนำหินมาแล้ว ท่านไม่ได้ใช้มีดผ่า แต่แบ่งเป็น 3 ก้อนด้วยวิทยาศาสตร์ทางใจ มันก็แบ่งออกเป็น 3 ก้อนเท่าเดิม เหมือนแบ่งภาค ของเก่าก็เอาไปคืนโดยไม่ชำรุด เหลือ 2 ก้อน เดิมหนักมาก วิธีกลืนนั้นมีผู้แนะนำ 2 วิธี คือ ทำปากกว้างกว่าก้อนหิน หรือทำให้ก้อนหินเล็กกว่าปาก มีมติให้ทำให้เล็กกว่าปาก ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีประมาณ 10 วินาที ก้อนหินก็เหลือเล็กนิดเดียวแล้วกลืนเข้าไป แต่กรณีของท่านที่กลืนไปจุกคอคือไม่ได้ย่อก่อน
เกือบ 10 ปีที่ต้องตามหาคนมาแก้ มีผู้แนะนำว่าต้องทำพิธีบูชาครูทุกปีจึงจะหาย เรียกว่า ส่งครู ท่านก็ทำตาม อาการจุกคอก็หายไป แต่ของสิ่งนั้นก็ยังอยู่ในตัวไม่ยอมออก วันดีคืนดีก็ออกฤทธิ์ให้เจ็บบริเวณท้องและสีข้าง
อีกเรื่องหนึ่ง ประมาณ 15 ปีที่แล้ว ท่านป่วยด้วยอาการแปลกๆ ไม่ทราบสาเหตุ เช่น เจ็บปวดเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงตามร่างกาย โดยเฉพาะที่หัวใจ อยู่ๆ ก็ปวดแข้งปวดขา อ่อนเพลียไม่มีแรงไปเฉยๆ หมอแผนปัจจุบันก็หาสาเหตุไม่พบ หลายคนบอกว่าเป็นอาการถูกของ ถูกทำคุณไสยแน่นอน ท่านจึงต้องหันไปพึ่งหมอไสยเวทย์ ครั้งหนึ่งหมอไสยเวทย์มาแก้ให้และพาไปขุดหุ่นที่ฝังไว้ในสวนผลไม้ของท่านเอง ท่านไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงแต่ก็เห็นมากับตา เมื่อขุดขึ้นมาเป็นหุ่นรูปคนมีเข็มปักเต็มตัว โดยเฉพาะที่หัวใจ นอกจากนี้ยังมีตะปู มีผมผีตายยาวศอก แป้งกลิ่นเหม็นคาว หมอไสยเวทย์ทำพิธีร่ายเวทย์แล้วเผาหุ่น น่าแปลกที่เมื่อเผาแล้วของเหล่านั้นกลายเป็นเลือด
อีกครั้ง ท่านเจ็บปวดไปทั่วร่างกายและที่หัวใจเหมือนมีเข็มทิ่มแทง หมอไสยเวทย์ทำพิธีเรียกตะปูออกจากตัวท่าน โดยปั้นแป้งเป็นแผ่นวางไว้ที่ท้อง ท่องมนต์ แล้วเอาแผ่นแป้งออก ก็มีตะปูสนิม คดงอติดมาด้วย บอกว่าเป็นตะปูจากโรงศพ
ต่อมา ท่านถูกกิ้งกือกัด แพ้พิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ปกติกิ้งกือจะไม่ค่อยกัดใคร หรือกัดก็ไม่ถึงตายขนาดนี้ ท่านแปลกใจว่าทำไมมันจ้องจะเข้ามาหาท่าน แม้ในบ้านหรือที่นอน มันยังปีนเข้ามาได้ เหมือนจงใจมาแก้แค้นหรือถูกส่งมาโดยไสยเวทย์ ท่านต้องแสวงหาคนมาแก้ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับหมอไสยเวทย์ คนทรง ถูกแนะนำให้ทำอะไรก็ทำทุกอย่างเพื่อให้หาย เช่น ยกศาลเจ้าที่ หลายหมอก็หลายศาล จนรอบบ้านเต็มไปด้วยศาลพระภูมิ ท่านเบื่อหน่ายแต่ก็ทำเพื่อความสบายใจ แม้จะเจอเรื่องแบบนี้ท่านก็ไม่ได้โกรธผู้ที่ทำกับท่าน คิดว่าเป็นกรรมเก่าของตนเอง ไม่คิดทำกลับเพื่อแก้แค้น เพราะไม่ต้องการผูกเวร ท่านเสียเวลาไปนานเพราะต้องการที่พึ่ง แต่ยิ่งแสวงหาก็ยิ่งห่างไกลเพราะหาผิดที่ จึงไม่เคยเจอที่พึ่งที่แท้จริง
กระทั่งปี 2541 ท่านได้มาเจอวัด ได้เจอคุณครูไม่ใหญ่ ได้มาสร้างพระธรรมกายประจำตัว เรื่องราวเหล่านี้ก็ซาลงไป อาการป่วยดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านเลิกหาหมอไสยเวทย์ คนทรง และยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เพราะเจอของจริงแล้ว ไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาแบบผิดๆ อีกต่อไป เมื่อทำบุญ ก็อุทิศส่วนกุศลไปให้คู่กรรมเหล่านั้น ขอให้หมดเวรหมดกรรมกันไป
ทุกวันนี้ ท่านยังมีความรู้สึกว่าคุณไสยยังคงมีอยู่บ้าง เพียงแต่มันทำอะไรท่านไม่ได้ เวลาเข้าไปในสวนบางจุด จะรู้สึกชาที่ขา บางทีเหมือนก้าวขาไม่ออก ท่านจึงพยายามเลี่ยงที่จะเข้าไปใกล้จุดนั้นๆ
คำถาม
- วิชาป้องกันตัวที่ได้รับมามีผลให้แคล้วคลาดจากอันตรายได้จริงหรือไม่ อย่างไร และถ้าไม่มีวิชานี้ในช่วงที่ถูกลอบทำร้ายจะปลอดภัยหรือไม่ ทำไมตอนโจรยิง ลูกปืนจึงด้าน เกี่ยวข้องกับวิชานี้หรือไม่
- ลูกโลหะที่กลืนเข้าไป ทำอย่างไรจึงจะเอาออกจากตัวได้
- การไม่ทำพิธีส่งครูทำให้มีอาการเจ็บสีข้าง เกี่ยวข้องกันหรือไม่ ควรทำอย่างไรจึงจะพ้นจากการควบคุมนี้และไม่ต้องส่งครูอีก
- ในสวนยังมีอุปกรณ์ที่สื่อกับการทำคุณไสยหลงเหลืออยู่หรือไม่
- ทำบุพกรรมอะไรมาจึงถูกทำคุณไสย กรรมนี้หมดหรือยัง ควรทำอย่างไรเพื่อตัดวงจรกรรมนี้
- กลิ้งกือที่ตามล่าเกี่ยวข้องกับคุณไสยหรือไม่
- ศาลเจ้าที่รอบบ้านมีเจ้าที่อยู่จริงหรือไม่ ถ้ามี มีหน้าที่อะไร คุ้มครองดูแลได้จริงหรือเปล่า เขาเป็นใคร และควรปฏิบัติต่อเขาอย่างไร
- ทำไมชาตินี้จึงบวชไม่ได้ เมื่อจะบวชก็มีเหตุให้ป่วยหนัก ปวดท้องรุนแรง แต่พอกลับบ้านก็หาย ทำบุพกรรมอะไรมา กรรมนี้หมดหรือยัง ถ้ายังต้องแก้ไขอย่างไร ชาติหน้าถึงจะได้บวช
- เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาหรือเปล่า ทำไมจึงมาเจอหมู่คณะตอนแก่ และต้องมาอยู่ป่าตามลำพังนานหลายสิบปี
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา
คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่
คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ต้องป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน 19 ปี มีแผลแตกประจำ ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสทำบุญหล่อพระ 300,000 องค์ ใส่ชื่อท่านก่อนเสีย 3 วัน และอธิษฐานให้จากหนักเป็นเบา หาย ถ้าหมดอายุขัยให้ไปสุคติ เป็นเพราะคำอธิษฐานหรือไม่ที่ทำให้ท่านไม่ทรมานสังขาร ทั้งที่ไม่ได้เจตนาให้ท่านเสียชีวิตเร็ว คุณแม่บอกว่าคุณพ่อมาหาบ่อยช่วง 7 วันหลังเสีย เพราะรับรู้ได้ คุณพ่อมาหาจริงหรือไม่ ถ้ามาจริง ท่านเห็นรูปที่แม่ติดไว้ ดูจานดาวธรรม นึกถึงบุญได้หรือไม่
ทำไมซิหลีจึงต้องล้างมือล้างเท้าหลายครั้งต่อวัน มีกรรมใดในอดีตที่เกี่ยวข้อง และควรทำบุญอย่างไรจึงจะพ้นวิบากกรรมนี้
คุณตา คุณยาย และคุณพ่อตายแล้วไปอยู่ไหน
อัศจรรย์ตะวันแก้วเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยใด และเหตุใดจึงเห็นถึงรัฐฟลอริด้า มีนิมิตหมายที่ดีอะไรบอกลูกๆ ที่นั่นหรือไม่






